.
สหรัฐฯ ชี้คิวบาเป็นภัยมั่นคงโยง จีน-รัสเซีย พร้อมส่งเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการแคริบเบียน แต่ยังเปิดช่องเจรจา
3-6-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า สหรัฐฯ ชูภาพคิวบาเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่เชื่อมโยงกับจีนและรัสเซีย ขณะเดียวกันยังยืนยันว่าช่องทางการเจรจายังเปิดอยู่ ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองและการทหารที่เพิ่มขึ้นในทะเลแคริบเบียน
ทางการสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กำลังเผชิญกับสถานการณ์ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับประเทศคิวบา โดยวอชิงตันได้ดำเนินนโยบายในสองทิศทางควบคู่กัน คือการเพิ่มมาตรการกดดันขั้นสูงสุดในฐานะที่มองว่าคิวบาเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศจีนและรัสเซีย ขณะเดียวกันก็ยังคงยืนกรานว่าการเจรจาทางการทูตยังคงเป็นหนทางที่เป็นไปได้
ความตึงเครียดในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาทางอาญาต่อ ราอูล คาสโตร (Raul Castro) อดีตผู้นำคิวบา กรณีการยิงเครื่องบินพลเรือนสองลำตกในปี 1996 ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) และรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) ได้ร่วมกันแสดงท่าทีเชิงรุก โดยมองว่าคิวบาไม่เพียงแต่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงที่พัวพันกับอิทธิพลของจีนและรัสเซียเท่านั้น แต่ยังเป็นเป้าหมายสำหรับการเจรจาเพื่อเปลี่ยนผ่านทางการเมืองอีกด้วย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงเสียดทานระหว่างวอชิงตันและปักกิ่ง โดย กัว เจียคุน (Guo Jiakun) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยระบุว่า “ฝ่ายสหรัฐฯ ควรหยุดใช้มาตรการคว่ำบาตรและกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือจัดการกับคิวบา และหยุดการขู่ใช้กำลังในทุกกรณี จีนสนับสนุนคิวบาอย่างมั่นคงในการปกป้องอำนาจอธิปไตยและเกียรติภูมิของชาติ พร้อมคัดค้านการแทรกแซงจากภายนอก”
ในด้านความมั่นคง รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) ได้กล่าวขณะลงพื้นที่เมืองโฮมสเตด (Homestead) ทางตอนใต้ของไมอามี โดยย้ำถึงความกังวลว่าคิวบาเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ เนื่องจากมีการสะสมอาวุธจากรัสเซียและจีน และยังเปิดทางให้มีการเข้าถึงของหน่วยข่าวกรองจากทั้งสองประเทศบนเกาะคิวบา ซึ่งถือว่าอยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งสหรัฐฯ “คิวบาเป็นภัยต่อความมั่นคงของเรามาโดยตลอด และหากมีความเสี่ยงเช่นนั้น ประธานาธิบดีมีสิทธิ์และภาระหน้าที่ที่จะต้องแก้ไขภัยคุกคามดังกล่าว” รูบิโอ กล่าว
ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้นิยามคิวบาว่าเป็น “ประเทศที่ล้มเหลว” (Failed Country) ซึ่งกำลังเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร ไฟฟ้า และเชื้อเพลิงอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้เปิดเผยวิสัยทัศน์ว่าต้องการเปลี่ยนคิวบาให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการลงทุนของชาวอเมริกันเชื้อสายคิวบา เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับไปช่วยเหลือประเทศบ้านเกิดได้ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังส่งสัญญาณว่ารัฐบาลของเขาอาจใช้วิธีการที่แข็งกร้าวและแตกต่างจากประธานาธิบดีคนก่อนๆ ที่มักลังเลใจในการจัดการกับปัญหาคิวบาในช่วง 50-60 ปีที่ผ่านมา
นอกจากวาทกรรมที่เข้มข้นแล้ว สหรัฐฯ ยังเพิ่มความเคลื่อนไหวทางทหารในภูมิภาคแคริบเบียน โดยกองบัญชาการภาคใต้ของสหรัฐฯ (US Southern Command) ยืนยันว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส นิมิตซ์ (USS Nimitz) พร้อมด้วยกองเรือจู่โจม ซึ่งรวมถึงเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี ยูเอสเอส กริดลีย์ (USS Gridley) และฝูงบินที่ 17 (Carrier Air Wing 17) ที่ติดตั้งเครื่องบิน เอฟ/เอ-18 ซูเปอร์ ฮอร์เน็ต (F/A-18 Super Hornets) ได้เข้าสู่เขตน่านน้ำแคริบเบียนเพื่อแสดงความพร้อมและแสนยานุภาพทางยุทธศาสตร์ แม้ว่าทางการสหรัฐฯ จะไม่ได้เชื่อมโยงการปรากฏตัวของกองเรือนี้เข้ากับสถานการณ์ในคิวบาโดยตรงก็ตาม
ในมิติของการทูต มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังคงติดต่อกับรัฐบาลคิวบาโดยตรงอยู่ แม้จะมีกระแสการตั้งข้อหาและมาตรการคว่ำบาตรก็ตาม “เอกอัครราชทูตของเราได้พบปะกับพวกเขาเมื่อไม่นานมานี้ และผู้อำนวยการซีไอเอ (CIA Director) ก็ได้เดินทางไปที่นั่นเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน” รูบิโอ กล่าวถึงแผนการติดตามตัว ราอูล คาสโตร (Raul Castro) ว่าปัจจุบันเขาได้กลายเป็น “ผู้หลบหนีคดีของสหรัฐฯ” แล้ว
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ยกระดับการคว่ำบาตรคิวบามาตั้งแต่เดือนมกราคม โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มบริษัท เกเอซา (GAESA) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ควบคุมโดยกองทัพและคุมเศรษฐกิจส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งรูบิโอเปรียบเทียบว่าเป็น “รัฐซ้อนรัฐ” (State within a State)
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า แม้จะมีการใช้ถ้อยคำที่เผ็ดร้อน แต่ยังมีหลักฐานเพียงน้อยนิดที่ชี้ว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมปฏิบัติการทางทหารกับคิวบาในทันที ทางด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของคิวบารวมถึงประธานาธิบดี มิเกล ดิแอซ-กาเนล (Miguel Diaz-Canel) ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าการตั้งข้อหาต่อ ราอูล คาสโตร (Raul Castro) มีแรงจูงใจทางการเมือง และเหตุการณ์การยิงเครื่องบินตกในปี 1996 นั้นเป็นการ “ป้องกันตัวที่ถูกต้องตามกฎหมาย”
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/us/diplomacy/article/3354434/us-casts-cuba-china-linked-security-threat-while-still-pushing-talks?module=inline&pgtype=article