.
เนทันยาฮูสั่งถล่มชานกรุงเบรุตใต้ บั่นทอนความหวังเจรจาสงครามสหรัฐฯ–อิหร่าน
2-6-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) แห่งอิสราเอล ได้ออกคำสั่งให้กองทัพเปิดฉากโจมตีพื้นที่ชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต (Beirut) ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งสัญญาณถึงการยกระดับความขัดแย้งที่กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความพยายามในการไกล่เกลี่ยเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ (US) และอิหร่าน (Iran)
นาย เอสมาอิล บาเกอี (Esmaeil Baghaei) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า การโจมตีของอิสราเอลในเลบานอนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระบวนการทางการทูตเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านต้องล่าช้าออกไป พร้อมทั้งย้ำว่าการหยุดยิงในเลบานอนถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของข้อตกลงใด ๆ ก็ตามที่จะเกิดขึ้น
สำนักงานของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อิสราเอล แคตซ์ (Israel Katz) ได้สั่งการให้กองทัพอิสราเอลเข้าโจมตี "เป้าหมายผู้ก่อการร้าย" ในเขตชานเมืองทางตอนใต้ของเบรุต หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดาฮิเยห์ (Dahiyeh) หลังจากที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) "ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า" และ "โจมตีเมืองและพลเมืองของเรา" ทั้งนี้ แม้อิสราเอลจะเคยปูพรมโจมตีพื้นที่ดาฮิเยห์ (Dahiyeh) อย่างหนักในช่วงสัปดาห์แรกของสงคราม แต่ในช่วงหลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประกาศข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอนเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา อิสราเอลได้ปฏิบัติการโจมตีพื้นที่ดังกล่าวเพียงสองครั้งเท่านั้น แม้ว่าสถานการณ์การสู้รบในตอนใต้ของเลบานอนจะยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องก็ตาม
คำสั่งดังกล่าวยังเกิดขึ้นตามหลังเหตุการณ์การปะทะกันที่รุนแรงขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกองกำลังอิสราเอลสามารถยึดป้อมโบราณโบฟอร์ต (Beaufort Castle) ซึ่งมีอายุเก่าแก่ถึง 900 ปี และนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ได้สั่งให้กองทัพขยายปฏิบัติการภาคพื้นดินให้ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น ถือเป็นครั้งแรกที่อิสราเอลสามารถควบคุมพื้นที่ดังกล่าวได้นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2000 หลังจากที่ได้ถอนกำลังทหารออกจากตอนใต้ของเลบานอนไปเมื่อ 18 ปีก่อน
นาย อิสราเอล แคตซ์ (Israel Katz) กล่าวว่า ทหารอิสราเอลจะยังคงรักษาฐานที่มั่นในป้อมโบฟอร์ต (Beaufort Castle) ไว้โดยเป็นส่วนหนึ่งของเขตความมั่นคงในตอนใต้ของเลบานอน พร้อมย้ำว่า "การรณรงค์ทางทหารยังไม่สิ้นสุด เราทุกคนมุ่งมั่นที่จะทำลายอำนาจของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah)" โดยนายแคตซ์ได้เผยแพร่ภาพป้อมโบราณดังกล่าวที่มีธงชาติอิสราเอลและธงของกองพลโกลานี (Golani brigade) บนสื่อสังคมออนไลน์ กองทัพอิสราเอลระบุว่าปฏิบัติการล่าสุดนี้มุ่งเน้นไปที่การควบคุมสันเขาโบฟอร์ต (Beaufort Ridge) และพื้นที่ วาดิ อัล-ซาลูกี (Wadi al-Saluki) เพื่อลดทอนขีดความสามารถของกลุ่มนักรบฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) และทำลายโครงสร้างพื้นฐานบนสันเขาที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของอิหร่าน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ได้สั่งการให้กองทัพอิสราเอลขยาย "ปฏิบัติการภาคพื้นดินในเลบานอน" โดยมีเป้าหมายเพื่อ "กระชับและขยายการควบคุมในพื้นที่ที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah)" ทั้งนี้ อิสราเอลได้จัดตั้งเขตความมั่นคงที่ประกาศขึ้นเองในตอนใต้ของเลบานอน โดยมีการรื้อถอนหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อสร้างแนวป้องกันสำหรับพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอลให้พ้นจากกลุ่มนักรบฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ที่แทรกซึมอยู่ในพื้นที่พลเรือน
