จีน-ยุโรป จับมือส่งดาวเทียม SMILE ขึ้นสู่อวกาศ
จีน-ยุโรป จับมือส่งดาวเทียม SMILE ขึ้นสู่อวกาศวิจัยสนามแม่เหล็กโลก เปิดยุคความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์เหนือข้อพิพาททางการค้า
21-5-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า จีนและยุโรปได้ประสบความสำเร็จในการส่งดาวเทียมที่พัฒนาร่วมกันเป็นครั้งแรกขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อปฏิบัติภารกิจในการสำรวจกลไกที่แม่นยำของสนามแม่เหล็กโลกซึ่งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันโลกจากลมสุริยะ (Solar Wind)
ความสำเร็จของภารกิจ Solar Wind Magnetosphere Ionosphere Link Explorer (SMILE) เกิดขึ้นในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงปักกิ่งและกรุงบรัสเซลส์กำลังเผชิญกับความตึงเครียดทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีปัจจัยหลักมาจากปัญหาการขาดดุลทางการค้าอย่างมหาศาลของสหภาพยุโรป (EU) ที่มีต่อจีน
ดาวเทียมดวงนี้ได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences - CAS) และ องค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency - ESA) ภายใต้โครงการที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2015 เพื่อสร้างเครื่องมืออันทรงพลังที่สุดในการศึกษาชั้นบรรยากาศสนามแม่เหล็กของโลก
แครอล มันเดล (Carole Mundell) ผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ระบุในเอกสารข่าวว่า "ความร่วมมือที่เชื่อมั่นต่อกันระหว่างทีมวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ในยุโรปและจีน ได้ผ่านพ้นความท้าทายระดับโลกมาได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านการเดินทางในช่วงการระบาดใหญ่และทีมงานที่กระจายตัวอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก" พร้อมทั้งกล่าวว่า เธอรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เห็นโครงการนี้สำเร็จลุล่วงและตั้งตารอการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ ที่ภารกิจ SMILE จะนำเสนอ
ทางด้าน สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) ได้ยกย่องให้ภารกิจนี้เป็นต้นแบบสำหรับความร่วมมือทางอวกาศระหว่างจีนและยุโรปในอนาคต โดยระบุในแถลงการณ์ว่า "ภารกิจ SMILE ได้สร้างกระบวนทัศน์ใหม่สำหรับความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นหุ้นส่วนที่เริ่มต้นจากระดับปฏิบัติการไปจนถึงระดับภารกิจและครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตของโครงการระหว่าง CAS และ ESA"
โครงการร่วมทุนนี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่เท่าเทียม เป็นประโยชน์ร่วมกัน และมีความเกื้อกูลกันในสามด้านหลัก คือ การแบ่งงาน การพัฒนาส่วนประกอบดาวเทียม (Payload Development) และการประสานงานด้านวิศวกรรม
สำหรับภารกิจ SMILE จะดำเนินการสังเกตการณ์ด้วยรังสีเอกซ์ (X-ray) ต่อสนามแม่เหล็กโลกเป็นครั้งแรก และติดตามปรากฏการณ์แสงเหนือ (Northern Lights) เพื่อศึกษาปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างลมสุริยะและสนามแม่เหล็กโลก โดยมุ่งหวังที่จะเปิดเผยความลับของสนามแม่เหล็กปกป้องโลกขนาดใหญ่ที่คุ้มครองโลกจากลมสุริยะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย ทั้งนี้ การปล่อยดาวเทียมดังกล่าวต้องเลื่อนออกไปจากกำหนดการเดิมคือวันที่ 9 เมษายน เนื่องจากพบข้อผิดพลาดทางเทคนิคในสายการผลิตชิ้นส่วนประกอบอย่างหนึ่ง
ในบทบรรณาธิการที่ตีพิมพ์ในวารสาร National Science Review ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ CAS เหล่านักวิทยาศาสตร์ที่เป็นผู้นำโครงการได้บรรยายถึงภารกิจนี้ว่าเป็น "ความร่วมมือแบบ 50/50 ที่แท้จริง" โดย หวัง ฉี (Wang Chi) หัวหน้านักวิจัยร่วมฝ่ายจีนจากศูนย์วิทยาศาสตร์อวกาศแห่งชาติ (CAS’ National Space Science Centre), โคลิน ฟอร์ไซธ์ (Colin Forsyth) หัวหน้านักวิจัยร่วมฝ่ายยุโรปจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (University College London) และ ฟิลิปป์ เอสคูเบต์ (Philippe Escoubet) นักวิทยาศาสตร์โครงการที่ ESA ได้ระบุว่าภารกิจนี้ได้ส่งเสริม "การบูรณาการทางวัฒนธรรมทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมอย่างลึกซึ้ง" และสร้าง "ระดับของความเชื่อมั่นและความร่วมมือ" ที่กำหนดบรรทัดฐานใหม่สำหรับความร่วมมือทางอวกาศ
อย่างไรก็ตาม พวกเขายังเตือนว่า "ความก้าวหน้าในการสร้างความตระหนักรู้และการกำกับดูแลสภาพแวดล้อมทางอวกาศเชิงร่วมมือนั้นล่าช้าอย่างน่าตกใจ" เมื่อเทียบกับ "ความเร็วของการปล่อยดาวเทียมเชิงพาณิชย์" โดยระบุว่าความปลอดภัยทางอวกาศที่ขึ้นอยู่กับการกำกับดูแลตนเองของผู้ควบคุมดาวเทียมเพียงอย่างเดียวนั้นเป็นภาพลวงตา เนื่องจากผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ที่ทรงพลัง สิ่งที่จำเป็นจริงๆ คือความสม่ำเสมอ เจตจำนง และระเบียบวินัยของรัฐบาลและชุมชนวิทยาศาสตร์ในการดำเนินการ
ทั้งนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สหภาพยุโรป (EU) ได้สั่งห้ามองค์กรที่มีฐานอยู่ในจีนไม่ให้ยื่นขอรับทุน Horizon Europe มูลค่า 93 พันล้านยูโร (110 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ใน "สาขาที่มีความสำคัญ" โดยอ้างถึงความกังวลด้านความปลอดภัยของงานวิจัยและการนำไปใช้ทางการทหาร
เบอร์นาร์ด ฟวง (Bernard Foing) อดีตหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) จากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้นำการพัฒนาโครงการ SMART-1 ยานอวกาศยุโรปลำแรกที่โคจรรอบดวงจันทร์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนที่แล้วว่า ความร่วมมือแบบทวิภาคีอาจเป็นแนวทางที่เป็นไปได้สำหรับภารกิจร่วมกันในอนาคต เนื่องจากในระดับพหุภาคี เช่น ESA การดำเนินโครงการดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับความเห็นพ้องจากประเทศสมาชิกทั้งหมด โดยเขาได้ยกตัวอย่างโครงการ SVOM (Space-based multiband astronomical Variable Objects Monitor) ซึ่งเป็นหอดูดาวที่สร้างโดยนักวิจัยจีนและฝรั่งเศส ว่าเป็นแบบอย่างของความร่วมมือทวิภาคีที่ทำได้จริงและเกิดประโยชน์ต่อนักวิทยาศาสตร์ยุโรป
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/science/article/3354263/smile-space-china-eu-joint-planet-defence-satellite-defies-earthly-tensions?module=top_story&pgtype=homepage