.
สหรัฐฯ ลั่นพร้อมปกป้อง NATO "ทุกตารางนิ้ว" หลังโดรนรัสเซียตกใส่ตึกอพาร์ตเมนต์ในโรมาเนีย
30-5-2026
สำนักข่าว The Telegraph รายงานว่า สหรัฐอเมริกา (US) ยืนยันว่าจะปกป้อง “ทุกตารางนิ้วของดินแดนองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO)” ภายหลังเกิดเหตุโดรนรัสเซียพุ่งชนอาคารอพาร์ตเมนต์ในโรมาเนีย (Romania) ซึ่งถูกมองว่าเป็นการล้ำแดนที่ร้ายแรงที่สุดในเขต NATO นับตั้งแต่สงครามยูเครนเริ่มต้น
สหรัฐฯ (US) ได้ออกโรงให้คำมั่นสัญญาว่าจะปกป้องดินแดนขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) "ทุกตารางนิ้ว" ภายหลังเกิดเหตุโดรนของรัสเซีย (Russia) พุ่งตกใส่ตึกอาคารที่พักอาศัยในประเทศโรมาเนีย (Romania) ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์รุกล้ำน่านฟ้าและดินแดนของกลุ่มพันธมิตรนาโตครั้งร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่สงครามยูเครน (Ukraine) เริ่มต้นขึ้น
มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย และประชาชนอีก 70 รายต้องได้รับการอพยพอย่างเร่งด่วน หลังจากที่อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน (UAV) พุ่งชนชั้น 10 ของอาคารอพาร์ตเมนต์ในเมืองกาลาตส์ (Galati) ซึ่งเป็นเมืองท่าทางตะวันออกของโรมาเนีย (Romania) ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำดานูบ (Danube)
ทางด้านโรมาเนีย (Romania) ได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวนสองลำ และเฮลิคอปเตอร์อีกหนึ่งลำทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อเฝ้าติดตามและตรวจจับโดรน (UAV) ของฝ่ายปฏิปักษ์เพิ่มเติม พร้อมทั้งมีการส่งสัญญาณแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินไปยังประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงในทันที
แมทธิว วิทเทเกอร์ (Matthew Whitaker) เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำนาโต (NATO) กล่าวแถลงว่า "เรายืนหยัดเคียงข้างโรมาเนีย (Romania) ซึ่งเป็นพันธมิตรนาโต (NATO) ของเราอย่างมั่นคง และขอประณามการรุกล้ำดินแดนอย่างประมาทเลินเล่อในครั้งนี้ โดยเราจะปกป้องทุกตารางนิ้วของดินแดนนาโต (NATO) อย่างแน่นอน"
ขณะที่ อูร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน (Ursula von der Leyen) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ระบุว่า สงครามรุกรานของรัสเซีย (Russia) "ได้ก้าวล้ำเส้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว"
เหตุการณ์โดรนโจมตีข้ามแดนในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนอย่างรุนแรงเกี่ยวกับพันธกรณีและการสนับสนุนของสหรัฐฯ (US) ที่มีต่อองค์การนาโต (NATO)
เนื่องจาก โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลของเขาได้ตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับคุณค่าของกลุ่มพันธมิตรทางทหารนี้ พร้อมทั้งส่งสัญญาณเตือนเป็นนัยว่า สหรัฐฯ (US) อาจจะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในการปกป้องสมาชิกประเทศที่ถูกประเมินว่าจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
นอกจากนี้ คณะทำงานของเขายังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปและเปลี่ยนผ่านไปสู่แนวคิด "นาโต 3.0" (Nato 3.0) ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่กำหนดให้ยุโรปต้องก้าวเข้ามาแบกรับความรับผิดชอบหลักในการป้องกันทวีปของตนเองเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการขยายความก้าวร้าวของรัสเซีย (Russia)
ย้อนกลับไปในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวเดอะ เทเลกราฟ (The Telegraph) ว่าเขากำลัง "พิจารณาอย่างจริงจัง" เกี่ยวกับการถอนตัวออกจากนาโต (NATO) พร้อมทั้งตราหน้าองค์กรนี้ว่าเป็นเพียง "เสือกระดาษ" (paper tiger)
นอกจากนี้ เขายังได้ประกาศเจตจำนงที่จะถอนกำลังทหารสหรัฐฯ จำนวน 5,000 นายออกจากประเทศเยอรมนี (Germany) หลังจากที่นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) ได้ออกมากล่าวอ้างว่า สหรัฐฯ (US) ต้องเผชิญกับความอับอายและพ่ายแพ้ในสงครามอิหร่าน (Iran)
ในสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน (Pentagon) ได้เปิดเผยในการประชุมลับของนาโต (NATO) ว่า สหรัฐฯ (US) อาจพิจารณาถอนเครื่องบินขับไล่จำนวนหนึ่งในสามที่เคยจัดสรรไว้สำหรับปฏิบัติภารกิจคุ้มครองยุโรปในยามวิกฤตออกไป
ส่งผลให้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดาผู้นำในเมืองหลวงต่าง ๆ ของยุโรปเริ่มออกมาเรียกร้องขอความชัดเจนที่มากขึ้นเกี่ยวกับข้อตกลงและพันธกรณีด้านการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ (US) ที่มีต่อทวีปยุโรป
ทางด้าน มาร์ก รุตเตอ (Mark Rutte) เลขาธิการองค์การนาโต (NATO) ได้ออกมาประณาม "ความประมาทเลินเล่อ" ของรัสเซีย (Russia) ต่อเหตุการณ์โดรนตกในครั้งนี้ แต่ยังคงหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงการบังคับใช้มาตรา 5 (Article 5) ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่กำหนดการป้องกันร่วมกันของกลุ่มพันธมิตรเมื่อสมาชิกถูกโจมตี
กระทรวงกลาโหมของโรมาเนียเปิดเผยว่า กองทัพได้ส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นบินปฏิบัติการทันทีหลังจากระบบตรวจพบสัญญาณโดรน ทว่า พลจัตวา เกออร์เก มักซิม (Gheorghe Maxim) ชี้แจงว่า กองทัพมีระยะเวลาทำงานเพียงแค่ 4 นาทีนับตั้งแต่ตรวจพบไปจนถึงเวลาที่โดรนพุ่งเข้าชนอาคาร ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไปในการเข้าสกัดกั้นหรือยิงทำลาย
นอกจากนี้ เขากล่าวเสริมว่า กองกำลังของโรมาเนียยังเผชิญกับข้อจำกัดทางกฎหมายยุทธวิธี เนื่องจากไม่สามารถเปิดฉากยิงเข้าไปในน่านฟ้าของประเทศยูเครน (Ukraine) เพื่อทำลายโดรนก่อนที่มันจะบินข้ามพรมแดนเข้ามาได้
"ยูเครน (Ukraine) ตกอยู่ในสภาวะสงคราม แต่โรมาเนีย (Romania) ยังคงอยู่ในสภาวะสงบ" พลจัตวา เกออร์เก มักซิม (Gheorghe Maxim) ระบุ "เราไม่สามารถยิงขีปนาวุธเข้าไปในน่านฟ้าของยูเครนได้"
โรมาเนีย (Romania) ได้พรรณนาถึงเหตุการณ์โจมตีในครั้งนี้ว่าเป็น "การยกระดับความรุนแรงที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง" และได้ดำเนินการเรียกตัวเอกอัครราชทูตรัสเซียเข้าพบเพื่อชี้แจงในทันที
ขณะที่ นีคูชอร์ ดาน (Nicusor Dan) ประธานาธิบดีโรมาเนีย ได้เรียกประชุมฉุกเฉินสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดในช่วงเช้าวันศุกร์เพื่อหารือและกำหนดมาตรการตอบโต้ โดยระบุว่าเขาจะ "สั่งการให้ดำเนินมาตรการที่ได้สัดส่วนกับสถานการณ์ที่ร้ายแรงครั้งนี้"
