อินเดีย-เยอรมนี ลงนามโรดแมปอุตฯป้องกันประเทศ
อินเดีย-เยอรมนี ลงนามโรดแมปอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ นำร่องยุทธศาสตร์ความร่วมมือ "อินเดีย-EU" ในอินโด-แปซิฟิก
27-4-2026
SCMP รายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า แผนงานความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ (Defence road map) ฉบับใหม่ระหว่างประเทศอินเดีย (India) และประเทศเยอรมนี (Germany) จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้นิวเดลีเร่งยกระดับความทันสมัยของกองเรือใต้ทะเลที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน พร้อมทั้งช่วยให้ยุโรป (Europe) ขยายบทบาทด้านความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific) ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
ทั้งสองประเทศได้ร่วมลงนามใน "แผนงานความร่วมมือทางอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ" (Defence Industrial Cooperation Road Map) ณ กรุงเบอร์ลิน (Berlin) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยนายราชนาถ สิงห์ (Rajnath Singh) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินเดีย และนายโบริส พิสโตริอุส (Boris Pistorius) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยอรมนี ได้ตกลงร่วมกันที่จะกระชับความร่วมมือในการพัฒนา การผลิต และเทคโนโลยีเฉพาะด้าน (Niche technologies)
ข้อตกลงดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการเยือนเยอรมนีเป็นเวลา 3 วันของนายสิงห์ (Singh) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแรงส่งใหม่ให้กับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระดับทวิภาคี อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในการเยือนครั้งนี้คือ แผนความร่วมมือด้านเรือดำน้ำมูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (US$8 billion) ซึ่งนายพิสโตริอุส (Pistorius) ระบุว่าเยอรมนีคาดว่าจะสามารถสรุปข้อตกลงได้ในเร็วๆ นี้
“ผมมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถลงนามในข้อตกลงได้เร็วๆ นี้ โดยเฉพาะในวันนี้ภายหลังการหารือกับนายสิงห์ (Singh) และคณะผู้แทนของเขา” นายพิสโตริอุส (Pistorius) กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังนำคณะรัฐมนตรีเยี่ยมชมโรงงานของบริษัท Thyssenkrupp Marine Systems (TKMS) โดยบริษัท TKMS มีกำหนดจะร่วมมือกับบริษัท Mazagon Dock Shipbuilders ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของอินเดียในการผลิตเรือดำน้ำดังกล่าว ซึ่งนายสิงห์ (Singh) ระบุว่าข้อตกลงนี้ยังคง “เป็นไปตามแผน” และคาดว่าจะมีการลงนามอย่างเป็นทางการภายใน 3 เดือนข้างหน้า
นายสิงห์ (Singh) ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความเป็นหุ้นส่วนด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศระหว่างอินเดียและสหภาพยุโรป (India-EU Security and Defence Partnership) โดยระบุว่าเป็นก้าวสำคัญสู่การเสริมสร้างความร่วมมือในระดับพหุภาคี
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ข้อตกลงนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงดีลอาวุธระดับทวิภาคี แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของอินเดียในการสร้างความทันสมัยทางทะเล ท่ามกลางการขยายอิทธิพลทางเรือของจีน (China) ในมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean) และยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกที่กำลังวิวัฒนาการของยุโรป นายซี อุทัย ภัสการ (C Uday Bhaskar) ผู้อำนวยการสถาบันคลังสมอง Society for Policy Studies ในนิวเดลี ระบุว่าความตกลงนี้มีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่ "ต้นแบบ" (Template) ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันสำหรับการร่วมมือระหว่างอินเดียและสหภาพยุโรป (EU) ในอนาคต โดยประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือระดับของการถ่ายโอนเทคโนโลยี (Technology transfer) เช่น ระบบขับเคลื่อนที่ไม่ใช้อากาศ (AIP), เทคโนโลยีพรางตัว (Stealth), และระบบจัดการการรบ ซึ่งเป็นโดเมนที่ถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเข้มงวด
นายดงกึน ลี (Dongkeun Lee) นักวิชาการด้านนโยบายจาก Asia-Pacific Leadership Network ระบุว่าความร่วมมือนี้มีความหมายอย่างยิ่ง ไม่เพียงเพราะการปรากฏตัวของกองทัพเรือจีนที่เพิ่มขึ้น แต่ยังรวมถึงขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นของกองทัพเรือปากีสถาน (Pakistan) เนื่องจากอินเดียกำลังประสบปัญหาความล่าช้าในการรับมอบเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์จากรัสเซีย (Russia) ในขณะที่ปากีสถานได้เริ่มปล่อยเรือดำน้ำชั้น Hangor ลงน้ำ และจีนก็พยายามขยายอิทธิพลในมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean)
“ความร่วมมือนี้จะช่วยเสริมขีดความสามารถของอินเดียในการทำสงครามใต้ทะเล ซึ่งสามารถนำไปใช้ในสงครามต่อต้านเรือดำน้ำและโจมตีทรัพย์สินทางเรือของทั้งปากีสถาน (Pakistan) และจีน (China) ได้” นายลี (Lee) กล่าวเสริม พร้อมระบุว่ายุโรป (Europe) เองก็ได้ประโยชน์จากการมีพันธมิตรที่มากขึ้นในอินโด-แปซิฟิก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของบทบาทสหรัฐฯ (US) ต่อภูมิภาคนี้
นางเชอรี มัลโฮตรา (Shairee Malhotra) รองผู้อำนวยการโครงการยุทธศาสตร์ศึกษาจาก Observer Research Foundation ในนิวเดลี ระบุว่าข้อตกลงนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นอย่างมหาศาลให้กับบทบาทของสหภาพยุโรป (EU) ในฐานะพันธมิตรด้านความมั่นคงที่สำคัญของอินเดีย โดยเยอรมนีได้เลือกแนวทางที่ใช้งานได้จริง (Pragmatic) ด้วยการให้การเข้าถึงเทคโนโลยีแทนที่จะใช้วิธีบีบบังคับให้อินเดียจำกัดความสัมพันธ์กับรัสเซีย (Russia) ซึ่งสิ่งนี้จะกลายเป็นต้นแบบที่ดีสำหรับการร่วมมือกับสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) รายอื่นๆ ในอนาคต
ทั้งนี้ สหภาพยุโรป (EU) ถือเป็นหนึ่งในคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอินเดีย โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างปี 2024–25 อยู่ที่ประมาณ 1.36 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (US$136 billion) ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ
นายอองตวน เลอแวสก์ (Antoine Levesques) นักวิชาการอาวุโสจาก International Institute for Strategic Studies ระบุว่าโรดแมปใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการของอินเดียในกรอบความร่วมมือแบบรัฐต่อรัฐ (Government-to-government) ที่จะนำไปสู่ข้อตกลงระหว่างรัฐและเอกชนที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยอินเดียหวังว่าจะสามารถปิดดีลเรือดำน้ำแบบคอนเวนชันแนล (Conventional submarines) รุ่นก้าวหน้าได้ภายในสิ้นปีนี้ พร้อมกับการถ่ายโอนเทคโนโลยีที่สำคัญมายังฐานการผลิตและนวัตกรรมของอินเดีย เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและซัพพลายเชนด้านความมั่นคงในระยะยาวของยุโรป
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/week-asia/politics/article/3351377/india-germany-defence-road-map-good-template-wider-eu-cooperation?module=top_story&pgtype=section