.
สิงคโปร์หนุนโลกหลายขั้ว ชี้สหรัฐฯ-จีนติดหล่ม 'MAD รูปแบบใหม่' เสี่ยงบั่นทอนทั้งสองฝ่าย หนุนดึงมหาอำนาจร่วมถ่วงดุลอาเซียน
9-6-2026
สำนักข่าว CNA รายงานว่า นายกรัฐมนตรี ลอว์เรนซ์ หว่อง (Lawrence Wong) แห่งสิงคโปร์ (Singapore) เปิดเผยว่า สิงคโปร์มุ่งมั่นที่จะแสวงหาการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและเป็นมิตรกับประเทศต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งรวมถึงกลุ่มประเทศในยุโรป (Europe) กลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซีย (Gulf countries) และประเทศเกาหลีเหนือ (North Korea) ตลอดจนประเทศอื่นๆ
นายกรัฐมนตรี ลอว์เรนซ์ หว่อง (Lawrence Wong) ได้กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายนว่า ในขณะที่ประเทศสหรัฐฯ (US) และสหภาพโซเวียต (Soviet Union) เคยตกอยู่ในสภาวะ “รับประกันความพินาศย่อยยับร่วมกัน” หรือ MAD (Mutually Assured Destruction) ในยุคสงครามเย็น (Cold War) ทว่าในปัจจุบัน สหรัฐฯ และสาธารณรัฐประชาชนจีน (China) อาจกำลังก้าวเข้าสู่พลวัตใหม่ที่เรียกว่า “รับประกันการหยุดชะงักงันร่วมกัน” หรือ "Mutually Assured Disruption"
ในความสัมพันธ์ภายใต้พลวัตดังกล่าว นายกรัฐมนตรีหว่อง (Wong) ระบุว่า “ความพยายามใดๆ ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดในการออกมาตรการข้อจำกัดต่ออีกฝ่าย จะเป็นการจุดชนวนให้เกิดการตอบโต้จากอีกฝั่ง และในท้ายที่สุดแล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างก็จะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบที่เลวร้ายลง”
เมื่อพิจารณาจากพลวัตการแข่งขันรูปแบบใหม่นี้ นายกรัฐมนตรีหว่องกล่าวว่าเขาหวังว่าปัจจัยดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบที่ช่วยสร้างเสถียรภาพระหว่างทั้งสองฝ่าย และเป็นสิ่งกระตุ้นเตือนใจให้พวกเขาสามารถบริหารจัดการความแตกต่างและความขัดแย้งระหว่างกันได้เป็นอย่างดี
ข้อคิดเห็นดังกล่าวของนายกรัฐมนตรีหว่อง (Wong) เกิดขึ้นในระหว่างการเปิดเวทีเสวนาและตอบข้อซักถาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Eminent Speaker Series ของสมาคมผู้สื่อข่าวสิงคโปร์ (Singapore Press Club) ซึ่งจัดขึ้น ณ หอประชุมศูนย์ข่าวสื่อเอสพีเอช (SPH Media News Centre’s auditorium) ในย่านโตอา ปาโยห์ (Toa Payoh)
นายกรัฐมนตรีหว่อง (Wong) ชี้ว่า แม้จะเป็นเรื่องที่ดีที่กลุ่มผู้นำของทั้งสหรัฐฯ และจีน ซึ่งก็คือประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) ได้พบปะหารือร่วมกันในการประชุมสุดยอด (Summit) ครั้งล่าสุดที่ผ่านมาซึ่งดำเนินไปด้วยดี “แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าปัญหาและความท้าทายทั้งหมดจะได้รับการแก้ไขให้หมดสิ้นไป”
“ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองประเทศยังคงมีความแตกต่างและความเห็นไม่ลงรอยกันในประเด็นสำคัญๆ อย่างมีนัยสำคัญ ทว่าในมุมมองของผมนั้น ทั้งสองฝ่ายต่างเริ่มที่จะต้องตระหนักและยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าพวกเขารวมถึงระบบเศรษฐกิจทั้งสองจำเป็นต้องพึ่งพาและอยู่ร่วมกัน (Coexist) เนื่องจากระบบเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศนั้นมีความผูกพันและถักทอเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งจนเกินไป” ผู้นำสิงคโปร์กล่าว
“สิ่งนี้ทำให้ผมหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในช่วงยุคสงครามเย็น เมื่อผู้คนต่างพากันพูดถึงทฤษฎี MAD – Mutually Assured Destruction หรือการรับประกันความพินาศย่อยยับร่วมกัน ทว่าในปัจจุบันนี้ บางทีอาจกำลังเกิดพลวัตในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน เพียงแต่เป็นรูปแบบที่แปรเปลี่ยนไปของทฤษฎี MAD นั่นคือการรับประกันการหยุดชะงักงันร่วมกัน (Mutually Assured Disruption)”
