.
ฝรั่งเศสดัน AI ทางทหาร ‘Arcadia’ ทดสอบใน NATO ชูทางเลือกแข่ง Maven ของสหรัฐฯ
9-6-2026
สำนักข่าว Defense News รายงานว่า ฝรั่งเศสเตรียมนำระบบสั่งการสนามรบที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของตนเองเข้าทดสอบร่วมกับพันธมิตร NATO ในการฝึก Coalition Warrior Interoperability Exercise (CWIX) ที่โปแลนด์ ระหว่างวันที่ 8–26 มิถุนายนนี้ โดยวางตำแหน่งเป็นทางเลือกแทน Maven Smart System ของบริษัท Palantir Technologies จากสหรัฐฯ
ประเทศฝรั่งเศส (France) เตรียมดำเนินการทดสอบระบบบัญชาการสมรภูมิรบที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-powered battlefield command system) ของตนเองร่วมกับกลุ่มประเทศพันธมิตร ในระหว่างการฝึกซ้อมรบเพื่อทดสอบความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) ในเดือนนี้ เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ทดแทนระบบ Maven Smart System ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Palantir Technologies ตามการเปิดเผยของ พลเอก แพทริก ฌุสแตล (Gen. Patrick Justel) รองเสนาธิการทหารบกฝรั่งเศส
พลเอก ฌุสแตล (Justel) กล่าวในการสรุปข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ฝรั่งเศสได้ร่วมมือกับบริษัทท้องถิ่นหลายแห่งในการพัฒนาระบบดังกล่าว ซึ่งรวมถึง Mistral AI, Safran AI, Thales และ Airbus โดยกองทัพบกฝรั่งเศสได้ผ่านการทดสอบระบบนี้ ซึ่งถูกตั้งชื่อเรียกขานว่า "Arcadia" มาแล้วในการฝึกซ้อมรบหลายครั้ง ซึ่งรวมถึงการฝึก Dacian Fall ในประเทศโรมาเนีย (Romania) และการฝึก Orion 26 ในประเทศฝรั่งเศส
ทั้งนี้ บุคลากรทางทหารของ NATO ได้เริ่มต้นการฝึกอบรมกับระบบ Maven Smart System ของบริษัท Palantir มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของกลุ่มพันธมิตรในการนำซอฟต์แวร์บัญชาการและควบคุมที่รองรับระบบ AI มาใช้งาน โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวมีต้นกำเนิดและถูกแตกยอดมาจากโครงการ Project Maven ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) และทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลสมรภูมิรบอันมหาศาลควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ของ AI เพื่อช่วยให้ผู้บัญชาการสามารถระบุเป้าหมายและตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
พลเอก ฌุสแตล (Justel) ระบุว่า ระบบ Arcadia “คือการตอบสนองของพวกเราต่อระบบ Maven” พร้อมทั้งกล่าวว่าการที่ NATO นำระบบ Maven มาใช้งานนั้น ได้จุดประกายให้เกิดประเด็นคำถามเกี่ยวกับอธิปไตยทางดิจิทัล (Digital sovereignty) “ดังนั้น จึงเกิดคำถามตามมาว่า เราควรจะยอมรับและนำระบบ Maven มาใช้ตามอย่างหลับหูหลับตา หรือเราควรที่จะมองหาทางเลือกและโซลูชันอื่นๆ”
พลเอก ฌุสแตล (Justel) กล่าวต่อไปว่า กองทัพบกฝรั่งเศส กองเสนาธิการทหาร และคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อการกลาโหม (Defense Digital Commission) “ได้ร่วมมือกันทำงานเพื่อศึกษาว่าโซลูชันทางเลือกอื่นๆ จะมีรูปแบบเป็นอย่างไร” โดยฝรั่งเศสจะนำระบบ Arcadia เข้าส่วนร่วมในระหว่างการฝึกซ้อม Coalition Warrior Interoperability Exercise หรือ CWIX ของ NATO ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมรบจริงภาคสนามที่จัดขึ้นในประเทศโปแลนด์ (Poland) ระหว่างวันที่ 8-26 มิถุนายนนี้
พลเอก ฌุสแตล (Justel) เผยว่า มีหลายประเทศสมาชิกของ NATO ซึ่งรวมถึงฝรั่งเศส ได้ตั้งคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกัน (Interoperability) กับระบบของ Palantir โดยรองเสนาธิการทหารบกรายนี้กล่าวว่า ระบบ Arcadia ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามมาตรฐาน Federated Mission Networking หรือ FMN ของ NATO ซึ่งมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับระบบ Maven ที่เขาระบุว่ายังไม่ได้มีการบูรณาการข้อกำหนดของ FMN เข้าไว้ในระบบ
