.
สิงคโปร์จับมือจีนปั้นเส้นทางรถไฟ–เรือสินค้าใหม่ เปิดคอร์ริดอร์ฉงชิ่ง–อ่าวเป่ยปู้–มะละกา เลี่ยงความเสี่ยงช่องแคบไต้หวัน
12-6-2026
The Diplomat รายงานว่า “New International Land-Sea Trade Corridor” หรือ ILSTC กำลังก่อตัวเป็นเส้นเลือดใหญ่ด้านโลจิสติกส์ของจีนในยุคที่ความตึงเครียดรอบไต้หวันปะทุขึ้นเรื่อย ๆ และสิงคโปร์ก็เป็นผู้ร่วมออกแบบสถาปัตยกรรมเส้นทางนี้ จนกลายเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ปักกิ่งไม่สามารถปล่อยมือได้
ระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศสายใหม่ (New International Land-Sea Trade Corridor หรือ ILSTC) กำลังก้าวขึ้นเป็นเส้นทางเสบียงเชิงยุทธศาสตร์สายสำคัญของจีน (China) โดยมีสิงคโปร์ (Singapore) ร่วมออกแบบ ล่าสุด นายลี เซียนลุง (Lee Hsien Loong) รัฐมนตรีอาวุโสสิงคโปร์ นำคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ-ต่างประเทศ เยือนหนานหนิง (Nanning) เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระดับภูมิภาค และตรวจเยี่ยมโครงการ ILSTC ซึ่งเชื่อมโยงระบบราง-ถนน-ทะเล จากฐานอุตสาหกรรมนครฉงชิ่ง (Chongqing) ผ่านกว่างซี (Guangxi) ออกสู่ท่าเรือชินโจว (Qinzhou Port) อ่าวเป่ยปู้ (Beibu Gulf) ตรงไปยังสิงคโปร์และตลาดอาเซียน (ASEAN)
ปัจจุบัน 13 มณฑลทางตะวันตกของจีน เช่น ฉงชิ่ง, ซื่อชวน (Sichuan), กุ้ยโจว (Guizhou), ยุนนาน (Yunnan), กานซู่ (Gansu) และซินเจียง (Xinjiang) ได้เข้าร่วมกลไกนี้ ภายใต้โครงการความร่วมมือระดับรัฐบาล จีน-สิงคโปร์ (ฉงชิ่ง) (China-Singapore (Chongqing) Connectivity Initiative หรือ CCI) โดยมีฉงชิ่งและสิงคโปร์ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางคู่ (Dual hubs) ขนส่งสินค้าที่จีนไม่สามารถปล่อยให้เกิดการหยุดชะงักได้
ไต้หวัน: ประเด็นความกังวลเชิงยุทธศาสตร์ของปักกิ่ง
แม้การพบปะระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และสี จิ้นผิง (Xi Jinping) จะช่วยลดความตึงเครียดลงชั่วคราว แต่พันธกิจการรวมชาติไต้หวัน (Taiwan) และข้อผูกพันติดอาวุธให้ไทเป (Taipei) ของสหรัฐฯ (US) ยังคงเป็นรอยร้าวที่ยืดหยุ่นไม่ได้ ศูนย์ยุทธศาสตร์และสิ่งต่างประเทศศึกษา (CSIS) ระบุว่า ในปี 2022 มีสินค้ามูลค่ากว่า 2.45 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (1 ใน 5 ของการค้าโลก) ขนส่งผ่านช่องแคบไต้หวัน (Taiwan Strait) โดยเป็นสินค้าของจีนถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หากเกิดวิกฤตปิดล้อมหรือสงคราม ห่วงโซ่อุปทานพลังงาน 1 ใน 3 ของจีนจะอัมพาตทันที
บทเรียนสงครามรัสเซีย (Russia)-ยูเครน (Ukraine) ชี้ชัดว่าระบบโลจิสติกส์ยามสงครามคือสิ่งชี้ขาด ชาติมหาอำนาจไม่อาจพึ่งพาเพียงสะพานทางบกยูเรเซียผ่านเอเชียกลาง หรือเส้นทางรถไฟแมนจูเรียเข้าสู่รัสเซียที่ล่าช้าและต้องพึ่งพามอสโกได้ จีนจึงจำเป็นต้องมีเส้นทางสำรองทางทะเลทิศใต้
สถาปัตยกรรม ILSTC: ฉงชิ่ง, ชินโจว, เป่ยปู้, มะละกา
