.
Thailand
จุดจบชาติตะวันตกกินรวบ-ยุโรปสูญเสียตลาด จีนสร้างโรงกลั่นน้ำมัน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ พลิกโฉมไนจีเรียสู่ผู้ส่งออกพลังงาน
6-5-2026
ศึกพลังงานในแอฟริกา: จีนสร้างโรงกลั่นที่ยุโรปเคยปฏิเสธ ดันไนจีเรียผงาดส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปสู่ตลาดโลก โดย DD Geopolitics ไ้ด้วิเคราะห์และเผยแพร่ในแพลตฟอร์ม X ว่า การอุบัติขึ้นของโรงกลั่นน้ำมัน Dangote Oil Refinery ในเมืองลากอส (Lagos) มูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐที่สร้างโดยจีน (China) กำลังสร้างความสั่นสะเทือนต่อเสถียรภาพทางการค้าของยุโรป (Europe) อย่างรุนแรง หลังจากที่ประเทศไนจีเรีย (Nigeria) ในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของแอฟริกา ประสบปัญหาการไม่มีโรงกลั่นน้ำมันเป็นของตนเองมานานหลายทศวรรษ ส่งผลให้ต้องตกอยู่ในวงจรการส่งออกน้ำมันดิบและนำเข้าน้ำมันเบนซินกลับเข้ามาในราคาที่ถูกบวกกำไรเพิ่ม แต่สถานการณ์ดังกล่าวได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อไนจีเรียเริ่มเปลี่ยนบทบาทจากการส่งออกเพียงวัตถุดิบดิบมาเป็นการส่งออกน้ำมันเบนซินที่กลั่นแล้วแทน
ในปัจจุบัน โรงกลั่นแห่งนี้เดินเครื่องเต็มกำลังถึงร้อยละ 94 ของขีดความสามารถในการผลิตทั้งหมด 650,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งไม่เพียงแต่จะสามารถตอบสนองความต้องการภายในประเทศได้อย่างทั่วถึง แต่ยังมีส่วนต่างเหลือมากพอที่จะส่งออกไปยังต่างประเทศได้ โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไนจีเรียได้ส่งออกน้ำมันเบนซินเฉลี่ยประมาณ 44,000 บาร์เรลต่อวัน และมีการส่งน้ำมันงวดใหญ่จำนวน 317,000 บาร์เรลไปยังประเทศโมซัมบิก (Mozambique) ซึ่งถือเป็นการส่งมอบน้ำมันสำเร็จรูปไปยังภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกเป็นครั้งแรก และมีการคาดการณ์ว่ากำลังการผลิตจะพุ่งสูงถึง 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันภายใน 3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้โรงกลั่นแห่งนี้กลายเป็นโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา บรรดาบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของชาติตะวันตก (Western Oil Majors) ถูกมองว่าพยายามรักษาให้ไนจีเรียต้องพึ่งพาการนำเข้าอยู่เสมอผ่านมาตรการขุดเจาะน้ำมันดิบออกไปเพื่อกลั่นในต่างประเทศแล้วนำกลับมาขายต่อในราคาพรีเมียม แต่จีนได้เข้ามาเติมเต็มในสิ่งที่ยุโรปเคยปฏิเสธที่จะสร้าง ส่งผลให้ในวันนี้ไนจีเรียสามารถควบคุมห่วงโซ่อุปทานพลังงานของตนเองได้อย่างเบ็ดเสร็จ ในขณะที่โรงกลั่นน้ำมันในยุโรปกำลังสูญเสียตลาดที่เคยผูกขาดมาอย่างยาวนาน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นรูปธรรมของสิ่งที่เรียกว่าอธิปไตยทางเศรษฐกิจ (Economic Sovereignty) ซึ่งการปรับตัวของโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่นี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจสำหรับผู้ที่ติดตามความเคลื่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากประเด็นดังกล่าวได้รับการวิเคราะห์และติดตามมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสการจัดระเบียบขั้วอำนาจเศรษฐกิจใหม่ที่จีนเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานอุตสาหกรรมในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/DD_Geopolitics/status/2051330566625350084?s=20
© Copyright 2020, All Rights Reserved