รายงานชี้ อิสราเอลส่ง Iron Dome พร้อมทหารไปช่วยUAE
รายงานชี้ อิสราเอลส่ง Iron Dome พร้อมทหารไปช่วย UAE สกัดมิสไซล์-โดรนอิหร่าน กระชับสัมพันธ์สองชาติ
29-4-2026
Newsweek รายงานว่า มีรายงานระบุว่าประเทศอิสราเอล (Israel) ได้ส่งมอบระบบป้องกันภัยทางอากาศ "Iron Dome" พร้อมด้วยกำลังพลเพื่อปฏิบัติการ ให้แก่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในช่วงเริ่มต้นของสงครามกับอิหร่าน (Iran) ตามการเปิดเผยของสำนักข่าว Axios เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลและสหรัฐฯ (US)
ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อสหรัฐฯ (US) และอิสราเอล (Israel) ร่วมกันโจมตีเป้าหมายทางทหารที่สำคัญในอิหร่าน (Iran) ส่งผลให้ผู้นำสูงสุด อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) และผู้นำรัฐบาลคนอื่นๆ เสียชีวิต ทางด้านอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการระดมยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าใส่อิสราเอล รวมถึงรัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซียหลายประเทศที่เป็นฐานที่ตั้งของกองทัพสหรัฐฯ
การประจำการครั้งประวัติศาสตร์
นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ของอิสราเอล ได้สั่งการให้กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ส่งกองพันระบบ Iron Dome พร้อมขีปนาวุธสกัดกั้นและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของ IDF หลายสิบนายไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังการหารือผ่านโทรศัพท์กับประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด บิน ซายิด (Mohamed bin Zayed) ผู้นำยูเออี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่อิสราเอลนำระบบ Iron Dome ไปประจำการในต่างประเทศ และทำให้ยูเออีเป็นชาติแรกนอกเหนือจากสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ได้ใช้งานระบบนี้
ข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมของยูเออีระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธนำวิถี (Ballistic Missiles) และขีปนาวุธร่อน (Cruise Missiles) ราว 550 ลูก พร้อมด้วยโดรนมากกว่า 2,200 ลำ เข้าใส่ยูเออีตลอดช่วงความขัดแย้ง ซึ่งส่วนใหญ่ถูกสกัดกั้นไว้ได้สำเร็จ สะท้อนให้เห็นว่ายูเออีตกเป็นเป้าหมายการโจมตีจากอิหร่านมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคในช่วงเวลานี้
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม การโจมตีของอิหร่านบางส่วนสามารถทะลวงระบบป้องกันและสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สำคัญของยูเออี ส่งผลให้อุตสาหกรรมน้ำมันต้องประกาศภาวะเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ซึ่งหมายถึงความไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาการส่งมอบน้ำมันได้เพียงไม่กี่วันหลังเริ่มความขัดแย้ง
นอกจากนี้ ยูเออียังได้รับความเสียหายในอุตสาหกรรมการผลิตอะลูมิเนียม ซึ่งยูเออีเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 5 ของโลก ส่งผลให้อุตสาหกรรมหลักที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศสองประเภทได้รับความเสียหายในระดับที่อาจเข้าขั้นหายนะ
สายสัมพันธ์ที่แนบแน่นท่ามกลางไฟสงคราม
ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและยูเออีซึ่งมีความแข็งแกร่งอยู่แล้วก่อนเกิดความขัดแย้ง ได้ทวีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเมื่อทั้งสองชาติกลายเป็นเป้าหมายของอิหร่าน โดยยูเออีถือเป็นชาติในภูมิภาคที่ยินดีร่วมงานกับอิสราเอลมากที่สุด นับตั้งแต่การลงนามในข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) ในสมัยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump)
การฟื้นฟูความสัมพันธ์สู่ระดับปกติ (Normalization) ได้เปิดประตูสู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านความมั่นคง ซึ่งบริษัทชั้นนำอย่าง Elbit Systems ของอิสราเอล และ EDGE Group ของยูเออี ได้เริ่มมีความร่วมมือกัน นอกจากนี้ ยูเออียังได้จัดซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศ SPYDER ของอิสราเอล และมีการใช้งานระบบรุ่น Barak ที่ผลิตโดยอิสราเอลอยู่ก่อนแล้ว
มิตรภาพที่แน่นแฟ้นนี้ถูกตอกย้ำด้วยบทความของเจ้าหน้าที่ระดับสูงชาวเอมิเรตส์ที่เขียนให้กับสถาบันอาหรับกัลฟ์สเตตส์ (Arab Gulf States Institute) ซึ่งระบุว่าอิสราเอลเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ "ความช่วยเหลือที่แท้จริงแก่ยูเออี" มากที่สุดในยามวิกฤต
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.newsweek.com/israel-give-united-arab-emirates-iron-dome-11880635