.
Thailand
ซีอีโอของ Chevron เตือนว่าอาจเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันทั่วโลกภายในไม่กี่สัปดาห์ จากสงครามในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างต่อเนื่อง
6-5-2026
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Chevron เตือนว่าอาจเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันทั่วโลกภายในไม่กี่สัปดาห์ เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังดำเนินอยู่
ไมค์ เวิร์ธ (Mike Wirth) ซีอีโอของ Chevron ระบุว่าการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และการปิดกั้นการเดินเรือในช่องแคบสำคัญดังกล่าว ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 1 ใน 5 ของโลก ได้ทำให้การส่งมอบพลังงานลดลงอย่างรุนแรง และผลักดันราคาพลังงานให้พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี
เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากยังคงติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ นับตั้งแต่การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ แม้จะมีการหยุดยิงชั่วคราว แต่ความตึงเครียดยังคงปะทุอีกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ หลังมีรายงานการปะทะระหว่างกองกำลังสหรัฐฯ และอิหร่าน ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติภารกิจคุ้มกันเรือในพื้นที่
เวิร์ธกล่าวในงาน Milken Institute Global Conference ว่าเศรษฐกิจโลกจะเริ่มชะลอตัว โดยเริ่มจากเอเชียซึ่งพึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียมากที่สุด ก่อนจะลามไปยุโรป เมื่ออุปทานตึงตัวมากขึ้น
เขาเตือนว่าผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจรุนแรง “เทียบได้กับวิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970” ซึ่งเคยก่อให้เกิดวิกฤตพลังงานในปี 1973 และ 1979 ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงและเกิดการขาดแคลนเชื้อเพลิงในหลายประเทศ
เวิร์ธย้ำว่า ประเด็นสำคัญต่อจากนี้ไม่ใช่แค่ “ราคา” แต่คือ “ความสามารถในการเข้าถึงพลังงานจริง” โดยระบุว่าระบบสำรองและคลังน้ำมันกำลังถูกนำมาใช้ลดแรงกระแทกของวิกฤตแล้ว และผลกระทบจะเริ่มกระจายไปทั่วระบบเศรษฐกิจในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
เขายังกล่าวว่าสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสุทธิ อาจได้รับผลกระทบช้ากว่าประเทศอื่น แต่จะยังได้รับแรงกดดันจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น และแม้ช่องแคบจะกลับมาเปิดได้ ก็อาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าระบบขนส่งจะกลับสู่ภาวะปกติ
รายงานยังระบุว่า สายการบินต้นทุนต่ำบางแห่งในสหรัฐฯ ได้ยุติการดำเนินงานแล้วจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่พุ่งสูง ขณะที่หลายประเทศในเอเชียเริ่มใช้มาตรการลดการใช้พลังงาน
คำเตือนนี้สอดคล้องกับการประเมินของหน่วยงานพลังงานระหว่างประเทศและธนาคารโลก ซึ่งระบุว่าความเสี่ยงจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในภัยคุกคามด้านพลังงานที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และอาจทำให้ราคาพลังงานทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้
ที่มา RT
© Copyright 2020, All Rights Reserved