.
พันธมิตร NATO รุมประณามรัสเซีย หลังเหตุโดรนตกในโรมาเนีย 'บูคาเรสต์สั่งปิดสถานกงสุลพร้อมขับทูตมอสโกทันที' 'สงครามยูเครนขยายจุดเสี่ยงปะทะ?'
30-5-2026
สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ประธานาธิบดี นีคูชอร์ ดาน (Nicusor Dan) แห่งประเทศโรมาเนีย (Romania) เปิดเผยว่า กงสุลรัสเซียประจำเมืองคอนสแตนซา (Constanta) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ได้รับการประกาศให้เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา (persona non grata) และจะมีการดำเนินการสั่งปิดสถานกงสุลรัสเซียในเมืองดังกล่าวลงในทันที
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) ประสานเสียงประณามประเทศรัสเซีย (Russia) อย่างรุนแรง ภายหลังเกิดเหตุโดรนของรัสเซีย (Russia) พุ่งตกใส่ตึกอาคารที่พักอาศัยในภาคตะวันออกของโรมาเนีย (Romania) จนส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้เพิ่มความวิตกกังวลว่าสงครามของรัฐบาลมอสโก (Moscow) ในประเทศยูเครน (Ukraine) กำลังมีความเสี่ยงที่จะล้นทะลักไปสร้างความพัวพันให้กับประเทศสมาชิกนาโต (NATO) ที่มีอาณาเขตติดต่อกัน
โดยกระทรวงการต่างประเทศ ณ กรุงบูคาเรสต์ (Bucharest) ได้แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตราหน้าเหตุการณ์โดรนตกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีข้ามคืนที่มีเป้าหมายถล่มยูเครน (Ukraine) ว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง โดยเหตุการณ์นี้ถือเป็นการรุกล้ำครั้งล่าสุดบริเวณปีกตะวันออกของกลุ่มพันธมิตร ซึ่งสร้างความกังวลว่าความเสี่ยงของการเผชิญหน้าอย่างเปิดเผยระหว่างรัสเซีย (Russia) และรัฐสมาชิกนาโต (NATO) กำลังปรับตัวสูงขึ้น
ทางด้านโรมาเนีย (Romania) ระบุว่า ระบบเรดาร์สามารถตรวจจับและติดตามโดรนข้ามคืนดังกล่าวได้ในน่านฟ้าของตน ก่อนที่จะพุ่งตกใส่หลังคาของอาคารที่พักอาศัยในเมืองกาลาตส์ (Galati) ส่งผลให้กองทัพต้องส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวนสองลำ และเฮลิคอปเตอร์อีกหนึ่งลำทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อปฏิบัติภารกิจในทันที ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ประกาศแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินไปยังประชาชน โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย และผู้อยู่อาศัยหลายรายได้รับการอพยพหลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ซึ่งมีชนวนเหตุมาจากโดรนตกดังกล่าว
ความกังวลเรื่องการยกระดับความรุนแรง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นเพียงสถานการณ์ล่าสุดจากอีกหลายเหตุการณ์ เนื่องจากสงครามในยูเครน (Ukraine) ได้ล้นทะลักเข้าสู่ประเทศสมาชิกนาโต (NATO) ในละแวกใกล้เคียง ซึ่งสร้างความหวาดกลัวต่อการยกระดับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ประเทศเอสโตเนีย (Estonia) ลิทัวเนีย (Lithuania) ลัตเวีย (Latvia) ตลอดจนประเทศฟินแลนด์ (Finland) ต่างรายงานการรุกล้ำน่านฟ้าของตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งไปกว่านั้น เหตุโดรนรุกล้ำน่านฟ้ายังนำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลในลัตเวีย (Latvia) เมื่อช่วงต้นเดือนนี้อีกด้วย
