ยูเครนรุกผ่านเวที G7 "เซเลนสกี" เรียกร้อง "ทรัมป์"
ยูเครนรุกผ่านเวที G7 "เซเลนสกี" เรียกร้อง "ทรัมป์" ขอลิขสิทธิ์ผลิตขีปนาวุธ Patriot ผลิตเองในประเทศ ใช้สู้ศึกขีปนาวุธรัสเซีย
17-6-2026
The Telegraph รายงานว่า นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ประธานาธิบดียูเครน (Ukraine) ได้เรียกร้องและกระตุ้นให้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (US) ส่งมอบพิมพ์เขียว (Blueprints) สำหรับระบบขีปนาวุธ Patriot เพื่อให้ยูเครนสามารถดำเนินการผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นดังกล่าวได้เองภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยยกระดับและเสริมสร้างขีดความสามารถของระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
แหล่งข่าวทางการทูตเปิดเผยกับสำนักข่าวเดอะ เทเลกราฟ (The Telegraph) ว่า ประธานาธิบดียูเครนได้เสนอแนะแนวทางข้อตกลงการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ (Licensing Agreement) ในระหว่างการเข้าร่วมประชุมหารือหลายครั้งกับคู่เจรจาฝ่ายสหรัฐฯ นอกรอบการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ หรือ G7 ณ เมืองเอวียอง-เล-แบงส์ (Évian-les-Bains) ประเทศฝรั่งเศส (France) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งในประเด็นดังกล่าวนั้น นายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ส่งสัญญาณตอบรับว่าควรที่จะเริ่มต้นการเจรจาในรายละเอียดทางเทคนิคต่อไป
รายงานระบุว่า ในระหว่างการเจรจาแบบเผชิญหน้าโดยตรง นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ได้แสดงภาพถ่ายความเสียหายร้ายแรงแก่นายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ซึ่งเป็นผลกระทบจากการโจมตีอย่างรุนแรงของกองทัพรัสเซีย (Russia) ต่ออารามเปเชอร์สกา ลาวรา (Pechersk Lavra) ในกรุงเคียฟ เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนและเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับกองทัพอากาศของยูเครน
ในเวลาต่อมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้กล่าวแถลงกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมจะทำทุกวิถีทางเท่าที่ผมจะทำได้” พร้อมทั้งกล่าวเสริมด้วยว่า “ฟังนะ รัสเซียควรยอมที่จะทำข้อตกลงได้แล้ว”
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าบรรดาผู้นำกลุ่มประเทศยุโรปต่างรู้สึกมีความหวังและได้รับการกระตุ้นจากลักษณะท่าทีที่เป็นไปในทางสร้างสรรค์ของการเจรจา ณ โรงแรม Hotel Royal ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่รีสอร์ตเอวียอง (Évian) โดยเหล่านักการทูตและเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหารือเปิดเผยตรงกันว่า ที่ประชุมเห็นพ้องกันว่าทิศทางของความขัดแย้งในขณะนี้กำลังพลิกผันไปเป็นประโยชน์ต่อฝั่งยูเครนมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยุโรปรายหนึ่งระบุว่า “ทุกคนมีความเห็นร่วมกันว่า ทัศนคติและทิศทางการเล่าเรื่องของสงครามในขณะนี้กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง”
สอดคล้องกับถ้อยแถลงของ นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน (Ursula von der Leyen) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ที่กล่าวว่า “สถานการณ์กำลังพลิกกลับมาเป็นใจให้กับยูเครน ความเหนื่อยล้าของรัสเซียกำลังแสดงออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด และนี่คือช่วงเวลาที่พวกเราต้องเพิ่มการสนับสนุนของเราลงไปเป็นสองเท่า”
ในเวลาต่อมา นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ว่า ประเด็นสำคัญที่สุดที่เขาให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดคือการเสริมสร้างเกราะคุ้มกันและการป้องกันจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธนำวิถี (Ballistic Missiles) ของฝ่ายรัสเซีย นอกเหนือจากนี้ เขายังได้โพสต์ภาพถ่ายของตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในขณะร่วมนั่งประชุมหารือกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และ นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ นอกรอบการประชุมสุดยอดดังกล่าว
