.
อินเดียจัดประชุม BRICS จับตาการหารือ 'โมดี-สี จิ้นผิง-ปูติน' ท่ามกลางวิกฤตสงครามอิหร่านและความท้าทายเอกภาพกลุ่ม-กำแพงภาษีสหรัฐฯ
11-9-2026
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ประเทศอินเดีย (India) เตรียมรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มบิกส์ (BRICS Leaders' Summit) ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยตั้งเป้าที่จะยกระดับสถานะและอิทธิพลในระดับโลกของกลุ่ม แม้ว่าสถานการณ์สงครามในประเทศอิหร่าน (Iran) ที่นำโดยประเทศสหรัฐฯ (US) จะส่งผลให้เกิดความแตกแยกภายในหมู่ประเทศสมาชิก โดยเฉพาะกรุงเตหะราน (Tehran) และกรุงอาบูดาบี (Abu Dhabi) ที่ยืนอยู่คนละฝั่งของความขัดแย้ง
การประชุมสุดยอดที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 กันยายน ณ กรุงนิวเดลี (New Delhi) มีขึ้นหลังจากประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิสราเอล (Israel) ได้เปิดฉากการโจมตีประเทศอิหร่าน (Iran) ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มบิกส์ (BRICS) มาตั้งแต่ปี 2024 เป็นเวลามากกว่า 6 เดือน ความขัดแย้งระลอกนี้ส่งผลให้เกิดการปิดเส้นทางขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางการค้าน้ำมันของโลกโดยสิ้นเชิง จนส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทางด้านประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มบิกส์ (BRICS) ได้ตัดสินใจระงับการค้าและธุรกรรมทางการเงินทั้งหมดกับประเทศอิหร่าน (Iran) ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธจากประเทศอิหร่าน (Iran) นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศระบุว่า บททดสอบสำคัญสำหรับกลุ่มบิกส์ (BRICS) ในครั้งนี้ คือการแสวงหาถ้อยคำเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทั้งกรุงอาบูดาบี (Abu Dhabi) และกรุงเตหะราน (Tehran) สามารถยอมรับร่วมกันได้ เพื่อเปิดทางไปสู่การจัดทำและออกแถลงการณ์ร่วม ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญมองว่าแม้แถลงการณ์ร่วมดังกล่าวอาจไม่ส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบันมากนัก แต่จะเป็นการแสดงให้เห็นว่า เวทีของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่สามารถรวมพลังเป็นเอกภาพในการต่อต้านนโยบายที่บั่นทอนเศรษฐกิจ เช่น มาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก
ในส่วนของผู้นำที่จะเข้าร่วมการประชุม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) แห่งประเทศจีน (China) จะเดินทางมาเข้าร่วม ซึ่งถือเป็นการเยือนประเทศอินเดีย (India) เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี สะท้อนถึงความสำคัญที่กรุงปักกิ่ง (Beijing) มีต่อกลุ่มบิกส์ (BRICS) และเป็นการวางตำแหน่งประเทศจีน (China) ควบคู่กับเจ้าภาพอย่างประเทศอินเดีย (India) ในการเป็นศูนย์กลางของความพยายามเพื่อประคับประคองความเป็นเอกภาพของกลุ่มที่มีการขยายสมาชิกเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ของประเทศรัสเซีย (Russia), ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ของประเทศอิหร่าน (Iran), ประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซา (Cyril Ramaphosa) ของประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa), ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตอห์ อัล-ซีซี (Abdel Fattah al-Sisi) ของประเทศอียิปต์ (Egypt) และประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต (Prabowo Subianto) ของประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) มีกำหนดการเข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน พร้อมด้วยเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส (Antonio Guterres) ขณะที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) คาดว่าจะมีผู้แทนเข้าร่วมคือ มกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบี เชค คาเลด บิน โมฮัมเหม็ด บิน ซายิด อัล นาฮียาน (Sheikh Khaled bin Mohamed bin Zayed Al Nahyan)
สงครามอิหร่านส่งผลกระทบเชิงลบต่อกลุ่ม
นายดมิทรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) โฆษกทำเนียบเครมลิน (Kremlin) เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ความขัดแย้งระหว่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และประเทศอิหร่าน (Iran) ได้ส่งผลกระทบเชิงลบและกลายเป็นอุปสรรคต่อการร่างแถลงการณ์ร่วม อย่างไรก็ดี เขาคาดหวังว่าบรรดาผู้นำจะสามารถตกลงใช้ถ้อยคำที่เป็นที่ยอมรับของทั้งสองประเทศได้
เดิมทีกลุ่มบิกส์ (BRICS) ก่อตั้งขึ้นโดยมีสมาชิกได้แก่ ประเทศบราซิล (Brazil), ประเทศรัสเซีย (Russia), ประเทศอินเดีย (India), ประเทศจีน (China) และต่อมาได้เพิ่มประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa) ก่อนที่จะขยายวงสมาชิกโดยการรับประเทศอียิปต์ (Egypt), ประเทศเอธิโอเปีย (Ethiopia), ประเทศอิหร่าน (Iran), ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia) เข้ามาร่วม สะท้อนถึงความทะเยอทะยานในการเป็นตัวแทนของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Global South) ในขอบเขตที่กว้างขวางยิ่งขึ้น
ขณะที่บทบาทของประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) ในกลุ่มยังคงมีความคลุมเครือ เนื่องจากยังไม่ได้ตอบรับการเป็นสมาชิกแบบเต็มตัว แต่ใช้วิธีส่งคณะผู้แทนระดับต่ำกว่าเข้าร่วม โดยในการประชุมที่กรุงนิวเดลี (New Delhi) ครั้งนี้ นายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอูด (Faisal bin Farhan Al Saud) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นผู้แทนเข้าร่วมงาน
นายไมเคิล คูเกลแมน (Michael Kugelman) นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันแอตแลนติกเคานซิล (Atlantic Council) ให้ความเห็นว่า "สมาชิกใหม่บางประเทศของกลุ่มบิกส์ (BRICS) อย่างประเทศอิหร่าน (Iran) และประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รวมถึงประเทศอียิปต์ (Egypt) และประเทศเอธิโอเปีย (Ethiopia) กำลังติดพัวพันกับความตึงเครียดและมีความเห็นที่ไม่ลงรอยกันหลายเรื่อง ซึ่งถือเป็นข่าวร้ายสำหรับองค์กรที่ดำเนินงานโดยอาศัยฉันทามติ" พร้อมกล่าวเสริมว่า "มีความย้อนแย้งเกิดขึ้น ณ จุดนี้ กล่าวคือ การขยายตัวของกลุ่มบิกส์ (BRICS) สะท้อนถึงเสน่ห์และความสำคัญที่เพิ่มมากขึ้น แต่การขยายตัวดังกล่าวนั่นเอง ที่อาจทำให้กลุ่มมีประสิทธิภาพลดลงเนื่องจากความเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากของสมาชิกใหม่"
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของกลุ่มประเทศบิกส์ (BRICS) ไม่สามารถออกแถลงการณ์ร่วมภายหลังการประชุม ณ กรุงนิวเดลี (New Delhi) ได้ เนื่องจากจุดยืนที่ขัดแย้งกันระหว่างประเทศอิหร่าน (Iran) และประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE)
อย่างไรก็ตาม การประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ได้สร้างความหวังในเชิงบวกขึ้น เนื่องจากบรรดาสมาชิกสามารถตกตกลงใช้ถ้อยคำเกี่ยวกับความขัดแย้งในประเทศอิหร่าน (Iran) ที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ โดยนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ของอินเดีย, ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping), ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) พร้อมด้วยผู้นำคนอื่นๆ ได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ร่วมเพื่อประณามปฏิบัติการทางการทหารของประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิสราเอล (Israel) ต่อประเทศอิหร่าน (Iran) รวมถึงประณามมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก
