.
ซาอุฯ ดันท่าเรือเจดดาห์เป็น ‘แลนด์บริดจ์’ เลี่ยงวิกฤตฮอร์มุซ เปิดเดินเรือ Ocean Rise หนุนขึ้นแท่นฮับโลจิสติกส์เชื่อมการค้าอ่าวอาหรับ เอเชีย และยุโรป
6-5-2026
สำนักข่าว Sputnik รายงานว่า ซาอุดีอาระเบียเร่งยกระดับบทบาทการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับภูมิภาคอย่างเต็มตัว ล่าสุดการท่าเรือแห่งซาอุดีอาระเบีย (Saudi Ports Authority) ได้ประกาศเปิดตัวบริการขนส่งทางเรือเส้นทางใหม่ภายใต้ความร่วมมือกับ CMA CGM ซึ่งเป็นบริษัทเดินเรือตู้คอนเทนเนอร์รายใหญ่จากประเทศฝรั่งเศส (France) โดยใช้ชื่อการดำเนินงานว่า “Ocean Rise” เพื่อสร้างโครงข่ายการค้าที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความมั่นคงในเชิงยุทธศาสตร์
หัวใจสำคัญของบริการดังกล่าวมุ่งเน้นไปที่การเชื่อมโยงท่าเรือเจดดาห์ (Port of Jeddah) ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางทิศตะวันตกของนครมักกะฮ์ (Mecca) บนชายฝั่งทะเลแดง (Red Sea) เข้ากับท่าเรือหลักระดับโลกจำนวน 9 แห่ง ประกอบด้วยท่าเรือในประเทศญี่ปุ่น (Japan) 3 แห่ง ประเทศจีน (China) 3 แห่ง และในทวีปยุโรป (Europe) อีก 3 แห่ง การขยายโครงข่ายในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการค้าระหว่างทวีปเอเชียและยุโรปเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำตำแหน่งของท่าเรือเจดดาห์ในฐานะศูนย์กลางการกระจายสินค้าและการขนส่งระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์สำคัญที่น่าจับตามองภายใต้โครงการนี้คือการจัดตั้ง “แลนด์บริดจ์” (Land Bridge) หรือสะพานเศรษฐกิจทางบก เพื่อใช้เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าหลักจากฝั่งทะเลแดงไปยังภูมิภาคอ่าวอาหรับ (The Gulf) ซึ่งปัจจุบันยังคงเผชิญกับสภาวะความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง จากสถานการณ์การเผชิญหน้ากันระหว่างประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิหร่าน (Iran) โดยซาอุดีอาระเบียจะใช้โครงข่ายการขนส่งทางถนนเป็นระยะทางประมาณ 1,300 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมต่อไปยังท่าเรือคิงอับดุลอาซิซ (King Abdulaziz Port) และศูนย์กลางอุตสาหกรรมจูเบล (Jubail industrial hub) ซึ่งมาตรการนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางเดินเรือผ่านน่านน้ำที่มีความอ่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์ได้เป็นอย่างดี
ในแผนงานระยะยาว รัฐบาลซาอุดีอาระเบียยังมีโครงการขยายระบบการขนส่งด้วยเส้นทางรถไฟ ซึ่งมีกำหนดการจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2034 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport) เสริมสร้างความรวดเร็วและเสถียรภาพในการเคลื่อนย้ายสินค้าระหว่างฝั่งทะเลแดงและอ่าวอาหรับให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ บริการ Ocean Rise จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งและต่อยอดจากบริการ REDEX เดิมของท่าเรือเจดดาห์ ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมโยงท่าเรือหลักในทะเลแดงและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean) เข้าด้วยกัน โครงการทั้งหมดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ Vision 2030 ที่รัฐบาล ณ กรุงริยาด (Riyadh) มุ่งหวังจะผลักดันให้ประเทศซาอุดีอาระเบียก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ระดับโลก ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ล้ำสมัยและการสร้างจุดเชื่อมต่อทางการค้าที่ครอบคลุมทุกมิติในระดับสากล
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/SputnikInt/status/2051520512593916165?s=20