นายกรัฐมนตรีหว่อง (Wong) กล่าวเสริมว่า จะเกิดการแข่งขันที่รุนแรงและเข้มข้นระหว่างประเทศยักษ์ใหญ่ทั้งสอง ทว่าเขาคาดหวังว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ลุกลามบานปลายไปสู่การเผชิญหน้าหรือความขัดแย้งในลักษณะที่รุนแรงอย่างเต็มรูปแบบ
“มันเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งอเมริกา (America) และจีนในการที่จะรักษาโครงสร้างเชิงยุทธศาสตร์นี้ไว้ ตลอดจนการรักษาเสถียรภาพดังกล่าวให้เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของพวกเขา” เขากล่าว
ต่อประเด็นนี้ ผู้นำสิงคโปร์ระบุว่า กลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian nations) ต่างมีความต้องการที่จะดึงให้สองชาติมหาอำนาจหลักเข้ามามีส่วนร่วมในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาและพัฒนาความสัมพันธ์ร่วมกับผู้เล่นรายอื่นๆ ด้วย อาทิ สหภาพยุโรป (European Union) และคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ หรือ GCC (Gulf Cooperation Council)
“หากมองจากมุมมองของภูมิภาคเอเชีย (Asia) พวกเราไม่ได้มีความปรารถนาที่จะเห็นโลกที่ถูกแบ่งแยกออกเป็นเขตอิทธิพลแข่งขันกัน (Competing spheres of influence) ที่ซึ่งมีเขตอิทธิพลหนึ่งถูกครอบงำโดยมหาอำนาจเพียงรายเดียวที่นี่ในเอเชีย และมีอีกเขตอิทธิพลหนึ่งในซีกโลกตะวันตก (Western hemisphere) และอีกเขตอิทธิพลหนึ่งในยุโรป และเป็นเช่นนี้ต่อๆ ไป” นายกรัฐมนตรีหว่อง (Wong) กล่าว
“ผมคิดว่าข้อตกลงและรูปแบบโครงสร้างในลักษณะนั้นจะขาดเสถียรภาพ และมันจะนำพาไปสู่การแข่งขันและการเป็นอริชิงดีชิงเด่นกันที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น และในท้ายที่สุดก็อาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้ ซึ่งนั่นไม่ใช่รูปแบบข้อตกลงและโครงสร้างที่พวกเราพึงปรารถนา”
การสานสัมพันธ์กับพันธมิตรที่หลากหลาย (FORGING LINKS WITH MANY PARTNERS)
แม้ว่าในปัจจุบันระเบียบโลกจะก้าวเข้าสู่สภาวะหลายขั้วอำนาจ (Multipolar) แล้วก็ตาม “ทว่าไม่ใช่ทุกขั้วอำนาจจะมีลักษณะที่เหมือนกันทั้งหมด” นายกรัฐมนตรีหว่อง (Wong) ตั้งข้อสังเกต โดยประเทศสหรัฐฯ ยังคงสถานะเป็นมหาอำนาจหลักที่มีอิทธิพลเหนือกว่าในโครงสร้างหลายขั้วอำนาจนี้ “สำหรับในอนาคตอันใกล้ที่สามารถคาดการณ์ได้” และสหรัฐฯ จะยังคงมี “ผลประโยชน์ที่สำคัญอย่างยิ่งในส่วนนี้ของโลก” เขากล่าว
ในระหว่างการเสวนา นายกรัฐมนตรีหว่อง (Wong) ได้ตั้งข้อสังเกตถึงมุมมองของคนบางกลุ่มที่ประเมินว่าอเมริกากำลังอยู่ในช่วงขาลง “มีบางคนที่คิดว่าอเมริกากำลังอยู่ในช่วงภาวะขาลงและกำลังจะถอนตัวออกไป และคิดว่าอเมริกาจะเพียงแค่ดึงกำลังกลับไปสู่ซีกโลกของตนเองเท่านั้น ทว่าพวกเราไม่ได้คิดว่าสิ่งนั้นกำลังเกิดขึ้นจริง” เขากล่าว
นายกรัฐมนตรีหว่อง (Wong) ระบุว่า ผู้คนต่างพากันคาดการณ์เกี่ยวกับภาวะขาลงของอเมริกามาเป็นระยะเวลานานแล้ว ซึ่งรวมถึงในช่วงเวลาที่ตัวเขาเองยังคงเป็นนักศึกษาอยู่ โดยเขาได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย University of Wisconsin-Madison และมหาวิทยาลัย University of Michigan-Ann Arbor
“ผมเคยเป็นนักศึกษาในอเมริกาในช่วงเวลาที่ทุกคนต่างพากันพูดแต่ประโยคที่ว่า ‘ประเทศญี่ปุ่น (Japan) กำลังจะก้าวขึ้นมาครองโลก’ ทว่าสิ่งนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง และในครั้งแล้วครั้งเล่า อเมริกาก็สามารถท้าทายอุปสรรคและความเป็นไปได้ต่างๆ และยังคงสามารถรักษาความเป็นระบบเศรษฐกิจที่มีความคล่องตัวและมีความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัย (Very innovative economy) เอาไว้ได้ต่อไป” เขากล่าว
