จีนประณามสหรัฐฯตั้งข้อหา “ราอูล คาสโตร”
จีนประณามสหรัฐฯ ใช้ “มาตรการข่มขู่บีบบังคับ” ตั้งข้อหา “ราอูล คาสโตร” พร้อมประกาศหนุนคิวบาปกป้องอธิปไตย
22-5-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า รัฐบาลจีนออกมาประณามสหรัฐอเมริกาหลังวอชิงตันตั้งข้อหาทางอาญาต่อราอูล คาสโตร อดีตผู้นำคิวบา จากเหตุเครื่องบินพลเรือนสองลำของกลุ่มชาวคิวบาผู้ลี้ภัยในไมอามีถูกสอยตกเมื่อปี 1996 ซึ่งคร่าชีวิตผู้โดยสารทั้งหมดสี่คน รวมถึงชาวอเมริกันสามคน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการยกระดับแรงกดดันของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต่อรัฐบาลสังคมนิยมในฮาวานา ซึ่งถูกมองว่าเป็นการปะทุความตึงเครียดระลอกใหม่ระหว่างคู่แข่งยุคสงครามเย็น
จีน (China) ได้ออกมาประณามประเทศสหรัฐฯ (US) อย่างรุนแรงจากการตั้งข้อหาทางอาญาต่อ นายราอูล คาสโทร (Raul Castro) อดีตผู้นำคิวบา (Cuba) ในขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กำลังยกระดับแรงกดดันต่อรัฐบาลสังคมนิยมของประเทศเกาะแห่งนี้
ทั้งนี้ สหรัฐฯ (US) ได้ประกาศตั้งข้อหาทางอาญาต่อ นายราอูล คาสโทร (Raul Castro) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา จากเหตุการณ์ยิงเครื่องบินพลเรือน 2 ลำตกเมื่อปี 1996 ซึ่งเครื่องบินดังกล่าวขับโดยกลุ่มชาวคิวบาลี้ภัยที่มีฐานปฏิบัติการอยู่ในเมืองไมแอมี (Miami) ส่งผลให้ผู้อยู่บนเครื่องบินทั้ง 4 ราย ซึ่งรวมถึงพลเมืองอเมริกัน 3 ราย เสียชีวิตทั้งหมดในเหตุการณ์ดังกล่าว
นายกัว เจียคุน (Guo Jiakun) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จีน "คัดค้านอย่างเด็ดขาด" ต่อมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว (Unilateral sanctions) ที่ผิดกฎหมาย ซึ่งขาดฐานรองรับภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และไม่ได้รับอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council)
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุเพิ่มเติมว่า จีนคัดค้าน "การใช้อำนาจในกระบวนการตุลาการในทางที่ผิด" (Abuse of judicial proceedings) และต่อต้านการที่กองกำลังภายนอกพยายามกดดันคิวบา (Cuba) ไม่ว่าจะด้วยข้ออ้างใดก็ตาม
"สหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องหยุดใช้นโยบายข่มขู่บีบบังคับ (Big stick) ด้วยการคว่ำบาตรและมาตรการทางกฎหมายต่อคิวบา และหยุดข่มขู่คิวบาด้วยกำลังทหารในทุกครั้งที่มีโอกาส ประเทศจีนสนับสนุนคิวบาอย่างมั่นคงในการปกป้องอธิปไตยและเกียรติภูมิแห่งชาติของตน และคัดค้านการแทรกแซงจากภายนอกอย่างเต็มที่" โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าว
คำฟ้องดังกล่าวระบุข้อหา นายราอูล คาสโทร (Raul Castro) ว่าเป็นผู้สั่งการให้ยิงเครื่องบินขนาดเล็ก 2 ลำที่ดำเนินการโดยกลุ่มลี้ภัย "Brothers to the Rescue" ตก นอกจากนี้ ทางการสหรัฐฯ (US) ยังได้ตั้งข้อหานักบินทหารคิวบาอีก 5 ราย จากการมีส่วนร่วมในปฏิบัติการครั้งนั้นด้วย
ในอดีต นายราอูล คาสโทร (Raul Castro) ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 94 ปี ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพคิวบาในช่วงเวลาดังกล่าว และเผชิญกับการประณามจากนานาชาติต่อเหตุการณ์เครื่องบินตกในครั้งนั้น
สหรัฐฯ (US) ได้พยายามกดดันรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของคิวบาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา การประกาศตั้งข้อหาในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดครั้งสำคัญระหว่างสองประเทศคู่ปรับตลอดกาลตั้งแต่ยุคสงครามเย็น (Cold War)
