.
จีนเร่งวิจัยความมั่นคงทางทะเลหลังวิกฤตฮอร์มุซ เดินหน้าแผนคุมเส้นทางอาร์กติกและท่าเรือต่างแดน สกัดอิทธิพลสหรัฐฯ
29-4-2026
SCMP รายงานว่า รัฐบาลจีนยกระดับความพยายามในการรักษาความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือและปกป้องสินทรัพย์ในต่างประเทศ หลังวิกฤตการณ์ในจุดยุทธศาสตร์ทางทะเล (Chokepoints) รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เผยให้เห็นความเปราะบางที่เพิ่มขึ้นของการค้าโลก ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
คณะกรรมการกำกับดูแลและบริหารจัดการสินทรัพย์ของรัฐ (State-owned Assets Supervision and Administration Commission หรือ Sasac) ได้ประกาศวาระการวิจัยประจำปีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมอบหมายให้รัฐวิสาหกิจและสถาบันการศึกษาชั้นนำเร่งจัดทำแผนฉุกเฉินเพื่อรับมือกับระเบียบโลกที่ขาดเสถียรภาพ ในจำนวนโครงการทั้งหมด 30 โครงการ มีถึง 4 โครงการที่พุ่งเป้าไปที่ความมั่นคงทางพลังงานและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โดยเฉพาะ
วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซและแรงกดดันต่อเอเชีย
ความเร่งด่วนของโครงการวิจัยนี้เกิดขึ้นภายหลังการปะทุของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลในอิหร่าน (US-Israeli war in Iran) เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกว่า 20% ของโลกต้องหยุดชะงักลง แม้จีนจะมีคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งและแหล่งพลังงานที่หลากหลายซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในขณะนี้ แต่สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงเมื่อสงครามก้าวเข้าสู่เดือนที่สาม
ในการเตรียมความพร้อมครั้งนี้ ยักษ์ใหญ่ด้านการขนส่งอย่าง Cosco จะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง (Shanghai Jiao Tong University) เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบจากการปิดจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลสากลที่มีต่อห่วงโซ่อุปทานของจีน ขณะที่สถาบันวางแผนและวิศวกรรมของ PetroChina จะร่วมกับมหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua University) ศึกษาบทบาทของรัฐวิสาหกิจในการปกป้องความมั่นคงทางพลังงานแห่งชาติ
ทางเลือกใหม่และการรักษาสินทรัพย์ในต่างแดน
เพื่อลดความเสี่ยง จีนได้เร่งสำรวจเส้นทางการค้าทางเลือก เช่น เส้นทางเดินเรืออาร์กติก (Northern Sea Route) โดยร่วมมือกับรัสเซีย (Russia) ซึ่งสามารถย่นระยะเวลาการเดินทางระหว่างเอเชียและยุโรปได้ถึง 40% และหลีกเลี่ยงจุดเสี่ยงอย่างช่องแคบมะละกา (Strait of Malacca) และคลองซูเอซ (Suez Canal)
นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องท่าเรือยังกลายเป็นจุดขัดแย้งสำคัญ หลังจากรัฐบาลปานามา (Panama) ประกาศยึดสิทธิการบริหารท่าเรือในคลองปานามาคืนจากบริษัทลูกของกลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ CK Hutchison จากฮ่องกง (Hong Kong) ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับปักกิ่งอย่างมาก ขณะที่บริษัทกำลังเรียกร้องค่าชดเชยที่ความเสียหายพุ่งสูงกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ความเสี่ยงในอุตสาหกรรมแร่ธาตุสำคัญ
วาระการวิจัยของ Sasac ยังครอบคลุมถึงการประเมินความเสี่ยงในการลงทุนแร่ธาตุสำคัญ (Critical Minerals) เช่น ลิเธียม ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตแบตเตอรี่ โดยสินทรัพย์เหล่านี้กำลังถูกกดดันจากประเทศเจ้าบ้านที่เข้มงวดเรื่องกฎระเบียบการส่งออกมากขึ้น รวมถึงความพยายามของพันธมิตรความมั่นคงด้านแร่ธาตุ (Minerals Security Partnership) ที่นำโดยสหรัฐฯ (US) ในการลดความพึ่งพาและลดอิทธิพลของจีนในห่วงโซ่อุปทานโลก
เถา หยู (Shao Yu) ผู้อำนวยการสถาบันการเงินและการพัฒนาแห่งเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Institution for Finance and Development) ระบุว่า "ความมั่นคงทางพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ และห่วงโซ่อุปทานที่ราบรื่น คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาขั้นต่อไปของจีน" พร้อมเสนอแนะว่าจีนต้องกระจายแหล่งอุปทานภายนอกและรักษาฐานการผลิตภายในประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเคมีจากถ่านหิน (Coal-to-chemical) เพื่อเป็นเสาหลักทางยุทธศาสตร์ในยามที่ตลาดโลกผันผวน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/economy/china-economy/article/3351712/china-orders-maritime-security-research-strait-hormuz-crisis-exposes-trade-risks?module=top_story&pgtype=homepage