.
แวนซ์ ชื่นชมว่า “มีความคืบหน้าอย่างมาก” ในการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน แม้จะมี “การข่มขู่” และ “การบ่นโอดครวญ”
23-6-2026
การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมี “ความคืบหน้าอย่างมาก” แม้จะมีทั้ง “การข่มขู่” และ “การบ่นโอดครวญ” ตามคำกล่าวของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจ ดี แวนซ์
ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ แวนซ์กล่าวว่า การเจรจาที่เมืองบือร์เกนชต็อก (Bürgenstock) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ยังคงดำเนินต่อไป และอิหร่านได้ตกลงที่จะอนุญาตให้ผู้ตรวจสอบของ International Atomic Energy Agency กลับเข้าไปในประเทศอีกครั้ง
การเจรจาเผชิญความตึงเครียดในช่วงสุดสัปดาห์ หลังจากอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน โดยระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง
“ใช่ มีการข่มขู่กันเล็กน้อย มีการบ่นโอดครวญกันเล็กน้อย แต่ท้ายที่สุดแล้ว การเจรจาก็ดำเนินต่อไป และเราสร้างความคืบหน้าได้อย่างมาก” แวนซ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าว
เขาระบุว่าการที่อิหร่านยินยอมให้ผู้ตรวจสอบของ IAEA กลับเข้าประเทศ ถือเป็น “หมุดหมายสำคัญสำหรับประชาชนอเมริกัน และเป็นก้าวแรกในการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวร หรือยุติโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างถาวร”
เมื่อกล่าวถึงอนาคต แวนซ์กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการจัดตั้งกระบวนการที่มุ่งป้องกันไม่ให้สถานการณ์ในภูมิภาคบานปลาย
“เราต้องการให้มีการหยุดยิงในภูมิภาค เราต้องการให้เฮซบอลเลาะห์หยุดยิงใส่เพื่อนของเราในอิสราเอล เราต้องการให้ชาวอิสราเอลสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุข”
“และเรายังต้องการให้แน่ใจว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้น มันจะไม่ลุกลามกลายเป็นการยกระดับความขัดแย้งในวงกว้าง ดังนั้นเราจึงได้จัดตั้งสิ่งที่เราเรียกว่า ‘กลไกป้องกันความขัดแย้ง’ (deconfliction mechanism) ขึ้นมา”
“ข้อตกลงแบบฉบับทรัมป์”
ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารัคชี กล่าวว่าการเจรจาได้สร้าง “ความคืบหน้าครั้งสำคัญ”
แวนซ์ กล่าวว่า แม้จะมีการวาง “รากฐานที่ดีมากสำหรับข้อตกลงขั้นสุดท้ายที่ประสบความสำเร็จ” แต่ก็ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำ โดยเฉพาะเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้การเดินเรือกลับมาเป็นปกติ
การขนส่งผ่านช่องแคบสำคัญแห่งนี้ ซึ่งเป็นเส้นทางที่พลังงานประมาณ 25% ของโลกถูกลำเลียงผ่าน ได้ชะงักลงในช่วงสุดสัปดาห์ ตามข้อมูลจากบริษัทติดตามการเดินเรือ หลังจากเตหะรานประกาศปิดเส้นทางดังกล่าวอีกครั้ง
แวนซ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าจาเรด ครุชเน่อร์ ลูกเขยของประธานาธิบดีทรัมป์ได้เสนอ
“แนวทางแก้ปัญหาที่น่าสนใจมาก”
ร่วมกับฝ่ายกาตาร์ โดยกำหนดให้สหรัฐฯ มีอำนาจอนุมัติกระบวนการปลดล็อกสินทรัพย์อิหร่านที่ถูกอายัด
แวนซ์ กล่าวว่า “สิ่งที่จาเรด ชาวกาตาร์ และทีมงานทั้งหมดที่บือร์เกนชต็อกทำสำเร็จนั้น สำหรับผมแล้วคือข้อตกลงแบบฉบับของ ทรัมป์อย่างแท้จริง”
“หากสินทรัพย์ของอิหร่านได้รับการปลดล็อกในอนาคต เงินเหล่านั้นจะถูกนำไปช่วยให้เกษตรกรอเมริกันมีรายได้เพิ่มขึ้น และช่วยเลี้ยงดูประชาชนอิหร่าน” เขากล่าวต่อว่า “นี่เป็นข้อตกลงที่ดีมาก และเป็นข้อตกลงแบบ ทรัมป์อย่างแท้จริง เป็นผลดีต่อประชาชนของเรา เป็นผลดีต่อประชาชนอิหร่าน และท้ายที่สุดแล้วจะช่วยเสริมสร้างโครงสร้างความมั่นคงระดับภูมิภาคที่เราได้สร้างขึ้น”
ที่มา CNBC