นายราจีฟ ภาเทีย (Rajiv Bhatia) อดีตนักการทูตอินเดีย ระบุว่า แถลงการณ์ร่วมในการประชุมสุดยอด SCO ซึ่งไม่ได้มีประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รวมอยู่ด้วย ได้ช่วยจุดประกายความหวังให้แก่กลุ่มบิกส์ (BRICS) ในการประสานร้อยร้าว โดยกล่าวว่า "มีความคืบหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งเกิดขึ้นในการประชุมสุดยอด SCO ที่กรุงบิชเคก (Bishkek)" และชี้ว่า แม้กลุ่ม SCO จะมีสมาชิกที่มีจุดยืนสนับสนุนประเทศสหรัฐฯ (US) แต่พวกเขาก็สามารถบรรลุข้อตกลงในการใช้ถ้อยคำที่ยอมรับได้ทุกฝ่าย
นอกจากประเด็นความขัดแย้งในตะวันออกกลางแล้ว บรรดาผู้เชี่ยวชาญยังชี้ว่า นโยบายการคุ้มครองทางการค้าและการจัดเก็บภาษีฝ่ายเดียวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งประเทศสหรัฐฯ (US) ได้กลายเป็นปัจจัยเร่งให้กลุ่มประเทศบิกส์ (BRICS) ต้องหันมารวมตัวกันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และอาจนำไปสู่การหารือทวิภาคีหรือตรีภาคีระหว่างผู้นำประเทศต่างๆ
ทั้งนี้ คาดว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) มีกำหนดการจะเดินทางไปยังประเทศสหรัฐฯ (US) ในช่วงปลายเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการเปิดรอบหารือระหว่างเขากับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) นอกรอบการประชุมที่กรุงนิวเดลี (New Delhi) ก่อนหน้าการพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือไม่
วาระการหารือทวิภาคีระดับผู้นำ
นอกเหนือจากความพยายามในการผลักดันข้อตกลงร่วมเกี่ยวกับภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว อีกหนึ่งจุดสนใจสำคัญตกไปอยู่ที่การประชุมทวิภาคีที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) รวมถึงการหารือที่มีกำหนดการแน่นอนแล้วระหว่างนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin)
หากการพบกันระหว่างนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) เกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการพบกันครั้งที่ 3 นับตั้งแต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อปีที่แล้ว หลังจากทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงคลี่คลายความตึงเครียดทางการทหารบริเวณชายแดนเทือกเขาฮิมาลัย (Himalayan) ที่เคยเป็นข้อพิพาท โดยคาดว่าผู้นำทั้งสองจะทบทวนความพยายามในการสร้างเสถียรภาพต่อความสัมพันธ์และขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
สำหรับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) นายดมิทรี เปสคอฟ (Dmitry Peskov) ยืนยันว่า ผู้นำรัสเซียจะเปิดหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi) ในวันศุกร์ก่อนการประชุมสุดยอดจะเริ่มขึ้น โดยคาดว่าวาระหลักจะเน้นไปที่ความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจ
การหารือทวิภาคีดังกล่าวนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากประเทศรัสเซีย (Russia) ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ส่งมอบพลังงานรายใหญ่ที่สุดให้แก่ประเทศอินเดีย (India) ขณะที่กรุงนิวเดลี (New Delhi) กำลังพยายามรักษาสมดุลระหว่างความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ยาวนานกับกรุงมอสโก (Moscow) กับการเผชิญแรงกดดันจากกรุงวอชิงตัน (Washington) ในเรื่องการจัดซื้อน้ำมันดิบจากประเทศรัสเซีย (Russia)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.reuters.com/world/china/india-hosts-brics-summit-iran-war-tests-bloc-unity-2026-09-10/