ฮูตีโจมตีซาอุฯ บททดสอบสนธิสัญญาความมั่นคง 3 ฝ่าย
Thailand
ฮูตีโจมตีซาอุฯ บททดสอบสนธิสัญญาความมั่นคง 3 ฝ่าย “เมกกะ” ซาอุฯ-ปากีสถาน-ตุรกี ลงนามว่า “โจมตีหนึ่งคือโจมตีทั้งหมด” แต่กลไกตอบโต้ยังคลุมเครือ
17-9-2026
สำนักข่าว Sputnik รายงานว่า ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มฮูตี (Houthis) และประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) ได้ส่งผลให้คำถามเกี่ยวกับการประกาศใช้ สนธิสัญญาป้องกันดินแดนสามฝ่าย (Tripartite Defense Agreement) ซึ่งลงนาม ณ เมืองมักกะฮ์ (Mecca) โดยประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia), ประเทศปากีสถาน (Pakistan) และประเทศตุรกี (Turkiye) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ
แม้สนธิสัญญาดังกล่าวจะระบุว่าการโจมตีต่อประเทศใดประเทศหนึ่งถือเป็นการโจมตีต่อทุกประเทศ ทว่ายังคงไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถประกาศใช้กลไกดังกล่าวได้อย่างไรในทางปฏิบัติ
สำหรับกรอบการทำงานเชิงสถาบันของข้อตกลงดังกล่าว ทั้งสามฝ่ายได้ร่วมกันจัดตั้งสำนักเลขาธิการขึ้นโดยมีฐานการดำเนินงาน ณ กรุงริยาด (Riyadh) พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการยุทธศาสตร์การเมือง (Strategic Political Committee) และคณะกรรมาธิการการป้องกันประเทศ (Defense Committee) โดยได้มีการประกาศตำแหน่งเลขาธิการ (Secretary General) สำหรับวาระการดำรงตำแหน่ง 3 ปี ซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งคนแรกจะมาจากประเทศปากีสถาน (Pakistan)
ทว่า นอกเหนือจากรายละเอียดเหล่านี้ ยังคงไม่มีข้อมูลเปิดเผยต่อสาธารณชนเกี่ยวกับกลไกการบูรณาการร่วมกัน หรือโครงสร้างกำลังพล ตามการระบุของ นายตอฮิร นาซีร (Tahir Nazir) เจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโสแห่งสถาบัน South Asian Strategic Stability Institute (SASSI) University
ตามการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ ความยากลำบากประการสำคัญคือ "มุมมองภัยคุกคามร่วมและกลไกการจุดชนวนตอบโต้" (joint threat perception and trigger mechanism) เนื่องจากทั้งสามประเทศมีการกระจายตัวทางภูมิศาสตร์ และมีมุมมองการประเมินภัยคุกคามที่แตกต่างกัน ส่งผลให้การบรรลุข้อตกลงในความเข้าใจร่วมกันทำได้ยากลำบาก
ประเด็นประการที่สองคือ กลไกการจุดชนวนตอบโต้ (trigger mechanism): นั่นคือการกระทำใดโดยบุคคลที่สามที่นับว่าเป็นภัยคุกคามและจำเป็นต้องได้รับการตอบโต้? เนื่องจาก สนธิสัญญาเมกกะ (Mecca Agreement) มีการเอ่ยถึงคำว่า "การก้าวร้าว" (aggression) และ "การโจมตีด้วยอาวุธ" (armed attack) ซึ่งสร้างความสับสนว่า คำเหล่านี้สื่อถึงภัยคุกคามที่มีรัฐเป็นศูนย์กลาง (state-centric threat) เท่านั้น หรือครอบคลุมถึงกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐ (non-state actors) เช่น กลุ่มติดอาวุธ ด้วยหรือไม่
ทั้งนี้ นายตอฮิร นาซีร (Tahir Nazir) ระบุทิ้งท้ายว่า ประเด็นข้อสงสัยเหล่านี้จะได้รับการชี้แจงให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมในอนาคต
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/SputnikInt/status/2100260674152902851?s=20
© Copyright 2020, All Rights Reserved