.
อิหร่านปัดแผนสหรัฐฯ ใช้เงินอายัดชดเชยพันธมิตรอ่าวเปอร์เซีย ย้ำทรัพย์สินเตหะรานไม่ใช่ “ของสงคราม” ขู่ตอบโต้-ชี้ชาติอาหรับต้องชดใช้
9-6-2026
สำนักข่าว Reuters รายงานว่า รัฐบาลประเทศอิหร่าน (Iran) ได้แสดงท่าทีปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อแนวคิดของประเทศสหรัฐฯ (US) ในการนำทรัพย์สินทางการเงินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ ไปใช้สำหรับจ่ายเงินชดเชยค่าความเสียหายให้แก่กลุ่มประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
คาเซ็ม การีบาบาดี (Kazem Gharibabadi) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้แถลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลของกลุ่มประเทศในภูมิภาค “ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะสามารถเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายได้” ซึ่งเป็นการออกมาตอบโต้ต่อกระแสรายงานข่าวที่ระบุว่า สหรัฐฯ อาจนำทรัพย์สินของอิหร่านไปใช้เพื่อจ่ายชดเชยให้แก่กลุ่มพันธมิตรในภูมิภาคสำหรับความเสียหายที่เกี่ยวเนื่องจากสงคราม
การีบาบาดี (Garbabadi) ได้ระบุเพิ่มเติมผ่านการโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า ทรัพย์สินของประเทศอิหร่านนั้น “ไม่ใช่ทั้งทรัพย์เชลยศึก (War spoils) ของรัฐบาลวอชิงตัน (Washington) และไม่ใช่กองทุนสำหรับจ่ายเงินให้แก่กลุ่มประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ”
การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สํานักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ได้รายงานเมื่อวันเสาร์โดยอ้างอิงแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับประเด็นดังกล่าวว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการจัดสรรทรัพย์สินของอิหร่านให้แก่กลุ่มพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย เพื่อสนับสนุนการบูรณะฟื้นฟูและการซ่อมแซมความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากฝีมือของอิหร่านในอนาคต
แหล่งข่าวระบุเสริมว่า สหรัฐฯ จะพิจารณาเรื่องการนำทรัพย์สินเหล่านั้นมาใช้สนับสนุนการซ่อมแซมความเสียหายที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเช่นกัน พร้อมทั้งเผยว่า สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้สั่งการให้ทีมงานเร่งดำเนินการประเมินมูลค่าต้นทุนของความเสียหายที่อิหร่านได้ก่อไว้ต่อกลุ่มประเทศพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ตลอดช่วงระยะเวลาของสงครามที่ผ่านมา อิหร่านได้เปิดฉากโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อหลายประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย โดยอ้างว่าเป็นการมุ่งเป้าโจมตีไปที่ผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และประเทศอิสราเอล (Israel) ในภูมิภาคดังกล่าว
โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รัฐบาลเตหะรานเปิดเผยว่าตนได้ยิงขีปนาวุธนำวิถี (Ballistic missiles) เข้าใส่ฐานทัพของสหรัฐฯ ในประเทศคูเวต (Kuwait) และประเทศบาห์เรน (Bahrain) ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ แถลงว่าสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธไว้ได้จำนวน 6 ลูก ส่วนลูกที่ 7 ตกก่อนจะถึงเป้าหมาย ด้านรัฐบาลคูเวตรายงานว่าพบความเสียหายทางวัตถุแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนบาห์เรนได้ประกาศเตือนให้ประชาชนเร่งเดินทางเข้าสู่ที่หลบภัย
ตามรายงานผลการศึกษาของบริษัทวิจัย Rystad Energy ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางอาจสร้างภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวเนื่องกับพลังงานเพียงอย่างเดียวให้แก่ภูมิภาคนี้สูงถึง 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
การีบาบาดี (Gharibabadi) เตือนว่า การยึด การโอนย้าย หรือการจัดสรรทรัพย์สินใดๆ ของอิหร่านโดยปราศจากความยินยอมของรัฐบาลอิหร่าน จะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศครั้งใหม่ (A new internationally wrongful act) ซึ่งจะส่งผลให้รัฐบาลวอชิงตันต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ในช่วงเวลาที่วอชิงตันอ้างว่ากำลังแสวงหาแนวทางการเจรจาและความเข้าใจร่วมกับเตหะราน ซึ่งการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวจะได้รับการตอบโต้อย่างเหมาะสม (Appropriate response) จากทางฝั่งอิหร่านอย่างแน่นอน โดยมิได้มีการลงรายละเอียดเพิ่มเติม
ที่ผ่านมา อิหร่านได้ยื่นข้อเรียกร้องให้มีการปล่อยเงินทุนส่วนหนึ่งที่ถูกยึดไว้ภายใต้กรอบการดำเนินงานที่ทั้งสองประเทศกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อยุติสงครามอิหร่าน
การีบาบาดี (Gharibabadi) กล่าวปิดท้ายว่า รัฐบาลของกลุ่มประเทศในภูมิภาคบางแห่งได้ยินยอมให้ใช้ดินแดนและสิ่งอำนวยความสะดวกของตน “เพื่อรับใช้การรุกรานและโจมตีต่ออิหร่าน” ดังนั้น ประเทศเหล่านั้นจึงไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ได้ ในทางกลับกัน รัฐบาลของประเทศเหล่านั้นต่างหากที่จำเป็นต้องจ่ายเงินชดเชยให้แก่อิหร่านอย่างเต็มจำนวนสำหรับความเสียหายทั้งหมดที่อิหร่านได้รับ
ทั้งนี้ เงื่อนไขสำคัญของรัฐบาลเตหะรานในการยุติสงคราม ประกอบไปด้วย การปล่อยทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และมาตรการคว่ำบาตรสากล ตลอดจนการยอมรับในอำนาจและอิทธิพลของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.reuters.com/business/finance/iran-rejects-idea-using-its-assets-pay-damages-us-allies-2026-06-07/