เยอรมนีแซงหน้าสหรัฐฯ ด้านกำลังการผลิตกระสุน
เยอรมนีแซงหน้าสหรัฐฯ ด้านกำลังการผลิตกระสุน รับมือยุคยุโรปต้องพึ่งพาตนเองหลัง "ทรัมป์" ลดบทบาทหนุน NATO
29-4-2026
Newsweek รายงานว่า เยอรมนี (Germany) ขยับขึ้นเป็นผู้นำด้านกำลังการผลิตกระสุนปืนใหญ่แซงหน้าสหรัฐฯ (US) เรียบร้อยแล้ว ตามคำกล่าวของประธานเจ้าหน้าที่บริหารยักษ์ใหญ่ด้านกลาโหม Rheinmetall ท่ามกลางยุทธศาสตร์การเร่งสะสมอาวุธครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วทวีปยุโรป
อาร์มิน ปัปเปอร์เกอร์ (Armin Papperger) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rheinmetall เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ทางบริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิตกระสุนขนาดกลางขึ้นมากกว่า 4 เท่า และเร่งผลักดันยอดการผลิตกระสุนปืนใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 1.1 ล้านนัดต่อปี จากเดิมที่ผลิตได้เพียง 70,000 นัด ซึ่งถือเป็นการขยายตัวแบบก้าวกระโดดเพื่อตอบสนองความต้องการที่พุ่งสูงขึ้น
แรงบีบจากวอชิงตันและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ส่งสัญญาณเตือนสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เมื่อปีที่ผ่านมา ว่าต้องเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศและพึ่งพาสหรัฐฯ (US) ให้น้อยลง ประกอบกับรัฐบาลทรัมป์ได้ถอนการสนับสนุนอาวุธและกำลังทหารที่สำคัญออกจากยูเครน (Ukraine) เมื่อปีที่แล้ว โดยปัจจุบันสหรัฐฯ กำลังติดหล่มอยู่กับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสงครามกับอิหร่าน (Iran) ที่ก้าวเข้าสู่เดือนที่สาม
นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังแสดงจุดยืนชัดเจนที่ต้องการมุ่งความสนใจไปที่ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific) และภัยคุกคามจากกองทัพที่แข็งแกร่งของจีน (China) มากกว่าการแบกรับภาระในยุโรปเหมือนช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ยุคใหม่ของเยอรมนี: จากการลดทอนทหารสู่กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุด
นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) ของเยอรมนี ซึ่งได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2025 ได้ขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มงบประมาณกลาโหมอย่างจริงจัง ซึ่งถือเป็นการฉีกกรอบนโยบายลดบทบาททางทหารที่มีมานานหลายทศวรรษนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเมิร์ซเน้นย้ำว่ายุโรปควรพึ่งพาสหรัฐฯ (US) ให้น้อยลง
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอริส พิสโทริอุส (Boris Pistorius) ระบุเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เยอรมนีมีแผนที่จะก้าวขึ้นมาเป็น "กองทัพตามแบบ (Conventional Army) ที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป" ภายในปี 2039 ซึ่งจะครบรอบหนึ่งศตวรรษพอดีหลังการเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2
ความต้องการกระสุนพุ่งสูงทั่วโลก
ปัจจุบันกระสุนปืนใหญ่ โดยเฉพาะขนาด 155 มิลลิเมตร เป็นที่ต้องการอย่างมากในกองทัพตะวันตก เพื่อใช้ในการคุ้มกันหน่วยรบและโจมตีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ที่มีมูลค่าสูง เช่น คลังแสงและศูนย์บัญชาการ โดย Rheinmetall ระบุว่าได้เริ่มเร่งแผนการผลิตมาตั้งแต่ปี 2022 เมื่อรัสเซีย (Russia) เริ่มเปิดฉากบุกรุกยูเครนเต็มรูปแบบ และการส่งต่อยุทโธปกรณ์ไปยังยูเครนตลอด 4 ปีที่ผ่านมาได้ทำให้คลังแสงของประเทศในยุโรปอยู่ในสภาวะที่จำเป็นต้องได้รับการเติมเต็มโดยเร่งด่วน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.newsweek.com/germany-overtakes-us-in-ammunition-production-capacity-11886409