ในขณะเดียวกัน ประเทศจีนก็ยังคงสถานะเป็น “ผู้เล่นที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และเป็นพันธมิตรหลักที่สำคัญสำหรับทุกประเทศของพวกเราในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ผ่านทางช่องทางการเชื่อมโยงด้านการค้าและการลงทุนที่กว้างขวางและมีมูลค่ามหาศาลกับกลุ่มประเทศในภูมิภาค
นอกจากนี้ ในพื้นที่ที่ห่างไกลออกไป ย่อมมีกลุ่มประเทศพันธมิตรอย่างภูมิภาคยุโรป ประเทศอินเดีย (India) และกลุ่มประเทศ GCC ซึ่งสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันเฉียงใต้ หรือ อาเซียน (ASEAN) มีความต้องการที่จะสร้างและรักษาความเชื่อมโยงดังกล่าวไว้ นายกรัฐมนตรีหว่อง (Wong) ระบุ
“พวกเราต้องการที่จะใช้แนวทางการสร้างความร่วมมือที่หลากหลายอย่างกระตือรือร้น (Active multi-engagement approach) เพื่อดึงให้กลุ่มภาคีหลักๆ ทั้งหมดเข้ามามีส่วนร่วม และทำให้พวกเขาทุกรายมีผลประโยชน์และส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นคือแนวทางและหลักการของพวกเรา” เขากล่าว
ทั้งนี้ ประเทศสิงคโปร์จะเข้ารับตำแหน่งประธานหมุนเวียนของกลุ่มบล็อกความร่วมมือที่มีสมาชิก 11 ประเทศนี้ในปีหน้า (2027)
เมื่อถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นการเดินทางเยือนประเทศเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการครั้งล่าสุดของ วีเวียน บาลากริชนัน (Vivian Balakrishnan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ นายกรัฐมนตรีหว่อง (Wong) ชี้แจงว่า การเยือนดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากได้รับหนังสือเชิญจากทางฝั่งเกาหลีเหนือ เพื่อเดินทางเยือนในฐานะส่วนหนึ่งของเป้าหมายหลักในการเฉลิมฉลองครบรอบความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายเมื่อปีที่ผ่านมา
“แนวทางปฏิบัติของพวกเรานั้นค่อนข้างเรียบง่ายและตรงไปตรงมา นั่นคือพวกเราต้องการที่จะเป็นมิตรกับทุกคน” เขากล่าว “ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะต้องเห็นด้วยกับทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาดำเนินการ พวกเราไม่ได้เห็นด้วยในบางเรื่อง ทว่าสิ่งนั้นไม่ควรที่จะมาเป็นอุปสรรคขัดขวางพวกเราจากการเปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารและมีส่วนร่วมระหว่างกัน รวมถึงการรักษาความเป็นมิตรภาพและการเดินหน้ามีส่วนร่วมกับพวกเขาต่อไป” เขากล่าวเสริมว่า ประเทศเกาหลีเหนือเองก็มองสิงคโปร์ด้วยความเชื่อมั่นและไว้วางใจ ตลอดจนแสดงความชื่นชมต่อความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมระหว่างทั้งสองฝ่ายมาโดยตลอด
“นั่นคือเหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้พวกเขาแสดงความยินยอมและเห็นชอบที่จะให้มีการจัดการประชุมสุดยอดขึ้นที่นี่ในสิงคโปร์ ระหว่างประเทศอเมริกาและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK)” เขากล่าว โดยเป็นการอ้างอิงถึงการพบปะหารือครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปี 2018 ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ (Trump) แห่งสหรัฐฯ และ คิม จอง อึน (Kim Jong Un) ผู้นำเกาหลีเหนือ
“นั่นคือแนวทางและหลักการของพวกเราในด้านนโยบายต่างประเทศ: พวกเรามีจุดยืนของตนเอง พวกเราแสดงออกและสื่อสารผลประโยชน์แห่งชาติของพวกเราอย่างชัดเจน ทว่าพวกเราก็ยังคงเดินหน้าเป็นมิตรกับประเทศต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะมันย่อมดีกว่าเสมอที่จะมีมิตรจำนวนมากเมื่อเทียบกับการมีมิตรจำนวนน้อย ใช่ไหมครับ?” นายกรัฐมนตรีหว่อง (Wong) กล่าวปิดท้าย
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.channelnewsasia.com/singapore/lawrence-wong-us-china-singapore-press-club-6169231