.
เมื่อ NATO สะเทือน–UN อ่อนแรง CICA ถูกจับตาในฐานะทางเลือกใหม่ด้าน 'ความมั่นคงของเอเชีย'
7-5-2026
สำนักข่าว SCMP รายงานว่า ในสภาวะที่การหยุดยิงล้มเหลว การเจรจาสันติภาพชะงักงัน และช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ยังคงถูกปิดกั้น วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่ถลำลึกได้เผยให้เห็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของกรอบความมั่นคงระดับโลก โดยเฉพาะสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล ต่อประเทศอิหร่าน (Iran) ที่ดำเนินมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ได้สร้างความตึงเครียดต่อหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) และทำให้องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ต้องสั่นคลอนจากคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ที่จะถอนตัวจากกลุ่มพันธมิตร
ท่ามกลางความเสี่ยงของสงครามที่ยืดเยื้อ องค์กรการประชุมว่าด้วยการดำเนินมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและการปฏิสัมพันธ์ในเอเชีย หรือ CICA (Conference on Interaction and Confidence-Building Measures in Asia) ซึ่งมักถูกมองข้าม กำลังนำเสนอแนวทางความมั่นคงผ่านพลังอำนาจละมุน (Soft Power) ที่แตกต่างออกไป โดยเป็นเวทีที่มีสมาชิกซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งอย่างอิหร่าน (Iran) และอิสราเอล (Israel) รวมอยู่ด้วย
ไครัต ซารีเบย์ (Kairat Sarybay) เลขาธิการ CICA ระบุว่า แม้สมาชิกทั้ง 28 ประเทศจะมีความเห็นที่แตกต่างกันในบางประเด็น แต่พวกเขายังสามารถตกลงร่วมกันในความร่วมมือบางด้านได้ โดยเขายืนยันว่า "CICA คือสถาปัตยกรรมสำหรับการลดความตึงเครียด" และเป็นพื้นที่พหุภาคีเพียงแห่งเดียวที่ตัวแสดงหลักในภูมิภาค ทั้งอิหร่าน อิสราเอล ปาเลสไตน์ และรัฐอาหรับอื่นๆ เป็นสมาชิกที่มีสิทธิเท่าเทียมกัน
"อาณัติของ CICA ไม่ใช่การทูตแบบบังคับหรือการแทรกแซงวิกฤตโดยตรง แต่อาณัติของเราคือการสร้างความไวเนื้อเชื่อใจ บทบาทหลักของเราคือการทำให้มั่นใจว่า แม้ความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีจะพังทลายลงโดยสิ้นเชิง แต่พื้นที่พหุภาคีสำหรับการสนทนาจะยังคงเปิดอยู่เสมอ" นายซารีเบย์ (Sarybay) กล่าวเสริมผ่านรายงานของ เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ (South China Morning Post)
เลขาธิการ CICA ยังได้กล่าวชื่นชมบทบาทของประเทศจีน (China) ในฐานะ "ศูนย์กลางใหม่ของการทูตระหว่างประเทศ" ซึ่งให้การสนับสนุนองค์กรมาตลอดสามทศวรรษ โดยแนวคิดความมั่นคงโลก (Global Security Initiative) ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) นั้นสอดคล้องกับโมเดลของ CICA ที่เน้นการไม่แทรกแซงกิจการภายในและการตัดสินใจบนพื้นฐานของฉันทามติ
ปัจจุบันสมาชิกของ CICA ครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 90 ของทวีปเอเชีย เป็นตัวแทนของประชากรครึ่งโลก และมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ราวครึ่งหนึ่งของโลก โดยมีประเทศผู้สังเกตการณ์ ได้แก่ สหรัฐฯ (US), ยูเครน (Ukraine), ญี่ปุ่น (Japan) และซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia)
ความแตกต่างที่สำคัญคือ ในขณะที่ NATO มุ่งเน้นไปที่การป้องกันร่วมกันทางทหาร (Collective Defense) ในยุโรปและอเมริกาเหนือ CICA กลับมุ่งเน้นที่การสร้างความไวเนื้อเชื่อใจใน 18 สาขาหลัก เช่น การเมือง-การทหาร, ความมั่นคงรูปแบบใหม่, เศรษฐกิจ, สิ่งแวดล้อม และมิติทางมนุษย์ โดยการดำเนินมาตรการต่างๆ เป็นไปโดยสมัครใจเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น
นายซารีเบย์ (Sarybay) เปิดเผยว่า CICA กำลังก้าวสู่การเป็น "องค์การระหว่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ" โดยมีธรรมนูญ (Charter) ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา และคาดว่าจะมีการลงนามรับรองในการประชุมสุดยอดเดือนตุลาคมนี้ ณ กรุงบากู (Baku) ภายใต้การเป็นประธานของประเทศอาเซอร์ไบจาน (Azerbaijan) ซึ่งจะถือเป็นบทสรุปทางกฎหมายที่ทำให้ CICA มีฐานะเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลอย่างเป็นทางการ
ในตอนท้าย นายซารีเบย์ (Sarybay) ย้ำว่าความท้าทายหลักต่อระเบียบโลกคือ "การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ" และ "การเติบโตของลัทธิพหุภาคีขั้วเดียว" ซึ่งในยามที่มหาอำนาจขัดแย้งกัน "ประเทศอำนาจปานกลาง" (Middle Powers) อย่างคาซัคสถาน (Kazakhstan) จะเป็นผู้ปกป้องระบบพหุภาคีและเชื่อมโยงความต้องการของเอเชียเข้ากับวาระของ UN โดยเฉพาะในด้านการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวและความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/diplomacy/article/3352508/asian-alternative-nato-how-cica-rethinking-middle-east-security?module=hp_section_china&pgtype=homepage