อาลีบาบายื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ ถอดชื่อออกจากบัญชีดำ
อาลีบาบายื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ เรียกร้องถอดชื่อออกจากบัญชีดำ ปมถูกกล่าวหาหนุนกองทัพจีน โต้ปิดกั้นการค้าเสรี ด้าน Baidu–BYD จ่อร่วมวง
24-6-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า บริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (Alibaba Group Holding Ltd.) ยื่นฟ้องกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) ต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองซานโฮเซ (San Jose) รัฐแคลิฟอร์เนีย (California) เพื่อขอถอดชื่อออกจากบัญชีดำที่ระบุว่าบริษัทเป็นผู้สนับสนุนกองทัพจีน (Chinese military) โดยชี้ว่าการตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นโดยพลการ ไร้เหตุผลความจำเป็น ทั้งยังเป็นการละเมิดกระบวนการยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญ (Due process) และละเมิดสิทธิ์ในการพูดของบริษัทสัญชาติจีน
การยื่นฟ้องในศาลครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเพนตากอน (Pentagon) ได้กล่าวหาบริษัทรายใหญ่ที่สุดหลายแห่งของประเทศจีน (China) ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาว่าให้การสนับสนุนกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) ซึ่งนอกจาก อาลีบาบา (Alibaba) แล้ว ยังครอบคลุมถึง บริษัท ไป่ตู้ (Baidu Inc.) และ บริษัท บีวายดี (BYD Co.) ขณะเดียวกัน บริษัทจีนรายอื่นที่ถูกบรรจุในบัญชีดำ 1260H (1260H list) ประกอบด้วย ChangXin Memory Technologies Inc., Yangtze Memory Technologies Co. และบริษัทผู้พัฒนาวิทยาการหุ่นยนต์ Unitree Robotics (Hangzhou Yushu Technology Co., Ltd.) ส่วน บริษัท เทนเซ็นต์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (Tencent Holdings Ltd.) ได้ถูกขึ้นบัญชีดำไปก่อนแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
อาลีบาบา (Alibaba) เปิดเผยว่า ทางบริษัทพยายามเจรจากับเพนตากอน (Pentagon) มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ หลังจากที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ นำร่างบัญชีดำขึ้นเว็บไซต์ชั่วคราวก่อนลบออกอย่างไร้คำชี้แจง โดยทางบริษัทได้ยื่นหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อแสดงว่าไม่ได้สนับสนุนกองทัพ PLA ตลอดจนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์การผสานพลเรือน-ทหาร (Military-civil fusion) ทว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ไม่เคยติดต่อกลับ และเพิ่งทราบเรื่องการถูกตราหน้าอย่างเป็นทางการจากการประกาศในราชกิจจานุเบกษาของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (Federal Register) เท่านั้น
แม้การถูกขึ้นบัญชีดำนี้จะยังไม่ส่งผลกระทบทางกฎหมายในทันที แต่ปัจจุบันเพนตากอนใช้บัญชีรายชื่อนี้ในการจำกัดการรับสัญญาจัดซื้อจัดจ้างร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ และจำกัดสิทธิ์รับทุนสนับสนุนวิจัย อีกทั้งรหัส 1260H ยังทำหน้าที่เป็นสัญญาณอันตราย (Red flag) เตือนกลุ่มนักลงทุนอเมริกัน ยิ่งไปกว่านั้น กฎหมายว่าด้วยการอนุมัติการป้องกันประเทศสำหรับปีงบประมาณ 2025 (NDAA 2025) ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 30 มิถุนายนนี้ ยังระบุข้อห้ามไม่ให้กระทรวงกลาโหมทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างใดๆ กับองค์กรหรือกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนให้แก่บริษัทจีนในบัญชีดำ ส่งผลกระทบโดยตรงจนทำให้อาลีบาบาไม่สามารถจ้างวานกลุ่มผู้ทำหน้าที่ล็อบบี้ ทนายความ และผู้สนับสนุนที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อกระบวนการต่อสู้ทางกฎหมายเพื่อคัดค้านป้ายตราหน้านี้ได้
ในปัจจุบัน อาลีบาบา (Alibaba) ซึ่งเริ่มต้นจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เป็นคู่แข่งของ Amazon.com Inc. ได้ปรับเปลี่ยนทิศทางมาเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์คิวเวิน (Qwen models) จัดเป็นหนึ่งในผู้นำทางเทคโนโลยีที่โดดเด่นและถูกนำไปใช้แพร่หลายในจีน ทั้งนี้ อาลีบาบาไม่ใช่บริษัทแรกที่หันมาต่อสู้ทางกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้บริษัทเทคโนโลยีจีนอย่าง Advanced Micro-Fabrication Equipment Inc. และ เสียวหมี่ (Xiaomi Corp.) ต่างประสบความสำเร็จในการยื่นฟ้องศาลเพื่อล้างมลทินและถอดถอนชื่อออกจากบัญชีดำนี้มาแล้ว ขณะที่ทางฝั่งของไป่ตู้ (Baidu) ยืนยันว่าจะดำเนินมาตรการและทางเลือกทั้งหมดที่มีอยู่ (use all options available) และบีวายดี (BYD) ประกาศที่จะปกป้องรักษาผลประโยชน์ผ่านช่องทางกฎหมายและบริหารจัดการทั้งหมดที่เป็นไปได้เช่นกัน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-23/alibaba-sues-the-us-seeking-removal-from-pentagon-s-blacklist?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy