.
รัสเซียเตรียมยื่นฟ้อง 3 ชาติบอลติกต่อศาลโลก จี้ปมกวาดล้างและเลือกปฏิบัติกับประชากรเชื้อสายรัสเซีย
1-6-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า รัสเซีย (Russia) เตรียมดำเนินการยื่นฟ้องประเทศลัตเวีย (Latvia) ลิทัวเนีย (Lithuania) และเอสโตเนีย (Estonia) ต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ศาลโลก (ICJ) ซึ่งเป็นศาลสูงสุดขององค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น (UN) จากกรณีการกวาดล้างกลุ่มประชากรผู้พูดภาษารัสเซียอย่างเป็นระบบ โดยนางมาเรีย ซาคาโรวา (Maria Zakharova) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ประกาศว่ากระบวนการก่อนเข้าสู่ชั้นศาล (pre-trial phase) ของข้อพิพาทนี้กำลังสิ้นสุดลง
รัฐบาลมอสโก (Moscow) ได้แสดงความวิตกกังวลมาเป็นเวลาหลายปีต่อสถานการณ์ในอดีต 3 สาธารณรัฐเครือรัฐโซเวียต ซึ่งรัสเซียกล่าวหาว่ามีการจำกัดสิทธิ์ของประชากรกลุ่มน้อยที่พูดภาษารัสเซีย ยกรวมถึงการกล่าวหาว่ากลุ่มประเทศบอลติก (Baltic states) ละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดรูปแบบการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (International Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination) ปี 1965 อย่างร้ายแรง
ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเรีย โนวอสติ (RIA Novosti) เมื่อวันอาทิตย์ นายและนางซาคาโรวา (Maria Zakharova) ได้วิพากษ์วิจารณ์ลัตเวีย ลิทัวเนีย และเอสโตเนีย อย่างรุนแรงต่อ "การปฏิเสธที่จะเจรจา รวมถึงการมีปฏิกิริยาที่ไม่สร้างสรรค์ต่อข้อร้องเรียนของรัสเซีย" พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะนำไปสู่กระบวนการฟ้องร้องในศาล ICJ ยกรวมถึงกรณีที่ชาติสมาชิกองค์การนาโต (NATO) รายหนึ่งได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การข่มขู่ที่ "ขาดความรับผิดชอบ" ของกลุ่มประเทศบอลติกต่อพื้นที่ดินแดนส่วนแยก (exclave) ของรัสเซีย
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียระบุว่า กำลังดำเนินการเพื่อดึงความสนใจของยูเอ็นต่อประเด็นการปราบปรามบุคคลสาธารณะและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในกลุ่มประชากรผู้พูดภาษารัสเซียทั่วทั้งภูมิภาคบอลติก โดยกล่าวหารัฐบาลลัตเวียว่าดำเนินการกวาดล้างผู้เห็นต่างออกจากพื้นที่ข้อมูลข่าวสารของประเทศ "ภายใต้ข้ออ้างที่กุขึ้นมาเรื่องการต่อต้านการโฆษณาชวนเชื่อของรัสเซีย" ขณะที่ในเอสโตเนีย กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียระบุว่า สิทธิ์ของประชากรที่ไม่ใช่กลุ่มชาติพันธุ์หลัก (non-titled population) กำลังถูกจำกัดอย่างเปิดเผย
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของทั้ง 3 ประเทศบอลติกได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ในการฟ้องร้องต่อศาล ICJ ดังกล่าว โดยลิทัวเนียเรียกข้อกล่าวหาเหล่านั้นว่า "ไม่มีมูลความจริงอย่างสิ้นเชิง" และเป็นส่วนหนึ่งของ "แคมเปญโกหกและบิดเบือนข้อมูลของรัสเซียที่มีวัตถุประสงค์เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของกลุ่มประเทศบอลติก"
ทั้งนี้ ศาล ICJ ซึ่งตั้งอยู่ ณ กรุงเฮก (The Hague) เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศเท่านั้น ทว่าตัวศาลถูกออกแบบขึ้นมาโดยเจตนาให้ไม่มีกลไกในการบังคับคดี ซึ่งหน้าที่ดังกล่าวจะตกอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) ซึ่งสมาชิกถาวรทั้ง 5 ประเทศ สามารถใช้อำนาจยับยั้ง หรือ วีโต (veto) เพื่อบล็อกคำตัดสินได้
นับตั้งแต่แยกตัวออกจากสหภาพโซเวียตในปี 1991 ทั้ง 3 ประเทศบอลติกได้ดำเนินการเพื่อลดบทบาทของภาษารัสเซียออกจากวิถีชีวิตส่วนใหญ่ ซึ่งความพยายามดังกล่าวได้เร่งความเร็วขึ้นในปี 2022 หลังจากสถานการณ์ความขัดแย้งในยูเครน (Ukraine) ทวีความรุนแรงขึ้น
โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ลัตเวียได้ปรับเปลี่ยนให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งหมดต้องใช้ภาษาลัตเวียเท่านั้น ขณะที่ภาษารัสเซียในฐานะภาษาที่สองจะถูกถอดออกจากโรงเรียนและแทนที่ด้วยภาษากลุ่มสหภาพยุโรป หรือ อียู (EU) นอกจากนี้ ทั้ง 3 ประเทศยังได้จำกัดการเข้าถึงสื่อสารมวลชนภาษารัสเซีย
ยิ่งไปกว่านั้น ประชากรประมาณ 60,000 คนในเอสโตเนียมีสถานะ "ไม่ระบุสัญชาติ" (undetermined citizenship) ขณะที่ประชากร 175,000 คนในลัตเวีย หรือคิดเป็นประมาณ 9% ของประชากรทั้งหมด ถูกจัดประเภทเป็นผู้ไม่ใช่พลเมือง (non-citizens) ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่สามารถลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งระดับชาติ ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง และไม่สามารถทำงานในบางภาคส่วนได้ ยกรวมถึงในปี 2025 รัฐสภาเอสโตเนียได้ลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัดสิทธิ์พลเมืองรัสเซียและเบลารุส (Belarus) ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นด้วยเช่นกัน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/russia/640780-russia-baltic-states-discrimination-un-court/