.
รายงานชี้ ทรัมป์ขู่-โจมตี 15 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุม 4 ทวีป ตะวันออกกลางหนักสุด โอมานเสี่ยงถูกถล่ม
29-5-2026
สำนักข่าว CNN รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการข่มขู่ เปิดช่องความเป็นไปได้ในการโจมตี หรือลงมือโจมตีทางทหารต่อประเทศต่างๆ รวมแล้วจำนวน 15 ประเทศ ตลอดการดำรงตำแหน่งทั้งสองสมัย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนโดยประมาณคือ 1 ใน 13 ของจำนวนประเทศทั้งหมดในโลก โดยโอมาน (Oman) ถือเป็นประเทศลำดับที่ 15 เป็นอย่างน้อย ที่เผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว
โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เพิ่มชื่อของโอมาน เข้าไปในบัญชีรายชื่อดังกล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยกล่าวเตือนว่าโอมาน อาจต้องเผชิญกับการปฏิบัติการทางทหารจากสหรัฐฯ หากพยายามที่จะเข้ามาควบคุมเส้นทางขนส่งสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ร่วมกับประเทศอิหร่าน ซึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ระบุในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาว ว่า "โอมาน จะต้องประพฤติตัวเหมือนกับคนอื่นๆ ไม่เช่นนั้นเราคงต้องระเบิดพวกเขา" แม้ถ้อยคำดังกล่าวจะดูเหมือนเป็นการกล่าวอย่างไม่เป็นทางการ มากกว่าจะเป็นการประกาศนโยบายหลักอย่างเป็นรูปธรรม แต่ก็สอดคล้องกับรูปแบบนโยบายต่างประเทศในวงกว้างของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่มักจะใช้การขู่บังคับด้วยกำลังทหารเป็นเครื่องมือหลักที่เกิดขึ้นซ้ำๆ
สำหรับกรณีการขู่โจมตีและการใช้กำลังทหารเกือบทั้งหมดนั้น เกิดขึ้นในช่วง 16 เดือนแรกของวาระการดำรงตำแหน่งในสมัยที่สอง แม้ว่าบางกรณีจะคาบเกี่ยวกันทั้งสองสมัยก็ตาม โดยในวาระปัจจุบัน โดนัลด์ ทรัมป์ ได้อนุมัติปฏิบัติการโจมตีทางทหารใน 7 ประเทศ ประกอบด้วย อิหร่าน (Iran), อิรัก (Iraq), ไนจีเรีย (Nigeria), โซมาเลีย (Somalia), ซีเรีย (Syria), เวเนซุเอลา (Venezuela) และเยเมน (Yemen) ซึ่งบางประเทศเคยตกเป็นเป้าหมายในสมัยแรกมาแล้ว
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมถึงปฏิบัติการโจมตีเรือที่ถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับการลักลอบค้ายาเสพติดในทะเลแคริบเบียน และมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมีการมุ่งเป้าไปที่เรือเกือบ 60 ลำ และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 190 ราย
นอกจากนี้ ในวาระปัจจุบัน โดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้ข่มขู่หรือเปิดช่องความเป็นไปได้ในการโจมตีทางทหารต่อประเทศอื่นๆ อีก ได้แก่ แคนาดา (Canada), โคลอมเบีย (Colombia), คิวบา (Cuba), กรีนแลนด์ (Greenland) ซึ่งเป็นดินแดนของเดนมาร์ก (Denmark), เม็กซิโก (Mexico), ปานามา (Panama) และโอมาน (Oman) ขณะที่ในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยแรก เขาเคยข่มขู่เม็กซิโก (Mexico) และเกาหลีเหนือ (North Korea) มาก่อนแล้วเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ลักษณะของการข่มขู่และการโจมตีดังกล่าวมีความแตกต่างกันออกไป โดยบางกรณี เช่น ปฏิบัติการโจมตีในอิรัก (Iraq) มีการจำกัดวงเป้าหมายอย่างแคบเฉพาะกลุ่มก่อการร้าย โดยไม่ได้พุ่งเป้าไปที่รัฐบาลของประเทศนั้นๆ โดยตรง ขณะที่การข่มขู่ในบางกรณีอาจมีความชัดเจนน้อยกว่า เนื่องจาก โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เพียงแค่ปฏิเสธที่จะตัดประเด็นเรื่องความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารทิ้งไป แต่ตัวเลขสถิติเหล่านี้ก็สะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดว่า โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) มีการหยิบยกประเด็นความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารขึ้นมาบ่อยครั้งเพียงใด
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ประเทศต่างๆ ที่ตกเป็นเป้าหมายคำขู่หรือถูกโจมตีทางทหารนั้น มีประชากรรวมกันคิดเป็นสัดส่วนราว 1 ใน 11 ของประชากรโลก ซึ่งหมายความว่าประชากรโลกในสัดส่วนที่สำคัญต่างมีเหตุผลที่จะต้องตระหนักถึงความเป็นไปได้ในการเผชิญมาตรการทางทหารจากสหรัฐฯ (US) ภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยภูมิภาคตะวันออกกลาง (Middle East) ถือเป็นพื้นที่เป้าหมายหลัก ซึ่งปัจจุบันมีการขู่หรือโจมตีไปแล้ว 5 ประเทศ ได้แก่ อิหร่าน (Iran), อิรัก (Iraq), โอมาน (Oman), ซีเรีย (Syria) และเยเมน (Yemen)
นอกจากนี้ คำขู่และการโจมตียังครอบคลุมถึง 4 จาก 6 ทวีปที่มีประชากรอาศัยอยู่ทั่วโลก ได้แก่ แอฟริกา (Africa), เอเชีย (Asia), อเมริกาเหนือ (North America) และอเมริกาใต้ (South America) รวมถึงมีการขู่ประเทศในยุโรป (Europe) อย่างเดนมาร์ก (Denmark) ในทางเทคนิค จากการหยิบยกประเด็นความเป็นไปได้ในการเข้าครอบครองกรีนแลนด์ (Greenland) ซึ่งเป็นดินแดนของเดนมาร์กในทวีปอเมริกาเหนือ
ในหลายกรณี ถ้อยแถลงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังก้าวข้ามขอบเขตของการขู่เข็ญทางทหารไปสู่ความเป็นไปได้ในการขยายอธิปไตยทางดินแดน โดยจากทั้งหมด 15 ประเทศที่ถูกข่มขู่หรือโจมตี มี 5 ประเทศที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุชัดเจนว่าอาจเป็นเป้าหมายในการผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ หรืออยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ ได้แก่ แคนาดา, คิวบา , กรีนแลนด์ , ปานามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่คลองปานามา (Panama Canal) และเวเนซุเอลา
---
IMCT NEWS
ที่มา https://edition.cnn.com/2026/05/27/politics/oman-trump-threat-attack-countries