.
สภาสหรัฐฯ ผ่านร่างคว่ำบาตรรัสเซียรอบด้าน ให้อำนาจ "ทรัมป์" เล่นงานปูติน-ธนาคารรัสเซีย และขึ้นภาษีสูงสุด 100% ต่อชาติซื้อพลังงานมอสโก
18-9-2026
สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ (US House of Representatives) ผ่านร่างกฎหมายคว่ำบาตรสองพรรคการเมือง (bipartisan sanctions bill) มุ่งเป้าลงโทษประเทศรัสเซีย (Russia) จากการเดินหน้าทำสงครามในประเทศยูเครน (Ukraine)
บรรดานิติบัญญัติได้ลงมติเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อส่งร่างกฎหมายฉบับครอบคลุมดังกล่าว ซึ่งได้รับการผลักดันอย่างแข็งขันโดย อดีตวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน ลินด์ซีย์ เกรแฮม (Lindsey Graham) แห่งรัฐเซาท์แคโรไลนา ไปยังโต๊ะทำงานของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ททรัมป์ (Donald Trump) แห่งประเทศสหรัฐฯ (US) ยุติสภาวะความล่าช้าและอุปสรรคที่ยืดเยื้อมานานกว่าหนึ่งปี โดยผลการลงมติขั้นสุดท้ายจบลงด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 262 ต่อ 159 เสียง หลังจากที่ร่างกฎหมายดังกล่าวเคยผ่านการอนุมัติจากวุฒิสภาสหรัฐฯ (US Senate) มาก่อนหน้านี้แล้ว
ร่างกฎหมายที่ได้รับการคาดหวังอย่างสูงฉบับนี้ จะมอบอำนาจใหม่ให้แก่ประธานาธิบดีแห่งประเทศสหรัฐฯ (US) ในการเรียกเก็บภาษีศุลกากรสูงถึง 100% ต่อประเทศต่างๆ เช่น ประเทศจีน (China) และประเทศอินเดีย (India) ที่นำเข้าอุปทานพลังงานจากประเทศรัสเซีย (Russia) ซึ่งจะเปิดทางให้กรุงวอชิงตัน (Washington) สามารถจำกัดสายธารเงินทุนที่ส่งไปยังกรุงมอสโก (Moscow) ได้อย่างเข้มงวดมากขึ้น นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังกำหนดการคว่ำบาตรต่อคณะเจ้าหน้าที่ของประเทศรัสเซีย (Russia), สถาบันการเงิน และกองเรือเงา (shadow fleet) ของเรือบรรทุกน้ำมันที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายพลังงานของประเทศรัสเซีย (Russia)
ด้าน ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) แห่งประเทศยูเครน (Ukraine) ได้ทำการเรียกร้องและผลักดันให้มีการผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้มาโดยตลอด และได้ทำการแถลงอุทธรณ์โดยตรงต่อบรรดาวุฒิสมาชิกก่อนหน้าที่พวกเขาจะทำการลงมติผ่านร่างกฎหมายเมื่อเดือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต (Democratic Party) จำนวน 58 คน ที่ตัดสินใจลงมติสวนทางกับคณะผู้นำพรรคของตนเอง เพื่อเข้าร่วมกับเสียงส่วนใหญ่ของพรรครีพับลิกัน (Republican Party) ในการลงมติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว
แม้ว่าพรรคเดโมแครต (Democratic Party) จะให้การสนับสนุนประเทศยูเครน (Ukraine) ในสงครามอย่างท่วมท้นมาโดยตลอด ทว่า นายฮาคีม เจฟฟรีย์ส (Hakeem Jeffries) ผู้นำฝ่ายน้อยในสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ได้ลงมติคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว โดยอ้างอิงถึงอำนาจใหม่ในการตั้งภาษีศุลกากรที่มอบให้แก่ทำเนียบขาว (White House) ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ส่งผลกระทบและสร้างความเสียเปรียบต่อบรรดาชาติพันธมิตรของประเทศสหรัฐฯ (US)
“วิธีการที่ร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกเขียนขึ้น ไม่ได้บังคับให้ประธานาธิบดีแห่งประเทศสหรัฐฯ จำเป็นต้องลงมือคว่ำบาตรประเทศรัสเซีย (Russia) แต่อย่างใด” นายฮาคีม เจฟฟรีย์ส (Hakeem Jeffries) กล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันพุธ “ในความเป็นจริงแล้ว มีช่องโหว่จำนวนมากที่ถูกเขียนไว้ในร่างกฎหมาย จนข้าพเจ้าเชื่อว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่มาตรการผ่อนผันการคว่ำบาตรที่คาดการณ์ไว้ในกฎหมายจะมีโอกาสได้นำมาบังคับใช้อย่างจริงจัง”
