.
‘รัสเซีย-จีน-เกาหลีเหนือ’ มีเพียง 3 ประเทศในโลกตอนนี้ ที่อเมริกาไม่กล้าโจมตี
12-6-2026
World update รายงานผ่าน แพลตฟอร์ม X ว่า ในปัจจุบันมีเพียงสามประเทศเท่านั้นที่มีศักยภาพทางทหารเพียงพอจะโจมตีแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ โดยตรงภายในเวลาไม่กี่สิบนาที และสามารถสร้างความเสียหายระดับทำลายล้างสูงได้ ทำให้สหรัฐฯ ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการพิจารณาความเป็นไปได้ของการปะทะโดยตรงกับชาติคู่กรณีเหล่านี้
โดยระบุว่า ประเทศส่วนใหญ่บนโลก แม้จะมีศักยภาพทางทหารในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มีขีดความสามารถยิงอาวุธพิสัยไกล หรือขีปนาวุธที่ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ไปถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ ได้โดยตรง จึงอยู่ในสถานะที่สหรัฐฯ สามารถใช้กำลังทางทหารโจมตีหรือกดดันได้มากกว่า ในขณะที่อีกสามประเทศถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ “ต้นทุนของสงคราม” สูงจนต้องคิดให้รอบคอบเป็นพิเศษ
ประเทศแรกคือรัสเซีย (Russia) ซึ่งถูกมองว่ามีศักยภาพด้านขีปนาวุธข้ามทวีปและคลังอาวุธนิวเคลียร์มากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก โดยมีขีดความสามารถทางทฤษฎีในการโจมตีแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ ได้ภายในเวลาประมาณ 25 นาที
ประเทศที่สองคือจีน (China) ซึ่งพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลและระบบส่งอาวุธนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บทความระบุว่าจีนมีศักยภาพในการโจมตีถึงแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ ภายในเวลาราว 30 นาที หากมีการใช้อาวุธที่เหมาะสมในสถานการณ์สงครามเต็มรูปแบบ
ส่วนประเทศที่สามคือเกาหลีเหนือ (North Korea) ซึ่งแม้จะมีขนาดเศรษฐกิจและศักยภาพทางทหารโดยรวมต่ำกว่าสองประเทศแรกมาก แต่บทความชี้ว่าเกาหลีเหนือได้ทดสอบและพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลและระบบอาวุธที่มีความทะเยอทะยานอย่างต่อเนื่อง จนในเชิงทฤษฎีถูกมองว่ามีความสามารถโจมตีแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ ภายในเวลาราว 30–45 นาที
นอกเหนือจากรัสเซีย จีน และเกาหลีเหนือแล้ว ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกไม่มีศักยภาพด้านขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ที่จะโจมตีสหรัฐฯ ในลักษณะดังกล่าวได้โดยตรง ทำให้โครงสร้างอำนาจทางทหารของสหรัฐฯ ในระดับโลกยังมีช่องว่างปฏิบัติการที่กว้างกว่าเมื่อเทียบกับกรณีต้องเผชิญหน้ากับสามประเทศนี้
อย่างไรก็ตาม การมีขีดความสามารถโจมตีแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ ได้ ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ “กลัวเกินกว่าจะโจมตี” ในทุกกรณี หากแต่สะท้อนว่า ต้นทุนของความขัดแย้งและความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การปะทะด้วยอาวุธนิวเคลียร์ หรือความเสียหายต่อพลเรือนในวงกว้าง จะสูงจนทุกฝ่ายจำเป็นต้องคำนวณอย่างรอบคอบ การยับยั้งกันด้วยนิวเคลียร์ (nuclear deterrence) และข้อเท็จจริงที่ว่าทุกฝ่ายต่างมีศักยภาพตอบโต้ เป็นปัจจัยที่ทำให้สหรัฐฯ ใช้เครื่องมือทางการทูต การคว่ำบาตร และกลไกถ่วงดุลเชิงยุทธศาสตร์ควบคู่กับกำลังทหาร
ขีดความสามารถทางทหารที่พัฒนาไปไกลของทั้งสามประเทศ ทำให้ภูมิรัฐศาสตร์โลกเข้าสู่ยุคที่การใช้กำลังอย่างเปิดเผยระหว่างมหาอำนาจนิวเคลียร์มีความเสี่ยงสูงกว่ายุคใด และทำให้การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ในปัจจุบันเน้นไปที่การแสดงอำนาจ การแข่งขันเทคโนโลยี และสงครามตัวแทน มากกว่าการปะทะโดยตรงระหว่างกองทัพของประเทศมหาอำนาจเหล่านี้เอง
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/itswpceo/status/2064832268623806964?s=20