"โรมาเนีย (Romania) เป็นประเทศสมาชิกนาโต (NATO) และจะไม่ยอมรับในทุกกรณี ให้สงครามรุกรานที่รัสเซีย (Russia) ก่อขึ้นต่อยูเครน (Ukraine) ล้นทะลักมาสร้างผลกระทบหรือสร้างความสูญเสียต่อพลเมืองของตนเองอย่างเด็ดขาด" ประธานาธิบดี นีคูชอร์ ดาน (Nicusor Dan) ระบุ
(ข้อมูลวิดีโออ้างอิง: tmg.video.placeholder.alt b1fC2n6Peq4)
ด้าน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ประธานาธิบดียูเครน ได้ออกมากล่าวแสดงจุดยืนว่า คีฟ (Kyiv) พร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างและให้การสนับสนุนโรมาเนีย (Romania) "ในทุกวิถีทางที่มีความจำเป็น"
เหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดรนของรัสเซีย (Russia) บินรุกล้ำข้ามแนวชายแดนของโรมาเนีย (Romania) ในระหว่างสงคราม โดยมีการบันทึกข้อมูลการรุกล้ำดังกล่าวมาแล้วหลายครั้งนับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา ทว่าเหตุการณ์ครั้งล่าสุดนี้ถือเป็นครั้งแรกที่โดรนพุ่งชนอาคารที่พักอาศัยของประชาชนและส่งผลให้พลเรือนชาวโรมาเนียได้รับบาดเจ็บโดยตรง
กระทรวงกลาโหมของโรมาเนียระบุเพิ่มเติมว่า ตรวจพบซากชิ้นส่วนโดรนในดินแดนของตนมาแล้วถึง 47 ครั้ง นับตั้งแต่สงครามเต็มรูปแบบเริ่มต้นขึ้น โดยมีจำนวน 12 ครั้งที่เกิดขึ้นภายในปีนี้
เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา กีตานัส นาอูเซดา (Gitanas Nauseda) ประธานาธิบดีลิทัวเนีย (Lithuania) ต้องอพยพไปยังบังเกอร์หลบภัย หลังจากตรวจพบโดรนของยูเครน (Ukraine) ซึ่งถูกสกัดเปลี่ยนเส้นทางโดยรัสเซีย (Russia) บินตรงมายังกรุงวิลนีอุส (Vilnius)
และนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดรนของยูเครน (Ukraine) ที่ถูกเปลี่ยนทิศทางจากการปะทะได้พุ่งตกในประเทศเอสโตเนีย (Estonia) และสร้างความเสียหายต่อคลังน้ำมันในประเทศลัตเวีย (Latvia) รวมถึงบีบให้เครื่องบินขับไล่ F-16 ของนาโต (NATO) ต้องทำการยิงทำลายโดรนตกเหนือดินแดนเอสโตเนีย (Estonia) อีกด้วย
ทั้งนี้ รัสเซีย (Russia) ได้ส่งคำขู่ไปยังกลุ่มประเทศบอลติก (Baltic nations) ว่า สถานะการเป็นสมาชิกนาโต (NATO) จะไม่สามารถคุ้มครองพวกเขาได้ พร้อมทั้งกล่าวหาประเทศเหล่านี้ว่าจงใจปล่อยให้ยูเครน (Ukraine) ใช้ดินแดนของตนในการส่งโดรนขึ้นบินโจมตีรัสเซีย อย่างไรก็ดี มาเรีย ซาคาโรวา (Maria Zakharova) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดเมื่อวันศุกร์ โดยระบุว่าข้อกล่าวหาเรื่องโดรนรัสเซียบินเข้าไปในยุโรปเป็นสิ่งที่ไม่มีมูลความจริงและไม่มีหลักฐานใด ๆ ชี้ชัด
"ข้อกล่าวหาทั้งหมดที่เราได้ยิน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องโดรนในดินแดนของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU) ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ โดยไม่มีข้อเท็จจริง วัตถุพยาน หรือหลักฐานใด ๆ ถูกนำมาแสดงเลยแม้แต่ชิ้นเดียว" มาเรีย ซาคาโรวา (Maria Zakharova) กล่าวสรุปในที่สุด
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.telegraph.co.uk/world-news/2026/05/29/russia-ukraine-war-drone-strikes-romanian-apartment-nato/