ทางด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยุโรปมีความเชื่อมั่นว่า พวกเขาได้รับการสนับสนุนจาก นายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ต่อแผนการที่จะยกระดับการช่วยเหลือกรุงเคียฟอย่างมหาศาลและรวดเร็วในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ให้การสนับสนุนและอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสหรัฐฯ และยูเครนเริ่มต้นเปิดฉากการหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการบรรลุข้อตกลงการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ (Licensing Agreement) เพื่อผลิตขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot อย่างไรก็ตาม เป็นที่เข้าใจกันว่า นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) เองก็ยังไม่มีความแน่ใจว่าการหารือในท้ายที่สุดจะสามารถบรรลุเป็นข้อตกลงร่วมกันได้อย่างแท้จริงหรือไม่
แม้ว่าในเวทีนี้จะไม่ได้มีการจัดประชุมทวิภาคีร่วมกันอย่างเป็นทางการ แต่นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) และ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร (UK) ก็ได้ร่วมเดินสนทนากันบริเวณพื้นที่โดยรอบของโรงแรม Hotel Royal
ในขณะที่ นายวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) กำลังตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบและต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ กองกำลังทหารของรัสเซียกลับเพิ่มจำนวนครั้งในการเปิดฉากโจมตีระยะไกลต่อพื้นที่เมืองสำคัญต่าง ๆ ของยูเครนมากขึ้น ทว่าในขณะเดียวกัน กรุงเคียฟเองก็กำลังเผชิญกับวิกฤตความตึงตัวและการขาดแคลนยุทโธปกรณ์อย่างรุนแรง โดยเฉพาะขีปนาวุธสกัดกั้นป้องกันภัยทางอากาศที่มีความสามารถในการยิงสกัดทำลายขีปนาวุธนำวิถี (Ballistic Missiles)
ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของทางการยูเครนได้ออกมาร้องเรียนอยู่บ่อยครั้งว่ากระบวนการได้รับเสบียงขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot นั้นมีความล่าช้ามากจนเกินไป ซึ่งการส่งมอบยุทโธปกรณ์ที่เคยรับปากและให้สัญญาไว้เป็นจำนวนมากต้องถูกระงับชั่วคราว เนื่องจากปริมาณขีปนาวุธถูกดึงไปใช้เป็นจำนวนมากในการสู้รบและเผชิญหน้าทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Middle East)
นอกเหนือจากคำมั่นสัญญาที่จะร่วมกันเสริมสร้างแนวป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนแล้ว กลุ่มผู้นำประเทศ G7 ยังเห็นพ้องกันที่จะยกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียเพิ่มขึ้น โดยมีความหวังว่าจะสามารถสร้างแรงกดดันบีบบังคับให้ นายวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ต้องยอมเดินหน้าเข้าสู่โต๊ะเจรจา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนปรากฏออกมาว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ตกลงที่จะใช้มาตรการทางกฎหมายหรือนโยบายที่เฉพาะเจาะจงใด ๆ ในการเล่นงานรัฐบาลมอสโก (Moscow) หรือไม่
ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ดำเนินการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรการขนส่งน้ำมันบางส่วนของรัสเซียชั่วคราว เนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน (Iran war) แต่ในสภาวการณ์ปัจจุบันที่การเดินเรือและการขนส่งน้ำมันเริ่มทยอยกลับมาไหลเวียนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ได้อีกครั้ง เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ จึงมีความเชื่อมั่นว่าพวกเขาจะสามารถเริ่มต้นใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อกดดันให้รัสเซียต้องหวนกลับคืนสู่โต๊ะเจรจาสันติภาพได้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.telegraph.co.uk/world-news/2026/06/16/zelensky-patriot-blueprints-trump/