ภายหลังเหตุโดรนตกไม่นาน กรุงบูคาเรสต์ (Bucharest) ได้เรียกร้องให้ทางนาโต (NATO) เร่งรัดกระบวนการส่งมอบขีดความสามารถในการต่อต้านโดรนให้เร็วขึ้น ขณะที่ อิลี โบโลจัน (Ilie Bolojan) นายกรัฐมนตรีที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง ระบุว่า โรมาเนีย (Romania) จะลงนามในสัญญาจัดหาระบบป้องกันตนเองจากโดรนภายใต้โครงการ SAFE ของสหภาพยุโรป (EU) ภายในไม่กี่ชั่วโมงนี้
และในเช้าวันศุกร์ โรมาเนีย (Romania) ได้ดำเนินการเรียกตัวเอกอัครราชทูตรัสเซียเข้าพบในทันที โดย โออานา ตอยอู (Oana Toiu) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า "เราจะแจ้งผลลัพธ์ที่จะตามมาจากความรับผิดชอบที่ไม่เพียงพอของสหพันธรัฐรัสเซีย (Russian Federation) ต่อความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศของเราอย่างเป็นทางการ รวมถึงขั้นตอนต่อไปในระดับยุโรปเกี่ยวกับชุดมาตรการคว่ำบาตร"
ด้านประธานาธิบดี นีคูชอร์ ดาน (Nicusor Dan) กล่าวว่า โรมาเนีย (Romania) จะไม่ยอมรับให้สงครามรุกรานที่ก่อขึ้นโดยรัสเซีย (Russia) ต่อสู้กับยูเครน (Ukraine) ถูกส่งผ่านต่อมายังประชาชนของตน และระบุเสริมว่าเขาได้ขอให้กระทรวงการต่างประเทศนำเสนอชุดมาตรการเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของประเทศกับรัสเซีย (Russia) โดยไม่ชักช้า ซึ่งจะต้อง "ได้สัดส่วนกับสถานการณ์ที่ร้ายแรงมากในครั้งนี้"
หลังจากการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดในกรุงบูคาเรสต์ (Bucharest) ประธานาธิบดี นีคูชอร์ ดาน (Nicusor Dan) แถลงว่า กงสุลรัสเซียประจำเมืองคอนสแตนซา (Constanta) ซึ่งเป็นเมืองท่าติดทะเลดำ ได้ถูกประกาศให้เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนา (persona non grata) และสถานกงสุลรัสเซียในเมืองดังกล่าวจะถูกสั่งปิดตัวลง ทั้งนี้ รัสเซีย (Russia) ยังคงมีสถานเอกอัครราชทูตตั้งอยู่ในกรุงบูคาเรสต์ (Bucharest) เมืองหลวงของโรมาเนีย
ปฏิกิริยาจากพันธมิตรและนานาชาติ
พันธมิตรนาโต (NATO) และฝ่ายอื่นๆ ต่างร่วมกันแสดงความโกรธแค้น โดย เบนฌาแม็ง อาดัด (Benjamin Haddad) รัฐมนตรีฝ่ายกิจการยุโรปของฝรั่งเศส (France) กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ได้เน้นย้ำถึงภัยคุกคามที่รัสเซีย (Russia) มีต่อความมั่นคงของยุโรป พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่ากองทัพฝรั่งเศสก็มีการวางกำลังพลประจำการอยู่ในโรมาเนีย (Romania) เช่นกัน ขณะที่ ราโดสลอว์ ชีกอร์สกี (Radoslaw Sikorski) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของโปแลนด์ (Poland) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ว่า "ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นความตั้งใจหรือเป็นผลมาจากความไร้ประสิทธิภาพ รัสเซียก็ยังคงเป็นอันตราย และเราต้องป้องกันตนเองจากพวกเขา"
ทางด้าน อูร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน (Ursula von der Leyen) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า "สงครามก้าวร้าวของรัสเซียได้ล้ำเส้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว" ขณะที่โฆษกของนาโต (NATO) ก็ได้ประณาม "ความประมาทเลินเล่อของรัสเซีย" ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เช่นกัน
