.
'จีนเทหนี้สหรัฐ–ซื้อทองเพิ่ม' ปักกิ่งลดถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ แตะ $6.33 แสนล้าน ต่ำสุดใน 18 ปี ท่ามกลางศึกอิหร่านและความไม่แน่นอนของ Fed
20-8-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า ประเทศจีน (China) ได้ปรับลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasuries) ลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 18 ปี ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากกรุงปักกิ่งยังคงเดินหน้ากระจายความเสี่ยงของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น และความไม่แน่นอนที่ทวีความรุนแรงเกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงินในประเทศสหรัฐฯ (US)
ข้อมูลที่เปิดเผยโดย กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (US Treasury Department) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ยอดการถือครองพันธบัตรของจีนปรับลดลงสู่ระดับ 6.334 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมิถุนายน จากระดับ 6.593 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม โดยยอดการถือครองในเดือนมิถุนายนถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2008 ซึ่งในขณะนั้นยอดการถือครองลดลงสู่ระดับ 6.182 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลของ Wind ผู้ให้บริการข้อมูลทางการเงินของจีน
ในขณะเดียวกัน ยอดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของต่างชาติโดยรวม ปรับลดลงสู่ระดับ 9.299 ตริลเลียนดอลลาร์สหรัฐ (ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนมิถุนายน จากระดับ 9.371 ตริลเลียนดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม
การสู้รบระหว่างประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิหร่าน (Iran) ได้ปะทุขึ้นอีกครั้งในเดือนมิถุนายน ก่อนที่จะมีการหยุดยิงชั่วคราวซึ่งช่วยบรรเทาความวิตกกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งในภูมิภาคที่อาจขยายวงกว้าง โดยบรรดานักลงทุนต่างกำลังเฝ้าระวังความเสี่ยงของการสู้รบที่อาจเกิดขึ้นใหม่ การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมัน ตลอดจนผลกระทบที่มีต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ เดือนดังกล่าวยังเป็นเดือนประเดิมการประชุมนโยบายครั้งแรกของ นายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ในฐานะประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยแถลงการณ์หลังการประชุมที่สั้นกระชับอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับการตัดสินใจของประธาน Fed คนใหม่ที่จะไม่เผยแพร่ประมาณการอัตราดอกเบี้ย ซึ่งสอดคล้องกับข้อวิพากษ์วิจารณ์ของเขาต่อการส่งสัญญาณแนวนโยบายล่วงหน้า (Forward guidance) ได้ส่งผลให้นักลงทุนเหลือเบาะแสเพียงเล็กน้อยในการคาดเดาทิศทางเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury yields) พุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปีในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปลายโค้งระยะยาว ซึ่งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี และ 10 ปี อยู่ภายใต้แรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนทางการคลังของกรุงวอชิงตัน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นมากกว่า 0.04 percentage point ปิดที่ระดับร้อยละ 5.31 ในวันจันทร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2007 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นมากกว่า 0.02 percentage point สู่ระดับร้อยละ 4.724
ในขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 5 ปี และ 2 ปี ปรับตัวขึ้นมากกว่า 0.01 percentage point สู่ระดับร้อยละ 4.376 และร้อยละ 4.182 ตามลำดับ
ในบรรดาผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่รายอื่น ประเทศญี่ปุ่น (Japan) ซึ่งเป็นผู้ถือครองหนี้สหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุดในต่างประเทศ ได้ลดการถือครองลงสู่ระดับ 1.12 ตริลเลียนดอลลาร์สหรัฐในเดือนมิถุนายน จากระดับ 1.14 ตริลเลียนดอลลาร์สหรัฐในเดือนพฤษภาคม ขณะที่การถือครองของสหราชอาณาจักร (UK) ลดลงสู่ระดับ 9.399 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 9.486 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อปลายเดือนที่แล้ว กรุงวอชิงตันและกรุงโตเกียวได้เข้าแทรกแซงตลาดเพื่อสกัดการร่วงลงของค่าเงินเยน (Japanese yen) ซึ่งถือเป็นการเข้าแทรกแซงซื้อเงินเยนร่วมกันครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 โดยบรรดานักสังเกตการณ์คาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า การเข้าร่วมของสหรัฐฯ อาจช่วยจำกัดแรงขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ด้วยเช่นกัน
ประเทศจีน (China) ตกไปอยู่ที่อันดับสามในกลุ่มผู้ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รายใหญ่ในต่างประเทศเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ซึ่งตามหลังประเทศญี่ปุ่น (Japan) และสหราชอาณาจักร (UK) นับเป็นการถอยร่นอย่างค่อยเป็นค่อยไปแต่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ในสมัยการดำรงตำแหน่งวาระแรกของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นและความกังวลเกี่ยวกับการใช้อาวุธทางการเงินผ่านสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (US dollar)
ตรงกันข้ามกับการเทขายหนี้สหรัฐฯ ในวงกว้าง ประเทศจีน (China) ได้เพิ่มการถือครองทองคำสำรองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นการประกันความเสี่ยง (Hedge) ต่อความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการเงิน
ข้อมูลอย่างเป็นทางการแสดงให้เห็นว่า ธนาคารกลางจีน (People’s Bank of China: PBOC) ได้เพิ่มการถือครองทองคำแท่งติดต่อกันเป็นเดือนที่ 21 ในเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้ยอดรวมเพิ่มขึ้นเป็น 76.08 ล้านทรอยออนซ์ (2.37 ล้านกิโลกรัม)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/economy/china-economy/article/3364353/china-trims-us-treasury-holdings-amid-iran-war-fed-uncertainty?module=top_story&pgtype=section