จีนขยายบทบาทลาตินอเมริกา
จีนขยายบทบาทลาตินอเมริกา สี จิ้นผิง หนุนประเทศในภูมิภาค 'เลือกพันธมิตรได้อย่างเสรี' ขณะเอกวาดอร์ถ่วงดุลจีน–สหรัฐฯ
20-8-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ผู้นำประเทศจีน (China) ได้กล่าวต่อ ประธานาธิบดีแดเนียล โนโบอา (Daniel Noboa) ผู้นำประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า ประเทศจีน (China) สนับสนุนอย่างแข็งแกร่งให้ประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริการักษาอธิปไตยของตนเอง และดำเนินความร่วมมือระหว่างประเทศบนพื้นฐานของผลประโยชน์แห่งชาติ
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) กล่าวว่า "ประเทศในแถบลาตินอเมริกาและแคริบเบียนควรมีเสรีภาพในการเลือกพันธมิตรระหว่างประเทศโดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก" ซึ่งเป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยอ้อมต่อการเข้ามาแทรกแซงภูมิภาคของประเทศสหรัฐฯ (US) นัยตั้งแต่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หวนคืนสู่ทำเนียบขาวเมื่อปี 2025
เช่นเดียวกับหลายประเทศเพื่อนบ้านในลาตินอเมริกา ประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) กำลังพยายามรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีน (China) และประเทศสหรัฐฯ (US) ท่ามกลางการแสดงยืนยันอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากกรุงวอชิงตัน
สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) สื่อทางการของจีน รายงานคำกล่าวของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ที่ระบุว่า "สถานะของภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียนในฐานะ 'เขตแห่งสันติภาพ' ไม่ควรถอนถอน และเส้นทางการพัฒนาของกลุ่มประเทศในลาตินอเมริกาและแคริบเบียนไม่ควรถูกขัดจังหวะ"
ทั้งนี้ การประกาศ "เขตแห่งสันติภาพ" (Zone of Peace) เป็นปฏิญญาที่ลงนามโดย 33 ประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียนเมื่อปี 2014 ซึ่งระบุปฏิเสธการใช้กำลังในการตัดสินข้อพิพาท ห้ามการใช้กาตตระกูลอาวุธนิวเคลียร์ และปฏิเสธการแทรกแซงทางทหารจากต่างชาติ
ด้าน สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) รายงานว่า ประธานาธิบดีแดเนียล โนโบอา (Daniel Noboa) ได้ระบุว่า ประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) มีความยินดีที่จะ "เป็นมิตรที่ดีต่อประเทศจีน (China) บนอีกฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิก"
ประเทศจีน (China) อาจเป็นกุญแจสำคัญในความพยายามของ ประธานาธิบดีแดเนียล โนโบอา (Daniel Noboa) ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังซบเซา ซึ่งพึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์เป็นหลัก เช่น น้ำมัน ทองคำ กุ้ง เนื้อวัว และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่น ๆ
ทั้งสองประเทศได้ลงนามในข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ร่วมกันในปี 2023 ก่อนที่ ประธานาธิบดีแดเนียล โนโบอา (Daniel Noboa) จะก้าวขึ้นสู่อำนาจไม่กี่เดือน และในปัจจุบัน ประเทศจีน (China) ได้กลายเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสองของประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) เป็นคู่ค้าที่ไม่ใช่น้ำมันรายใหญ่ที่สุด เป็นเจ้าหนี้หลัก และเป็นแหล่งลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่สำคัญ
ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการของประเทศจีน (China) ระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เติบโตขึ้นร้อยละ 20.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะระดับ 9,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการ ยานยนต์ เครื่องจักร และอุปกรณ์ไฟฟ้าจากประเทศจีน (China) ที่เพิ่มสูงขึ้น
โฆษกทางการของประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) แถลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ประธานาธิบดีแดเนียล โนโบอา (Daniel Noboa) หวังที่จะ "ผลักดันโครงการริเริ่มที่มีความสำคัญลำดับแรกในด้านการค้า การลงทุน ความร่วมมือ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน เทคโนโลยี และการพัฒนาอย่างยั่งยืน" ในระหว่างการเดินทางเยือนเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์นี้
ประธานาธิบดีแดเนียล โนโบอา (Daniel Noboa) ซึ่งเดินทางถึงกรุงปักกิ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีกำหนดการเข้าพบ นายหลี่ เฉียง (Li Qiang) นายกรัฐมนตรีจีน และ นายจ้าว เล่อจี้ (Zhao Leji) เจ้าหน้าที่ระดับสูงอันดับสามของประเทศจีน (China)
สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) รายงานเสริมว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) เสนอให้ทั้งสองประเทศสำรวจพื้นที่ใหม่ ๆ สำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างแข็งขัน ซึ่งรวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัล การพัฒนาสีเขียว พลังงานใหม่ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อประโยชน์ของภาคธุรกิจและผู้บริโภค นอกจากนี้ ยังระบุให้เร่งกระชับความเชื่อมั่นทางการเมืองร่วมกัน และเพิ่มพูนการแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐบาล นิติบัญญัติ และพรรคการเมือง
สำนักข่าวพริมินเชียส (Primicias) ของประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) รายงานว่า สินค้าส่งออกทางการเกษตรหลักของประเทศคือกุ้ง และการได้รับสิทธิ์เข้าสู่ตลาดประเทศจีน (China) อีกครั้งน่าจะเป็นภารกิจหลักที่สำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตกุ้งในประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) จำนวน 14 ราย ถูกระงับการนำเข้า หลังจากศุลกากรประเทศจีน (China) เข้าตรวจสอบวัตถุกันเสียในอาหารอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ ประเทศในทวีปอเมริกาใต้แห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของโครงการก่อสร้างหลายแห่งของประเทศจีน (China) รวมถึงโครงการเขื่อนพลังน้ำโคคา โคโด ซินแคลร์ (Coca Codo Sinclair) มูลค่ากว่า 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ก่อสร้างโดยบริษัท ซิโนไฮโดร คอร์ป (Sinohydro Corp) รัฐวิสาหกิจจีน ซึ่งเผชิญกับข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
แม้เขื่อนแห่งนี้จะจ่ายกระแสไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 30 ของประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) แต่ปัญหา รอยแตกร้าวในโครงสร้างและข้อขัดข้องทางเทคนิคหลายประการ ได้ส่งผลให้รัฐบาลกรุงกีโต ยื่นฟ้องต่ออนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศดำเนินคดีกับทางบริษัทในปี 2021
สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า คณะอนุญาโตตุลาการได้ตัดสินให้ประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador)ได้รับเงินชดเชยจำนวน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนเมษายน โดยคาดว่าบริษัท เพาเวอร์ไชน่า (PowerChina) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ ซิโนไฮโดร คอร์ป (Sinohydro Corp) จะเข้ามาบริหารจัดการ ดำเนินงาน และบำรุงรักษาพื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลา 25 ปี
นอกจากนี้ ประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) ยังมีเครือข่ายเฝ้าระวังระดับชาติชื่อ ECU911 ซึ่งใช้เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดและระบบจดจำใบหน้าจากประเทศจีน (China)
อย่างไรก็ตาม บริษัท CEIEC ซึ่งเป็นผู้สร้างเขื่อนและสนับสนุนเทคโนโลยีดังกล่าว เคยถูกประเทศสหรัฐฯ (US) คว่ำบาตรในปี 2020 ในข้อหา "บ่อนทำลายประชาธิปไตยในเวเนซุเอลา" ผ่านการจำกัดบริการอินเทอร์เน็ตและการสอดส่องทางดิจิทัลต่อฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง
สำนักข่าว เดอะ ดิโพลแมต (The Diplomat) รายงานเมื่อปีที่แล้วว่า บริษัทจากประเทศจีน (China) แห่งนี้ได้สูญเสียสัญญาในการซ่อมแซมและอัปเกรดเครือข่ายดังกล่าวในเวลาต่อมา เนื่องจากความกังวลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) ได้หันไปแสวงหาบริษัทจากประเทศอื่นเข้ามาดำเนินการแทน
ประธานาธิบดีแดเนียล โนโบอา (Daniel Noboa) ได้ใช้วิธีการทูตเชิงปฏิบัติการ (Pragmatic approach) ต่อกรุงปักกิ่ง โดยเคยกล่าวในการประชุม "Summer Davos" ที่เมืองเทียนจินเมื่อปีที่แล้วว่า "ยุคสมัยแห่งอุดมการณ์" ได้สิ้นสุดลงแล้ว
ขณะเดียวกัน เขายังพยายามสร้างความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) โดยมักกล่าวชื่นชมนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ และเข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งอีกด้วย
ในเดือนมีนาคม สำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ได้เปิดสำนักงานแห่งแรกในประเทศเอกวาดอร์ (Ecuador) ในขณะที่กองทัพของทั้งสองประเทศได้ดำเนินปฏิบัติการร่วมกันเพื่อต่อต้าน "องค์กรก่อการร้ายที่ถูกกำหนด" ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศสหรัฐฯ (US) เข้าไปมีส่วนร่วมในแคมเปญทางบกเพื่อปราบปรามกลุ่มพ่อค้ายาเสพติดในอเมริกาใต้ โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) ระบุว่านโยบายนี้จะขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีแดเนียล โนโบอา (Daniel Noboa) ต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เมื่อผู้ลงคะแนนเสียงปฏิเสธข้อเสนอการประชามติที่จะยินยอมให้ประเทศสหรัฐฯ (US) จัดตั้งฐานทัพทางทหารขึ้นใหม่ในภูมิภาคดังกล่าว
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/diplomacy/article/3364465/xi-hits-out-outside-interference-latin-america-meeting-ecuadors-president?module=top_story&pgtype=homepage