.
สหรัฐฯ สั่งบริษัทกลาโหมเร่งเพิ่มกำลังผลิตอาวุธสำคัญ โดยเฉพาะระบบป้องกันภัยทางอากาศ-ติดตามขีปนาวุธ หวั่นอาวุธขาดแคลน
10-8-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงเพนตากอน (Pentagon) ได้ออกหนังสือร้องขอให้บริษัทด้านการป้องกันประเทศรายใหญ่ของประเทศสหรัฐฯ (US) เร่งรัดความพยายามในการผลิตและส่งมอบระบบอาวุธสำคัญเป็นการด่วน ท่ามกลางความกังวลครั้งใหม่เกี่ยวกับสภาวะขาดแคลนและช่องว่างทางศักยภาพที่รุนแรงยิ่งขึ้นอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่าน (Iran war)
สทีฟ ไฟน์เบิร์ก (Steve Feinberg) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทางกระทรวงกำลังมุ่งเป้าไปที่การเร่งรัดหรือเพิ่มปริมาณการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับโครงการสำคัญระดับวิกฤต ซึ่งรวมถึงระบบสอดส่องครอบคลุมพื้นที่เป็นวงกว้าง (wide-area surveillance), เซนเซอร์และระบบสกัดกั้นการโจมตีทางอากาศ (air-defense sensors and interceptors) ตลอดจนระบบติดตามขีปนาวุธ (missile-tracking systems)
"วงรอบการพัฒนาที่ยาวนานหลายปีเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้อีกต่อไป" สทีฟ ไฟน์เบิร์ก (Steve Feinberg) ระบุไว้ในจดหมายลงวันที่ 5 สิงหาคม ซึ่งได้รับการเปิดเผยโดยสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ส่งถึงบริษัทด้านการป้องกันประเทศรายใหญ่ รวมถึงบริษัท โบอิ้ง (Boeing Co.), บริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin Corp.) และบริษัท อาร์ทีเอ็กซ์ (RTX Corp.) โดยเน้นย้ำว่า "เราจะต้องเร่งกำหนดการดำเนินโครงการของเราอย่างก้าวกระโดด และขยายกำลังการผลิตของเราในตอนนี้" ทั้งนี้ สำนักข่าวเดอะวอชิงตันโพสต์ (The Washington Post) ได้รายงานเกี่ยวกับจดหมายฉบับนี้เป็นแห่งแรก
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางคำเตือนที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับสถานะคลังอาวุธสำรองของประเทศสหรัฐฯ (US) ในขณะที่กองทัพประเทศสหรัฐฯ (US) กำลังเปิดฉากโจมตีประเทศอิหร่าน (Iran) และสกัดกั้นการโจมตีด้วยโดรนรวมถึงขีปนาวุธของประเทศอิหร่าน (Iran) ที่พุ่งเป้าใส่ฐานทัพของอเมริกันในภูมิภาคดังกล่าว
ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าประเทศสหรัฐฯ (US) กำลังขาดแคลนกระสุนยุทธภัณฑ์ โดยระบุเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ประเทศมีกระสุนยุทธภัณฑ์อยู่ในปริมาณ "มหาศาล" พร้อมกับกล่าวเตือนถึงบทลงโทษสำหรับผู้ที่ออกมาอ้างว่ากำลังเกิดภาวะขาดแคลน
ถึงกระนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ยังยอมรับเช่นกันว่า ประเทศสหรัฐฯ (US) มีระบบอาวุธบางประเภทที่ "สถานการณ์อาจตึงตัวขึ้นเล็กน้อย แต่เรากำลังได้รับเข้ามาเติมเต็มเป็นรายวัน" แม้ว่าเขาจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมใดๆ ก็ตาม
นอกจากนี้ ในเนื้อหาของจดหมาย สทีฟ ไฟน์เบิร์ก (Steve Feinberg) ยังได้มุ่งเน้นไปที่ความต้องการที่นอกเหนือจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิหร่าน (Iran war) ซึ่งครอบคลุมถึงการสื่อสารผ่านดาวเทียม (satellite communications) และระบบป้องกันทางอากาศยุคใหม่ (next-generation air-defense systems) ขณะที่อีกหนึ่งภารกิจเร่งด่วนคือ โครงการสกัดกั้นยุคใหม่ (Next Generation Interceptor) ของบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin Corp.) ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเป้าในการป้องกันประเทศสหรัฐฯ (US) จากขีปนาวุธข้ามทวีป (intercontinental ballistic missiles)
ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ขอให้บริษัทต่างๆ ยื่นเสนอแผนงานภายในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ สำหรับ "กำหนดการส่งมอบที่รุกคืบและรวดเร็วยิ่งขึ้น และ/หรือ การเพิ่มกำลังการผลิต" ในโครงการสำคัญระดับวิกฤตตามที่เขาได้ระบุไว้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-08-08/pentagon-asks-defense-firms-to-boost-production-of-key-systems?srnd=phx-politics