.
ทองคำยังคงเป็นความมั่นคงในงบดุล? เจาะทุนสำรองโลกปี 2026 สหรัฐฯ ครองทอง 8,133 ตัน ขณะ BRICS เร่งสะสมทองลดพึ่งดอลลาร์
12-6-2026
ทองคำไม่ใช่เพียงโลหะมีค่า หากแต่เป็น “ความมั่นคงแห่งชาติบนงบดุล” ทำหน้าที่ทั้งในฐานะความเชื่อมั่น สภาพคล่องทางการเงิน และประกันภัยเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
รายงานข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) ประจำปี 2026 ระบุว่า "ทองคำ" (Gold) กำลังทำหน้าที่เป็นมากกว่าแค่แร่โลหะทั่วไป ทว่ามันคือสิ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่น สภาพคล่อง และหลักประกันทางการเงิน รวมถึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคงและความแข็งแกร่งบนงบดุลของแต่ละประเทศในปัจจุบัน
จากสถิติล่าสุดพบว่า สหรัฐฯ (US) ยังคงเป็นประเทศที่ครอบครองปริมาณทองคำสำรองอย่างเป็นทางการมากที่สุดในโลก นำห่างประเทศอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ โดยรายละเอียดปริมาณทองคำสำรองอย่างเป็นทางการของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจทั่วโลกในปี 2026 (หน่วยเป็นตัน) มีดังต่อไปนี้:
สหรัฐฯ (United States): มีปริมาณทองคำสำรอง 8,133 ตัน ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump)
เยอรมนี (Germany): มีปริมาณทองคำสำรอง 3,350 ตัน ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ (Friedrich Merz)
อิตาลี (Italy): มีปริมาณทองคำสำรอง 2,452 ตัน ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni)
ฝรั่งเศส (France): มีปริมาณทองคำสำรอง 2,437 ตัน ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron)
จีน (China): มีปริมาณทองคำสำรอง 2,313 ตัน ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping)
รัสเซีย (Russia): มีปริมาณทองคำสำรอง 2,305 ตัน ภายใต้การนำของประธานาธิบดีวลาดิมียร์ ปูติน (Vladimir Putin)
สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland): มีปริมาณทองคำสำรอง 1,040 ตัน ภายใต้การนำของคณะมนตรีแห่งสหพันธ์สวิสประจำปี 2026 (Swiss Federal Council Presidency 2026)
อินเดีย (India): มีปริมาณทองคำสำรอง 881 ตัน ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี (Narendra Modi)
ญี่ปุ่น (Japan): มีปริมาณทองคำสำรอง 846 ตัน ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ (Sanae Takaichi)
สหราชอาณาจักร (United Kingdom): มีปริมาณทองคำสำรอง 310 ตัน ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer)
ออสเตรเลีย (Australia): มีปริมาณทองคำสำรอง 80 ตัน ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี (Anthony Albanese)
ปากีสถาน (Pakistan): มีปริมาณทองคำสำรอง 65 ตัน ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ (Shehbaz Sharif)
แคนาดา (Canada): มีปริมาณทองคำสำรองประมาณ 0 ตัน (~0) ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ (Mark Carney)
นักวิเคราะห์ระบุว่า ตัวเลขเหล่านี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากธนาคารกลาง (Central banks) ทั่วโลกไม่ได้เข้าซื้อทองคำเพื่อหวังผลตอบแทนในรูปแบบของผลกำไรหรือดอกเบี้ย ทว่าเป็นการเข้าซื้อเพื่อสร้างความยืดหยุ่นและภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยงจากคู่สัญญา (No counterparty risk) ไม่มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (No default risk) และที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีความเสี่ยงจากการถูกมาตรการคว่ำบาตร (No sanction risk) หากสินทรัพย์นั้นถูกจัดเก็บไว้ภายในประเทศของตนเอง
ท่ามกลางระเบียบโลกที่ต้องเผชิญกับสภาวะหนี้สินล้นพ้นตัว ความกดดันต่อค่าเงินในตลาด และการแตกแยกออกเป็นหลายขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical fragmentation) ส่งผลให้ทองคำได้หวนกลับมาเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญสูงสุดอีกครั้งในเวทีการเงินโลก เพื่อเป็นหลักประกันแก่ความมั่นคง ความแข็งแกร่ง และเสถียรภาพทางการเงินของชาติ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/jackprandelli/status/2065081472269033953?s=20