การผ่านร่างกฎหมายในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่าสองปีที่สภาคองเกรสสหรัฐฯ (US Congress) ผ่านกฎหมายที่ให้การสนับสนุนแก่ประเทศยูเครน (Ukraine) ทั้งนี้ วุฒิสมาชิก ลินด์ซีย์ เกรแฮม (Lindsey Graham) ซึ่งร่างกฎหมายถูกตั้งชื่อตามนามของเขาตามหลังการเสียชีวิตอย่างฉับพลันในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เคยมีบทบาทสำคัญในการช่วยเจรจาสร้างแรงสนับสนุนจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ต่อร่างกฎหมายฉบับนี้
ด้าน นายไมก์ จอห์นสัน (Mike Johnson) ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อการผ่านร่างกฎหมาย โดยระบุว่ามาตรการนี้เป็นการสร้าง “แรงกดดันสูงสุดต่อ... จักรกลสงครามของประเทศรัสเซีย (Russia)” รวมถึง ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ผู้นำแห่งประเทศรัสเซีย (Russia)
“เป็นเวลานานเกินไปแล้วที่ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ได้จัดหาเงินทุนสนับสนุนสงครามอันสร้างความย่อยยับนี้ด้วยเงินและทรัพยากรจากประเทศต่างๆ ที่พร้อมจะเมินเฉยต่อสถานการณ์ และในวันนี้ สิ่งนั้นได้จบลงแล้ว” นายไมก์ จอห์นสัน (Mike Johnson) ระบุในข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ “ร่างกฎหมายฉบับนี้ส่งสารอันทรงพลังถึงความเป็นเอกภาพของอเมริกัน และมอบเครื่องมือทุกชิ้นในกล่องเครื่องมือให้แก่รัฐบาล เพื่อช่วยนำพาสงครามนี้ไปสู่จุดจบที่เป็นธรรม และเรามีความภาคภูมิใจที่ได้ส่งร่างกฎหมายนี้ไปยังโต๊ะทำงานของประธานาธิบดี”
ตามหลังกระบวนการลงมติ กลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิกจากทั้งพรรครีพับลิกัน (Republican Party) และพรรคเดโมแครต (Democratic Party) ได้ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองผลการลงมติในระหว่างการแถลงข่าวร่วมสองพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นได้ยาก
ด้าน วุฒิสมาชิก ริชาร์ด บลูเมนทาล (Richard Blumenthal) วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐคอนเนกติกัต ซึ่งเป็นผู้ร่วมยกร่างกฎหมายฉบับนี้กับ วุฒิสมาชิก ลินด์ซีย์ เกรแฮม (Lindsey Graham) กล่าวว่า เขาคาดหวังว่ามาตรการคว่ำบาตรจะช่วยบีบให้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ต้องเข้าสู่โต๊ะการเจรจาและยุติสงครามลง
“ถึง ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) — เราถือไพ่เหนือกว่าคุณแล้ว” วุฒิสมาชิก ริชาร์ด บลูเมนทาล (Richard Blumenthal) กล่าว “และถึง ประเทศยูเครน (Ukraine) — คุณไม่ได้โดดเดี่ยวเพียงลำพัง”
ทั้งนี้ คาดว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) จะทำการลงนามในร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไปในเร็วๆ นี้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.aljazeera.com/news/2026/9/17/congress-passes-sweeping-us-sanctions-bill-targeting-russia
-------------------------------------------
‘รัสเซีย-อินเดีย-จีน’ โต้กลับสหรัฐฯ หลังสภาฯผ่านคว่ำบาตรรัสเซีย-อิหร่าน 'รัสเซียซัดสหรัฐฯ กระทำไม่เป็นมิตร ' -อินเดียลั่นปกป้องความมั่นคงพลังงาน จีนค้านใช้ "อำนาจข้ามพรมแดน"
18-9-2026
