ทรัมป์ยืนยัน "ไม่กังวล" สี จิ้นผิงจะยกเลิกซัมมิต
ทรัมป์ยืนยัน "ไม่กังวล" สี จิ้นผิงจ ะยกเลิกซัมมิต แม้จีนขู่ถอนตัวหากสหรัฐฯ 'ขายอาวุธให้ไต้หวัน'
14-9-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งประเทศสหรัฐฯ (US) เปิดเผยว่า ตนเองไม่ได้มีความกังวลว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) แห่งประเทศจีน (China) จะยกเลิกภารกิจการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันซึ่งเป็นที่ตั้งตารออย่างมากในช่วงปลายเดือนนี้
"ไม่ ผมไม่ได้กังวลในเรื่องนั้นเลย" ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กล่าวตอบคำถามต่อสื่อมวลชนในขณะเข้าร่วมชมการแข่งขันกอล์ฟรายการ ไอริช โอเพน (Irish Open) ณ เมืองดูนเบก (Doonbeg) ประเทศไอร์แลนด์ (Ireland) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา "เรามีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมต่อกัน เขาต้องการที่จะปรองดอง และเราเองก็ต้องการเช่นเดียวกัน เรากำลังจะเข้ากันได้ดี"
ถ้อยแถลงของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้นตามหลังรายงานข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ทางการจีนได้ส่งคำเตือนไปยังประเทศสหรัฐฯ (US) ว่าอาจตัดสินใจยกเลิกภารกิจการเดินทางเยือนของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ที่กำลังจะเกิดขึ้น หากทางการสหรัฐฯ อนุมัติข้อตกลงขายอาวุธระลอกใหม่ให้แก่ประเทศไต้หวัน (Taiwan) ซึ่งถือเป็นประเด็นความขัดแย้งและจุดเปราะบางหลักของรัฐบาลปักกิ่ง
ปัจจุบัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อตกลงขายอาวุธมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ประเทศไต้หวัน (Taiwan) ดินแดนเกาะประชาธิปไตยที่ปกครองตนเอง ซึ่งประเทศจีน (China) ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอธิปไตยตนเอง โดยในอดีต ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) เคยกล่าวเตือนผู้นำสหรัฐฯ โดยตรงว่า มีความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งขึ้น หากประเด็นเรื่องไต้หวันถูกบริหารจัดการอย่างผิดพลาด
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เคยระบุว่าเขาได้หารือกับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) "อย่างมาก" เกี่ยวกับประเด็นไต้หวันในระหว่างการประชุมสุดยอดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ ฟ็อกซ์ นิวส์ (Fox News) ในเวลานั้นว่า เขาต้องการให้กรุงปักกิ่ง (Beijing) "สงบสติอารมณ์ลง" ในประเด็นดังกล่าว
ปมขัดแย้งซ้อนทับ: สงครามอิหร่าน การค้า และแร่หายาก
ผู้นำของสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก มีกำหนดการที่จะเปิดฉากการหารือแบบเผชิญหน้ากันในช่วงปลายเดือนนี้ ณ กรุงวอชิงตัน (Washington) ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายพยายามบริหารจัดการความตึงเครียดเกี่ยวกับประเทศไต้หวัน (Taiwan) ตลอดจนประเด็นการค้า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
แม้ว่าการประชุมสุดยอดในเดือนพฤษภาคมจะเต็มไปด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นระหว่างสองผู้นำ แต่กระนั้นก็ได้เกิดความตึงเครียดระลอกใหม่ขึ้นระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อกรณีสงครามในประเทศอิหร่าน (Iran)
ประเทศจีน (China) ถือเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของประเทศอิหร่าน (Iran) และทางการปักกิ่งได้ปฏิเสธเสียงเรียกร้องของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ททรัมป์ (Donald Trump) ที่ต้องการให้ตัดความสัมพันธ์ทางการเศรษฐกิจกับกรุงเตหะราน (Tehran) ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐฯ ได้พยายามเดินหน้ายกระดับแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ เพื่อบีบให้ยอมเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงพลังงานสำคัญที่ถูกสั่งปิดเป็นส่วนใหญ่นับตั้งแต่สงครามเปิดฉากขึ้น ตลอดจนการผลักดันให้เกิดข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง
ในส่วนของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) นั้น ดูเหมือนจะไม่ได้เร่งรีบที่จะช่วยเหลือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ในการยุติสงครามที่ประเทศสหรัฐฯ (US) เปิดฉากร่วมกับประเทศอิสราเอล (Israel) ซึ่งปัจจุบันยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น การดำเนินมาตรการลงโทษที่แข็งกร้าวขึ้นต่อบริษัทจีนที่ให้การสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศอิหร่าน (Iran) ยังเสี่ยงที่จะนำไปสู่ผลกระทบตีกลับที่รุนแรงยิ่งขึ้นต่อประเทศสหรัฐฯ (US) เอง
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองประเทศต่างพยายามที่จะรักษาความสัมพันธ์ให้อยู่ในร่องในรอย ภายหลังสงครามตอบโต้ทางภาษีเมื่อปีที่ผ่านมา ได้สร้างความผันผวนต่อตลาดการเงินและเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย แม้ว่าข้อตกลงพักศึกทางการค้าในเวลาต่อมาจะยังคงมีผลบังคับใช้อยู่เป็นส่วนใหญ่ ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยืดเยื้อเกี่ยวกับการควบคุมการส่งออกแร่หายาก (Rare earth minerals) และเทคโนโลยีขั้นสูงก็ตาม ทว่าข้อตกลงพักศึกดังกล่าวกำลังจะหมดอายุลงในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-09-13/trump-says-he-s-not-worried-about-xi-calling-off-summit?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy