ทรัมป์ต้องการทำให้การค้าโลกหายนะ

ทรัมป์ต้องการทำให้การค้าโลกหายนะ
กำแพงภาษีตอบโต้ในอัตราที่ค่อนข้างสูงโดยเฉลี่ยของโดนัลด์ ทรัมป์ที่ประกาศเมื่อวานนี้ครอบคลุม180ประเทศและดินแดน โดยทรัมป์อ้างว่าเพื่อตอบโต้ภาษี และการค้าที่ไม่เป็นธรรม รวมท้ังมาตรการกีดกันทางการค้าที่ประเทศคู่ค้าปฏิบัติต่อสหรัฐ
ที่โดนหนักที่สุดคือจีน34% บวกกับของเดิมที่ประกาศก่อนหน้านี้20% ทำให้จีนโดนภาษีทรัมป์ 54% ส่วนไทยโดน36% เวียดนาม 46% อินโดเนเซีย32% มาเลย์เซีย24% ฟิลิปปินส์ 17% สิงคโปร์ 10%
สหภาพยุโรปโดนอัตราภาษี20% ญี่ปุ่น24% ไจ้หวัน32% เกาหลีใต้ 25% อินเดีย26% ส่วนเม็กซิโกและแคนาดาโดนไปแล้วก่อนหน้านี้ 25%
ในตารางภาษีของทรัมป์ที่ยกโชว์สำหรับประเทศคู่ค้า มีสามช่อง คือรายชื่อประเทศ อัตราภาษีที่เก็บกับสหรัฐ รวมท้ังการปั่นค่าเงิน และมาตรการกีดกันการค้า และอัตราภาษีตอบโต้ของทรัมป์
ในตารางไทยถูกกล่าวหาว่าเก็บภาษีสหรัฐ รวมท้ังการปั่นค่าเงิน และมาตรการกีดกันการค้าคิดเป็นภาษีรวม72% จึงถูกตอบโต้ด้วยกำแพงภาษี36%
ในปี2024 สหรัฐขาดดุลการค้า$918,400ล้าน การการนำเข้าสินค้า$4.1ล้านล้านมากกว่าการส่งออก$3.2ล้านล้าน ทรัมป์ต้องการลดช่องว่างของการขาดดุลการค้านี้ โดยคิดว่าทุกประเทศต้องง้อสหรัฐที่เป็นตลาดนำเข้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่การตั้งกำแพงภาษีแบบนี้จะทำให้สหรัฐถูกโดดเดี่ยวมากยิ่งขึ้น และทำให้ประเทศต่างๆหันมากระจายความเสี่ยงทางการค้า ผ่านการรวมตัวทางการค้าระดับภูมิภาคต่างๆ
เป็นที่น่าสังเกตุคือทรัมป์ก่อสงครามการค้าในขณะที่สหรัฐอาจเข้าสู่ภาวะถดถอย ในขณะที่เงินเฟ้อไต่สูงขึ้น หรือกำลังเผชิญกับภาวะstagflation และมีความตึงเครียดทางภูมิรัฐสาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามยูเครนที่การเจรจาหยุดยิงยังไม่จบ สงครามตะวันออกกลางในกาซ่า เยเมน และอาจจะลามไปถึงอิหร่าน และความสัมพันธ์ที่เลวร้ายลงระหว่างสหรัฐกับจีน
ที่สำคัญดอลล่าร์กำลังมีปัญหา อันเห็นได้จากการทำราคาทองคำที่ทุบสถิติตลอดเวลา ซึ่งสะท้อนว่าธนาคารกลางสหรัฐเริ่มมีข้อจำกัดในการควบคุมระบบการเงิน ทรัมป์อ้างว่ามาตรการภาษีจะทำให้บริษัทต่างๆหันมาลงทุนในสหรัฐที่จะได้ประโยชน์จากภาษีภายในที่ต่ำ แต่การฟื้นฟูภาคการผลิตของสหรัฐต้องใช้เวลาอย่างน้อยเป็นสิบปี เพราะว่าระบบซับไพลเชนต้องใช้เวลานานในการสร้าง แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในระยะสั้นหรือระยะปานกลางคืออารมณ์ของนักลงทุนในตลาดจะปั่นป่วน รวมท้ังการค้าโลกที่จะถดถอย มีผลต่อระบบเศรษฐกิจโลก
ทรัมป์รู้ดีว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังแย่ และประเทศที่หนี้สูงที่ไม่สามารถชำระคืนได้ กลุ่มบริกส์กำลังผงาดขึ้นมาท้าทายด้วยระบบชำระเงินที่เป็นเอกเทศ และแนวโน้มการออกจากดอลล่าร์ผ่านการใช้เงินสกุลประจำชาติในการค้าขายเพิ่มขึ้น จึงหันมาก่อสงครามภาษีเพื่อดึงเอาทุกประเทศให้ล่มจมพร้อมสหรัฐ
เมื่อล้มลุกคลุกคลานกันถ้วนหน้าแล้ว ประเด็นคือผู้ใครจะลุกขึ้นมายืนได้ก่อนกัน หรือผู้ใครสามารถประคับประคองตัวเองได้ดีกว่า ทรัมป์ถือว่าสหรัฐมีดอลล่าร์ที่เป็นอาวุธสำคัญที่สามารถพิมพ์เพิ่มได้ตลอดเวลาและช่วยประวิงเวลาไปก่อน ในขณะที่ประเทศอื่นๆส่วนมากทำอย่างสหรัฐไม่ได้ เพราะหากพิมพ์เงินทำคิวอี ค่าเงินจะลงเหวแบบกู่ไม่กลับ เพราะว่ามีสกุลเงินที่ไม่ใช่เงินสกุลหลักของโลกเหมือนดอลล่าร์
เมื่อถึงเวลานั้น ทรัมป์จะถือโอกาสใช้อำนาจการต่อรองที่ตนเองคาดว่ามีเหนือกว่าผู้อื่นในการวางกำเกณฑ์ระบบการเงินโลกใหม่ พร้อมกับการปรับโครงสร้างหนี้สหรัฐ หรือไม่ก็ก่อสงครามไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด
มันอันตรายยิ่งนักเมื่อจักรวรรดิจนตรอก
By Thanong Khanthong
3/4/2025