สงครามในเลบานอนถือเป็นเหตุการณ์ที่ลุกลามและสร้างความสูญเสียมากที่สุดจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน โดยทางการเลบานอนระบุว่าเหตุการณ์นี้บีบให้ประชาชนกว่า 1 ล้านคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,370 คน จากการโจมตีของอิสราเอลนับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม เมื่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) เริ่มเปิดฉากยิงใส่อิสราเอลเพื่อสนับสนุนอิหร่านที่กำลังเผชิญกับการโจมตีจากสหรัฐฯ-อิสราเอล ขณะที่ทางอิสราเอลรายงานว่ามีทหารเสียชีวิต 24 นาย และพลเรือน 4 คน ในช่วงเวลาเดียวกัน
ทางด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ได้กล่าวหาอิสราเอลว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและประกาศถึงสิทธิ์ในการต่อต้านการยึดครองของอิสราเอล โดยอ้างว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ปฏิบัติการรวม 21 ครั้ง รวมถึงการระดมยิงจรวดใส่สิ่งที่กลุ่มอ้างว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของอิสราเอลในเมือง นาฮาริยา (Nahariya)
จากสถานการณ์ความรุนแรงที่เพิ่มสูงขึ้นในเลบานอน ส่งผลให้ประเทศฝรั่งเศส (France) ได้เรียกร้องให้มีการจัดประชุมฉุกเฉินของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN Security Council) ในวันจันทร์ที่ผ่านมา แม้ที่ผ่านมาสหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับสูงหลายครั้งระหว่างตัวแทนรัฐบาลอิสราเอลและเลบานอนนับตั้งแต่เกิดการสู้รบ โดยมีเบรุตเข้าร่วมหารือแม้จะได้รับการคัดค้านอย่างหนักจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวชาวเลบานอนที่ใกล้ชิดกับการเจรจาระหว่างเบรุตและวอชิงตันกล่าวว่า ประกาศของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของแนวทางการทูตที่นำโดยสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) ได้หารือกับ ประธานาธิบดี โจเซฟ อูน (Joseph Aoun) แห่งเลบานอน และนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) เกี่ยวกับการเจรจาทางการทูตระหว่างอิสราเอลและเลบานอน โดยมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) ได้เสนอแผนเพื่อ "ลดความตึงเครียดอย่างค่อยเป็นค่อยไป" (gradual de-escalation)
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ได้เสนอให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) หยุดการโจมตีอิสราเอลทั้งหมดเป็นขั้นตอนแรก เพื่อแลกกับการที่อิสราเอลจะงดเว้นการยกระดับความรุนแรงในเบรุต เพื่อสร้างพื้นที่ให้เกิดการลดความตึงเครียดและยุติการสู้รบอย่างมีประสิทธิภาพ โดยประธานาธิบดี โจเซฟ อูน (Joseph Aoun) ได้พยายามผลักดันข้อเสนอดังกล่าวเพื่อให้บรรลุข้อตกลง อย่างไรก็ตาม นาย นาบิห์ เบอร์รี (Nabih Berri) ประธานรัฐสภาเลบานอน ซึ่งอ้างตัวเป็นผู้ "รับประกัน" ความมุ่งมั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ที่จะมีต่อข้อตกลงหยุดยิง ได้โยนภาระไปให้อิสราเอลเป็นผู้หยุด "ยิงก่อน"
นาย นาบิห์ เบอร์รี (Nabih Berri) พันธมิตรใกล้ชิดของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) กล่าวผ่านสื่อเลบานอนเมื่อวันอาทิตย์ว่า ตนพร้อมรับประกัน "ความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่และทันทีต่อการหยุดยิงโดยฝ่ายต่อต้าน" (หมายถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์) พร้อมตั้งคำถามทิ้งท้ายว่า "แต่คำถามคือ ใครจะเป็นผู้บังคับให้อิสราเอลหยุดการรุกราน?"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/world/middle-east/article/3355575/netanyahu-orders-strikes-beiruts-southern-suburbs-clouding-iran-mediation?module=top_story&pgtype=section