ฉงชิ่งซึ่งเป็นฐานผลิตแล็ปท็อป 1 ใน 3 ของโลกและศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จะเป็นจุดระดมเสบียงอินแลนด์ส่งลงใต้หนีห่างจากพื้นที่ปะทะในช่องแคบไต้หวัน มุ่งสู่ท่าเรือชินโจวในอ่าวเป่ยปู้ ซึ่งในปี 2025 เครือข่ายท่าเรือกว่างซีรองรับสินค้าสูงถึง 10 ล้าน TEU โดยเป็นการขนส่งผ่าน ILSTC กว่า 1.4 ล้าน TEU (เติบโต 50% ต่อปี) นอกจากนี้ โครงการคลองผิงลู่ (Pinglu Canal) มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ความยาว 134 กิโลเมตร มีกำหนดทดลองเดินเรือเดือนกรกฎาคมนี้ และจะเปิดใช้เชิงพาณิชย์ในงาน China-ASEAN Expo เดือนกันยายน ซึ่งจะช่วยย่นระยะทางออกทะเล 560 กิโลเมตร และย่นระยะทางไปสิงคโปร์ได้ถึง 740 กิโลเมตร ประหยัดต้นทุน 730 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยเปิดทางให้มณฑลยุนนานและกุ้ยโจวออกสู่ทะเลได้โดยตรง
ความได้เปรียบทางทหารคือ อ่าวเป่ยปู้มีเกาะไหหลำ (Hainan Island) ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือยวี่หลิน (Yulin Naval Base) ในเมืองซานย่า (Sanya) อันเป็นฐานทัพเรือดำน้ำหลักของจีน คอยกางร่มป้องปรามการสกัดกั้นสินค้า อีกทั้งปักกิ่งยังบริหารจัดการปักปันเขตแดนทวิภาคีทางทะเลกับเวียดนาม (Vietnam) อย่างเป็นระบบ โดยเพิ่งเสร็จสิ้นการลาดตระเวนร่วมครั้งที่ 40 ในเดือนมีนาคม 2026 เพื่อป้องกันไม่ให้เวียดนามกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นอุปสรรค
อาเซียน, กฎหมาย UNCLOS และความจำเป็นที่ขาดไม่ได้ของสิงคโปร์
แม้จีนจะมีข้อพิพาทเส้นประเก้าเส้น (Nine-dash line) ในทะเลจีนใต้ แต่ในช่องแคบมะละกา (Strait of Malacca) จีนต้องการให้อาเซียนใช้กฎหมายทะเลระหว่างประเทศ (UNCLOS) เป็นโล่กำบังเปิดทางเดินเรือเสรี ซึ่งนายวิเวียน บาลากฤษณัน (Vivian Balakrishnan) รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ยืนยันว่าสิงคโปร์, มาเลเซีย (Malaysia) และอินโดนีเซีย (Indonesia) มีความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันในการรักษาความยืดหยุ่นของช่องแคบนี้ ทำให้สหรัฐฯ ไม่สามารถปิดล้อมได้โดยง่าย
ท่ามกลางสถานการณ์นี้ สิงคโปร์ถือไพ่เหนือด้วยการรักษาสมดุลสองขั้ว อำนาจหนึ่งเปิดฐานทัพเรือชางงี (Changi Naval Base) ต้อนรับเรือรบสหรัฐฯ และให้ขึ้นบินเครื่องบินลาดตระเวน P-8A Poseidon แต่อีกอำนาจหนึ่ง สิงคโปร์เข้าแทรกซึมในทุกชั้นโครงสร้างของ ILSTC ทั้งการเดินเรือพาณิชย์ของบริษัท แปซิฟิก อินเตอร์เนชั่นแนล ไลน์ส (Pacific International Lines) และการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ดิจิทัลร่วมกับฉงชิ่งในเดือนธันวาคม 2025 ครอบคลุม AI และบล็อกเชน (Blockchain) เพื่อกำกับดูแลระบบข้อมูลโลจิสติกส์ทั้งหมด
การเยือนหนานหนิงของนายลี (Lee) จึงเป็นการตอกย้ำยุทธศาสตร์ของสิงคโปร์ ที่ทำให้ตนเองกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ "ขาดไม่ได้" และสร้างเงื่อนไขที่หากฝ่ายใดทำลายสิงคโปร์ จะต้องเผชิญกับราคาที่ต้องจ่ายมหาศาลเกินกว่าที่ทั้งปักกิ่งและวอชิงตันจะรับได้ในยามสงคราม
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/Diplomat_APAC/status/2065107296368087297?s=20