อันดรีย์ ซิบิฮา (Andrii Sybiha) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของยูเครน (Ukraine) ซึ่งประเทศของเขากำลังกดดันประเทศสหรัฐฯ (US) เพื่อขอรับความช่วยเหลือในการยกระดับระบบป้องกันภัยทางอากาศ ได้ให้คำมั่นสัญญาว่า "ยูเครนขอยืนหยัดเคียงข้างโรมาเนียอย่างมั่นคง" พร้อมตราหน้ารัสเซีย (Russia) ว่าเป็นภัยคุกคามต่อภูมิภาคทะเลดำและทวีปยุโรปในวงกว้าง โดยเขียนข้อความระบุว่า "เราพร้อมที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเสริมสร้างการป้องกันจากภัยคุกคามดังกล่าว" พร้อมระบุเสริมว่าความพยายามในการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนถือเป็น "ภารกิจเชิงยุทธศาสตร์" เพื่อปกป้องไม่เพียงแค่ยูเครน แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงให้กับประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย
ขณะที่ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส (Antonio Guterres) เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น (UN) ได้ออกมาเตือนว่า การโจมตีที่ทวีความรุนแรงขึ้นมีความเสี่ยงที่จะลุกลามจน "เกินกว่าจะควบคุมได้" และจะนำไปสู่ "ผลลัพธ์ที่ไม่มีใครทราบและไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น" โดยระบุว่ามีพลเรือนถูกสังหารในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของตลอด 3 ปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งเรียกร้องให้ใช้กระบวนการทางการทูต การลดระดับความรุนแรงในทันที และ "การหยุดยิงอย่างเต็มรูปแบบโดยไม่มีเงื่อนไข"
อย่างไรก็ดี ดมีทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) รองประธานสภาความมั่นคงแห่งรัสเซีย ได้ออกมาปฏิเสธข้อวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ พร้อมเตือนว่าเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้อาจจะเกิดขึ้นต่อไป ตราบใดที่บรรดาประเทศในยุโรปยังคงให้การสนับสนุนยูเครน (Ukraine) โดยเมดเวเดฟ (Medvedev) เขียนระบุผ่าน แม็กซ์ (Max) แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของรัสเซียว่า "แน่นอนว่ามันมีความจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นโดรนของใคร แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ทุกประเทศในสหภาพยุโรป (EU) จำเป็นต้องหุบปากในเรื่องนี้ เพราะรัฐในยุโรปถือเป็นผู้มีส่วนร่วมโดยตรงในสงครามต่อต้านรัสเซีย และไม่มีใครโต้แย้งในเรื่องนั้นอีกต่อไปแล้ว" ท่ามกลางกระแสความตึงเครียดเรื่องการล้นทะลักของสงครามที่กำลังก่อตัว ในขณะที่รัสเซีย (Russia) เร่งยกระดับความเป็นปฏิปักษ์เพื่อหวังขจัดแรงกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นภายในประเทศของตนเอง
สถานการณ์ทางทหารในสมรภูมิ
ในส่วนของการรบ กองทัพยูเครนรายงานว่าพวกเขาสามารถยิงโดรนตกได้จำนวน 217 ลำในช่วงข้ามคืนของวันศุกร์ จากการที่รัสเซีย (Russia) เปิดฉากโจมตีด้วยโดรนจำนวน 232 ลำ และขีปนาวุธทิ้งตัว (ballistic missile) อีก 1 ลูก โดยกองทัพอากาศแห่งกรุงคีฟ (Kyiv) ระบุว่าสามารถบันทึกความเสียหายจากการถูกโจมตีได้ในพื้นที่ 14 แห่ง
ขณะเดียวกัน รัฐบาลมอสโก (Moscow) เปิดเผยว่ามีแผนการที่จะปฏิบัติการโจมตี "แบบเป็นระบบ" ต่อกรุงคีฟ (Kyiv) และได้ส่งคำขู่เป็นชุดไปยังบรรดาพันธมิตรยุโรปของยูเครน โดยระบุรายชื่อสิ่งปลูกสร้างและโรงงานในยุโรปที่รัสเซียอ้างว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตโดรนและส่วนประกอบต่างๆ ส่งให้แก่ยูเครน (Ukraine)