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่คิวบาจำนวน 11 ราย ซึ่งรวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารของคิวบา ผู้บัญชาการทหารอีกหลายนาย รวมถึงหน่วยงานข่าวกรองหลักของประเทศ
กรุงปักกิ่งได้ส่งเสียงสนับสนุนประเทศเกาะแห่งนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นับตั้งแต่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และคิวบากลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งในเดือนมกราคม หลังจากกองกำลังพิเศษของสหรัฐฯ ได้เข้าควบคุมตัว นายนิโคลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) ผู้นำเวเนซุเอลา (Venezuela) ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดและยาวนานของกรุงฮาวานา (Havana)
ทางด้าน ประธานาธิบดีมิเกล ดีแอส-กาเนล (Miguel Diaz-Canel) ของคิวบา ได้แสดงปฏิกิริยาผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันพุธ โดยระบุว่า สหรัฐฯ (US) ได้ "โกหกและบิดเบือน" เหตุการณ์ในปี 1996 พร้อมชี้ว่าข้อหาดังกล่าวเป็น "การกระทำทางการเมืองที่ไม่มีฐานทางกฎหมายรองรับใด ๆ ทั้งสิ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อเพิ่มข้อมูลเข้าไปในสำนวนคดีที่พวกเขากำลังสร้างขึ้น เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการก้าวร้าวทางทหารที่โง่เขลาต่อคิวบา"
ในโพสต์ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน ประธานาธิบดีคิวบายังได้ประณามการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ว่า "ผิดศีลธรรม ผิดกฎหมาย และเป็นอาชญากรรม" พร้อมทั้งโจมตีแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อต่อประเทศเกาะแห่งนี้
การปิดกั้นการขนส่งเชื้อเพลิงโดยสหรัฐฯ (US fuel blockade) ที่เริ่มบังคับใช้ในเดือนมกราคม ได้ส่งผลให้เกิดวิกฤตขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างรุนแรงในคิวบา และทำลายความสามารถในการผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศจนเป็นอัมพาต
ขณะเดียวกัน นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นบุตรของผู้อพยพชาวคิวบาในรัฐฟลอริดา (Florida) ได้สื่อสารกับประชาชนชาวคิวบาเมื่อวันพุธผ่านวิดีโอที่บันทึกเป็นภาษาสเปน
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวหาว่ากลุ่มชนชั้นนำของคิวบานั้นคอรัปชัน และได้ยื่นข้อเสนอ "เส้นทางสายใหม่" ซึ่งรวมถึงความช่วยเหลือด้านอาหารและยารักษาโรค มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
"ในคิวบาปัจจุบัน มีเพียงผู้ที่ใกล้ชิดกับกลุ่มชนชั้นนำของกลุ่มบริษัท Gaesa หรือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเท่านั้นที่จะสามารถดำเนินธุรกิจที่มีผลกำไรได้ แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กำลังเสนอเส้นทางสายใหม่ในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และคิวบายุคใหม่" นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) กล่าว
ทั้งนี้ Gaesa คือกลุ่มองค์กรธุรกิจของคิวบาที่มีความเชื่อมโยงทางการเมือง ซึ่งนายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) อ้างว่าครอบครองสินทรัพย์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ และเป็นผู้ควบคุมระบบเศรษฐกิจของประเทศคิวบาถึง 70 เปอร์เซ็นต์
---
IMCT NEWS
ที่มา https://sc.mp/a73fa?utm_source=copy-link&utm_campaign=3354392&utm_medium=share_widget