สำนักข่าว Sputnik India รายงานว่า ประเทศรัสเซีย (Russia), ประเทศอินเดีย (India) และประเทศจีน (China) ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้พร้อมกัน ภายหลังจากสภาคองเกรสแห่งประเทศสหรัฐฯ (US Congress) อนุมัติผ่านร่างกฎหมายคว่ำบาตรและมาตรการภาษีศุลกากรฉบับครอบคลุม ซึ่งมุ่งเป้าลงโทษประเทศผู้จัดซื้ออุปทานพลังงานจากประเทศรัสเซีย (Russia) และขยายขอบเขตมาตรการคว่ำบาตรต่อประเทศอิหร่าน (Iran)
ประเทศรัสเซีย (Russia): ชี้มาตรการคว่ำบาตรใหม่เป็นการกระทำที่ไม่เป็นมิตร
ทางการประเทศรัสเซีย (Russia) ออกมาประณามการผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวโดยสภาคองเกรสแห่งประเทศสหรัฐฯ (US Congress) โดยระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า ความเคลื่อนไหวในการยกระดับมาตรการคว่ำบาตรฉบับใหม่ของกรุงวอชิงตัน (Washington) ถือเป็น "การกระทำที่ไม่เป็นมิตร" (unfriendly actions) ต่อประเทศรัสเซีย (Russia)
ทำเนียบเครมลิน (Kremlin) ชี้ว่าการที่ฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศสหรัฐฯ (US) พยายามบีบบังคับทางการค้าและเรียกเก็บภาษีศุลกากรลงโทษต่อประเทศคู่ค้าของรัสเซีย ไม่เพียงแต่เป็นการทำลายกรอบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ยังคงเป็นพฤติกรรมที่มุ่งเป้าแทรกแซงสายธารเศรษฐกิจและกลไกการตลาดพลังงานโลก
ประเทศอินเดีย (India): ยืนยันเดินหน้าปกป้องความมั่นคงพลังงานประชากร 1.4 พันล้านคน
ด้านกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศอินเดีย (Ministry of External Affairs of India) ได้ออกแถลงการณ์ย้ำจุดยืนอย่างหนักแน่น โดยระบุว่า ประเทศอินเดีย (India) “ยังคงยึดมั่นอย่างมั่นคงต่อการรับประกันความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประชาชนจำนวน 1.4 พันล้านคนของประเทศ” (India remains firmly committed to ensuring energy security for its 1.4 billion people)
ทางการกรุงนิวเดลี (New Delhi) ระบุเสริมว่า ได้เคยหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอธิบายและชี้แจงอย่างชัดเจนต่อผู้แทนของประเทศสหรัฐฯ (US) มาโดยตลอดเกี่ยวกับการจัดซื้อน้ำมันดิบจากประเทศรัสเซีย (Russia) พร้อมทั้งย้ำเตือนว่า การตั้งกำแพงภาษีลงโทษของสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ ตลอดจนสร้างความผันผวนต่อตลาดพลังงานสากล โดยประเทศอินเดีย (India) พร้อมที่จะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าและเศรษฐกิจแห่งชาติ
ประเทศจีน (China): คัดค้าน "อำนาจศาลข้ามพรมแดน" และการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศจีน (Ministry of Foreign Affairs of China) โดย นายกัว จี๋คุน (Guo Jiakun) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้แถลงโต้กลับอย่างดุเดือดว่า “ประเทศจีน (China) คัดค้านมาตรการอำนาจศาลข้ามพรมแดน (long-arm jurisdiction) และมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว (unilateral sanctions) ที่ขาดฐานรากตามกฎหมายระหว่างประเทศ และขาดการรับรองจากคณะรัฐมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UN Security Council”
กรุงปักกิ่ง (Beijing) ยืนยันว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศจีน (China) และประเทศต่างๆ ทั่วโลก เป็นไปตามกฎหมายสากลและบนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน โดยมิได้มุ่งเป้าไปยังบุคคลที่สาม และจะไม่ยินยอมให้บุคคลที่สามใดๆ เข้ามาแทรกแซงหรือบีบบังคับได้ทั้งสิ้น
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/Sputnik_India/status/2100555026892759132?s=20