นอกจากนี้ สำนักข่าวกรองต่างประเทศของมอสโก (Moscow) เพิ่งจะแจ้งเตือนไปยังกลุ่มประเทศบอลติก (Baltic nations) ว่า การเป็นสมาชิกนาโต (NATO) จะไม่สามารถปกป้องพวกเขาจากการตอบโต้ได้ หากปล่อยให้ยูเครน (Ukraine) เปิดฉากโจมตีจากดินแดนของตน ซึ่งทำให้นักวิเคราะห์ออกมาเตือนว่าความเสี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้าอย่างเปิดเผยระหว่างรัสเซีย (Russia) และรัฐสมาชิกนาโต (NATO) กำลังปรับตัวสูงขึ้น
สถานการณ์ดังกล่าวได้ทวีความกังวลเกี่ยวกับเงื่อนไขการป้องกันร่วมกันตามมาตรา 5 (Article 5) ของนาโต (NATO) ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เคยส่งสัญญาณเตือนเป็นนัยว่า สหรัฐฯ (US) อาจจะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวในบางกรณี อย่างไรก็ดี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำนาโต (NATO) ได้ออกมาประณาม "การรุกล้ำที่เป็นไปโดยความประมาทเลินเล่อ" ผ่านการโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ระบุชื่อชี้ชัดว่าเป็นการกระทำของรัสเซีย (Russia) โดยตรงก็ตาม โดย แมทธิว วิทเทเกอร์ (Matthew Whitaker) เขียนข้อความระบุว่า "เราจะปกป้องทุกตารางนิ้วของดินแดนนาโต (NATO)"
ขณะที่ มาร์ก รุตเตอ (Mark Rutte) เลขาธิการองค์การนาโต ก็ได้ยืนกรานหนักแน่นว่านาโต (NATO) จะปกป้องดินแดนทั้งหมดของตน "พฤติกรรมที่ประมาทเลินเล่อของรัสเซียถือเป็นอันตรายต่อพวกเราทุกคน" มาร์ก รุตเตอ (Mark Rutte) โพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ "เมื่อคืนนี้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า ผลกระทบจากสงครามรุกรานที่ผิดกฎหมายของพวกเขาไม่ได้หยุดลงที่แนวชายแดน"
ทางด้าน มาเรีย ซาคาโรวา (Maria Zakharova) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ได้ออกมาแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดเกี่ยวกับโดรนของรัสเซียที่บินเข้าไปในยุโรปนั้น "ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ โดยไม่มีข้อเท็จจริง วัตถุพยาน หรือหลักฐานใดๆ ถูกนำมาแสดงเลยแม้แต่ชิ้นเดียว" ตามรายงานของสำนักข่าวอาร์ไอเอ (RIA)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://aje.news/z26yo7
--------------------------------
ปูตินปัดข้อกล่าวหาโดรนรัสเซียถล่มโรมาเนีย ชี้ “พูดกันลอยๆ ไม่มีหลักฐาน” มอสโกโต้ EU–NATO เบี่ยงประเด็นจากคดียูเครนโจมตีโรงเรียน
30-5-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียออกมาตอบโต้คำกล่าวหาจากสหภาพยุโรป (EU) และชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่ชี้ว่ารัสเซียต้องรับผิดชอบต่อเหตุโดรนโจมตีอาคารที่พักอาศัยในโรมาเนีย (Romania) โดยมอสโกระบุว่าจนถึงขณะนี้ “ยังไม่มีหลักฐาน” ว่าเป็นโดรนสัญชาติรัสเซีย และกล่าวหาตะวันตกว่ากำลังใช้เหตุการณ์นี้กลบข่าวเหตุโจมตีโรงเรียนใน Starobelsk ของรัสเซีย
— สถานการณ์ความขัดแย้งในยุโรปตะวันออกทวีความรุนแรงขึ้น หลังเกิดเหตุอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) พุ่งชนอาคารที่พักอาศัยในภาคตะวันออกของประเทศโรมาเนีย (Romania) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และกลายเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตในระดับกงสุลระหว่างโรมาเนียและรัสเซีย
ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) แห่งรัสเซีย ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าโดรนลำดังกล่าวมาจากรัสเซีย โดยตั้งคำถามต่ออิทธิพลของชาติตะวันตกในการสรุปสถานการณ์ว่า "ใครเป็นคนบอกว่าเป็นโดรนรัสเซีย? หลายคนหรือ? คำว่า 'หลายคน' หมายความว่า 'ไม่มีใครเลย' แล้วคนเหล่านั้นคือใคร? ขอชื่อหน่อยซิ เช่น อูร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน (Ursula von der Leyen) เป็นต้น เธอไม่ได้ไปโรมาเนีย ไม่ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และไม่ได้ดูซากของโดรนเลยด้วยซ้ำ"
ทางด้าน วลาดิเมียร์ ลิปาเยฟ (Vladimir Lipaev) เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำโรมาเนีย ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าว RT ว่า ไม่มีหลักฐานใดบ่งชี้ว่าโดรนลำดังกล่าวมาจากรัสเซีย พร้อมทั้งชี้ว่ารัฐบาลโรมาเนียได้เตรียมการปิดสถานกงสุลรัสเซียประจำเมืองคอนสแตนซา (Constanta) ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว และใช้เหตุการณ์โดรนตกครั้งนี้เป็น "โอกาส" ในการดำเนินการตามแผน รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่านี่อาจเป็นการยั่วยุโดยเคียฟเพื่อดึงองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) ให้เข้าสู่ความขัดแย้งมากขึ้น
มาเรีย ซาคาโรวา (Maria Zakharova) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย มองว่าความวุ่นวายเรื่องโดรนในโรมาเนียเป็นเพียง "แคมเปญโฆษณาชวนเชื่อ" ของชาติตะวันตก เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเหตุการณ์ "โศกนาฏกรรมที่สตาร์โรเบลสก์ (Starobelsk)" ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่รัสเซียระบุว่ากองทัพยูเครน (Ukraine) ได้โจมตีวิทยาลัยวิชาชีพในสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ (Lugansk People’s Republic) ด้วยโดรนจำนวน 3 ระลอกเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ส่งผลให้นักศึกษาเสียชีวิต 21 ราย และบาดเจ็บอีก 65 ราย โดยเธอย้ำว่าเป็นฝีมือของเคียฟที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU)
ในประเด็นการเจรจา ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ระบุว่าขณะนี้การเจรจากับยูเครน "อยู่ในสถานะหยุดชะงัก" (on hold) โดยยืนยันว่ารัสเซียไม่เคยปฏิเสธการพูดคุย แต่ฝ่ายที่ไม่ต้องการเจรจานั้นไม่ใช่รัสเซีย นอกจากนี้ ปูตินยังได้เตือนไปยังประเด็นที่มีรายงานว่ายูเครนส่งเจ้าหน้าที่ควบคุมโดรนไปยังประเทศลัตเวีย (Latvia) โดยเน้นย้ำว่า "ทุกสถานที่ที่ก่อให้เกิดภัยคุกคามโดยตรงต่อรัสเซีย ถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมสำหรับเรา"
ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ยังกล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งว่า กองทัพรัสเซียกำลังรุกคืบหน้าในทุกทิศทางทุกวัน และยืนยันว่าสิ่งที่ชาติตะวันตกกำลังทำอยู่ในขณะนี้ คือความพยายามในการยืดเยื้อความขัดแย้งเพื่อหาความชอบธรรมให้กับงบประมาณที่ใช้สนับสนุนสงครามและเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากภาษีของประชาชนตนเองเท่านั้น
ทางด้าน ดมีทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) รองประธานสภาความมั่นคงแห่งรัสเซีย ได้กล่าวตอกย้ำว่ากลุ่มประเทศ EU กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมโดยตรงในความขัดแย้งผ่านการสนับสนุนทั้งอาวุธ ข้อมูลข่าวกรอง และโดรน ซึ่งเป็นเหตุให้บ้านเรือนและพลเรือนรัสเซียต้องได้รับความสูญเสีย
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/RT_India_news/status/2060389759332303044?s=20