ทางด้านบริษัท Palantir ได้ระบุในอีเมลตอบกลับเพื่อชี้แจงต่อคำร้องขอความคิดเห็นว่า ระบบ Maven Smart System นั้น “เป็นไปตามหลักการของ FMN” และทางบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับ NATO เพื่อมุ่งสู่การรับรองอย่างเป็นทางการ (Official certification) นอกจากนี้ บริษัทยังชี้แจง เพิ่มเติมว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านข้อมูลของ NATO จำนวน 2 มาตรฐาน ซึ่งถือเป็น “ฟันเฟืองและโครงสร้างชิ้นส่วนที่สำคัญ” ของ FMN
ขณะที่ มาร์ติน โอโดนเนลล์ (Martin O’Donnell) โฆษกประจำกองบัญชาการสูงสุดของกองกำลังพันธมิตรยุโรป (Supreme Headquarters Allied Powers Europe หรือ SHAPE) ได้ระบุในอีเมลชี้แจงต่อข้อซักถามว่า “ระบบ NATO Maven Smart System มีความเข้ากันได้ และอนุญาตให้เกิดการปฏิบัติการร่วมกันได้จริง ทว่าแน่นอนว่าแต่ละประเทศย่อมมีเสรีภาพในการเลือกสรรว่าจะนำระบบใดมาใช้งาน”
ทั้งนี้ ระบบของ Palantir ได้รับการบูรณาการเข้ากับระบบต่างๆ ของ NATO ไปแล้วมากกว่า 10 ระบบ ตามการเปิดเผยของ พันเอก อาร์เนล เดวิด (Col. Arnel David) แห่งกองทัพบกสหรัฐฯ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการหน่วย Task Force Maven ประจำหน่วยงาน SHAPE โดยเขาระบุว่าทีมงานของตนกำลัง “มุ่งเน้นไปที่การบรรลุการรับรองขั้นสุดท้ายในทุกหลักเกณฑ์ขั้นความสำเร็จของ FMN” ซึ่งการประกาศความพร้อมสำหรับการปฏิบัติงานได้อย่างเต็มรูปแบบ (Full operational capability) กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้
พลเอก ฌุสแตล (Justel) เผยว่า ฝรั่งเศสมีแผนการที่จะนำเสนอระบบ Arcadia ให้แก่กลุ่มประเทศพันธมิตรในยุโรป โดยมีหลายประเทศที่ได้แสดงความสนใจ และทางฝรั่งเศสได้จัดรอบสาธิตระบบให้แก่ NATO ได้รับชม ซึ่งทาง NATO เองก็ให้ความสนใจเช่นกัน โดยนายพลรายนี้ระบุว่า “เมื่อเราพูดคุยกับพันธมิตรในยุโรป เราได้รับปฏิกิริยาตอบกลับในทิศทางเดียวกันว่า ก็นะ ที่ผ่านมาพวกเราจำต้องเลือกเดินไปกับระบบ Maven เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่น แต่หากกลุ่มประเทศในยุโรปสามารถสร้างระบบทางเลือกขึ้นมาได้ พวกเราก็พร้อมจะเลือกใช้มัน”
ขณะที่ทาง Palantir ได้แถลงว่าบริษัท “ยินดีเป็นอย่างยิ่งต่อโอกาสในการบูรณาการระบบร่วมกับ Arcadia หรือระบบระดับชาติอื่นๆ”
สำหรับระบบ Arcadia ถูกสร้างขึ้นโดยต่อยอดจากผลงานการพัฒนาชิ้นก่อนหน้าของกระทรวงกองทัพ (Armed Forces Ministry) ภายใต้ส่วนหนึ่งของโครงการ Artemis project ที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2022 ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI ในการประมวลผลข้อมูลด้านการป้องกันประเทศอันมหาศาล โดยกองทัพบกฝรั่งเศสได้มีการพัฒนารูปแบบกรณีการใช้งาน (Use cases) สำหรับระบบ Arcadia เป็นการภายใน ควบคู่ไปกับการร่วมมือกับพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรม ตามข้อมูลของพลเอก ฌุสแตล (Justel)
นอกจากนี้ สหราชอาณาจักร (United Kingdom) ก็กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบบัญชาการและควบคุมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน และกำลังอยู่ในช่วงการเจรจาหารือเกี่ยวกับแนวทางการเชื่อมต่อส่วนประสานงาน (Interface) ร่วมกับระบบ Maven เช่นกัน ตามการระบุของพลเอก ฌุสแตล (Justel)
อย่างไรก็ดี จากการหารือร่วมกับทางฝั่งอังกฤษ พันเอก เฟรเดอริก โวลา (Col. Frédéric Vola) หัวหน้าสำนักงานวางแผนและพัฒนาขีดความสามารถ ประจำกองเสนาธิการทหารบก ได้ระบุในการประชุมชี้แจงว่า “แนวคิดของพวกเขามีโครงสร้างที่มั่นคงดีแล้ว ทว่าพวกเขายังคงไม่มีชิ้นส่วนทางเทคโนโลยี (Technological building blocks) ครบถ้วนทั้งหมดในเวลานี้”
พลเอก ฌุสแตล (Justel) ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า แม้บริษัท Palantir จะอยู่เบื้องหลังระบบ Maven เวอร์ชันที่ NATO นำมาใช้งาน ทว่าระบบดังกล่าวก็ไม่ใช่ระบบเดียวกันกับที่กองทัพสหรัฐฯ ใช้งาน โดยมีฐานข้อมูลและฟังก์ชันการทำงานที่แตกต่างกัน และ “ประสิทธิภาพการทำงานก็ไม่เท่ากันอย่างแน่นอน”
ระบบของฝรั่งเศสถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อให้เป็นทางเลือกที่มีความยืดหยุ่นและทนทานต่อความเสียหาย (Resilient alternative) มากกว่าระบบ Maven เนื่องจากมันจะเป็นระบบที่มี "การกระจายศูนย์ในระดับสูง" (Highly decentralized) แทนที่จะเป็นระบบที่รวมศูนย์ไว้ที่เดียว โดยโพสต์บัญชาการทั้งหมดจะถูกเชื่อมต่อเข้ากับเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกจัดตั้งวางกำลังไว้ในพื้นที่ภาคสนาม ในลักษณะสถาปัตยกรรมเครือข่ายแบบตาข่าย (Mesh-network architecture) แทนการเชื่อมต่อไปยังระบบคลาวด์ส่วนกลางที่อยู่ห่างไกล ซึ่งพลเอก ฌุสแตล (Justel) กล่าวว่า ปัจจุบันกองทัพบกฝรั่งเศสมีเครือข่ายศูนย์กลางข้อมูล (Data hubs) อยู่แล้วและกำลังจัดซื้อเพิ่มเติม
“ประการแรก มันช่วยกระจายตัวข้อมูลออกไป ซึ่งในกรณีที่เกิดการถูกทำลายหรือสูญเสียการเชื่อมต่อ มันจะช่วยให้พวกเราสามารถรักษาอำนาจการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ (Autonomy) ของส่วนระบบที่ยังคงเหลือรอดอยู่ได้ และประการที่สอง มันเป็นระบบที่ง่ายกว่าในการนำไปติดตั้งและปฏิบัติการจริง” พลเอก ฌุสแตล (Justel) กล่าว
พลเอก ฌุสแตล (Justel) ระบุว่าระบบนี้มีโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบเปิด (Open architecture) โดยกองทัพฝรั่งเศสได้เรียนเชิญ “กลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ทั้งหมดในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์” และเปิดกว้างที่จะร่วมมือกับรายอื่นๆ โดยเขากล่าวว่า “พวกเราไม่ต้องการก้าวเข้าสู่กรอบตรรกะเดิมๆ ที่เราเคยรู้จักมานานหลายปี ที่ซึ่งเรามอบระบบให้แก่ผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งไปแล้ว จากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องวิ่งผ่านพวกเขาเพียงผู้เดียว ทุกอย่างถูกปิดกั้น และพวกเขาเป็นเจ้าของสิทธิ์ในข้อมูลทั้งหมด พวกเราต้องการระบบแบบเปิดที่ผู้ผลิตรายใดก็สามารถเข้ามาเชื่อมต่อปลั๊กอินได้ และข้อมูลทั้งหมดสามารถถูกแบ่งปันร่วมกันได้โดยทุกคน โดยไม่มีแนวคิดเรื่องกรรมสิทธิ์ผูกขาด (Exclusive ownership) มาเกี่ยวข้อง”
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านการใช้ AI สำหรับระบบบัญชาการและควบคุม กองทัพบกฝรั่งเศสได้พัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large-language model) ของตนเองขึ้นมาสำหรับเจ้าหน้าที่เสนาธิการ โดยตั้งชื่อว่า "Berthier" ซึ่งตั้งชื่อตามเสนาธิการทหารของจักรพรรดินโปเลียน โดยพลเอก ฌุสแตล (Justel) กล่าวปิดท้ายว่า ระบบนี้ถูกนำมาใช้เพื่อสรุปข้อมูล ค้นหาข้อมูลเชิงปฏิบัติการ และสนับสนุนการร่างข้อเสนอแนวทางปฏิบัติการต่างๆ ในขณะที่อำนาจหน้าที่การตัดสินใจขั้นเด็ดขาดยังคงเป็นของผู้บัญชาการที่เป็นมนุษย์ตามเดิม
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.defensenews.com/global/europe/2026/06/06/france-to-test-its-own-ai-powered-battlefield-command-in-june-nato-exercise/