.
‘อิหร่าน’ เตรียมเผยข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซต่อชาติอ่าวอาหรับวันจันทร์ หลังหารือโอมาน-UAE ขณะบาห์เรนประกาศบอยคอต
14-9-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประเทศอิหร่าน (Iran) มีแผนที่จะประกาศเปิดตัวข้อตกลงจัดตั้งเส้นทางเดินเรือชั่วคราวผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ต่อกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับอย่างเป็นทางการในวันจันทร์นี้ ภายหลังเกิดกิจกรรมทางการทูตอย่างคึกคัก ซึ่งรวมถึงการหารือระดับสูงที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนักระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกรุงเตหะราน (Tehran) และกรุงอาบูดาบี (Abu Dhabi)
แหล่งข่าวผู้ใกล้ชิดกับเรื่องดังกล่าวเปิดเผยว่า สาธารณรัฐอิสลามแห่งประเทศอิหร่าน (Iran) เตรียมที่จะเปิดเผยข้อตกลงที่บรรลุร่วมกับประเทศโอมาน (Oman) ในการกำหนดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวแห่งใหม่ให้แก่กลุ่มประเทศสมาชิกสภาความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับได้รับทราบ
แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมโดยขอไม่เปิดเผยนามเนื่องจากเป็นการหารือภายในว่า การเจรจาในรายละเอียดเชิงลึก เช่น โครงสร้างค่าธรรมเนียมที่จะจัดเก็บจากเรือพาณิชย์ จะยังคงดำเนินต่อไประหว่างทั้งสองประเทศในระยะถัดไป
การเจรจาระหว่างกรุงเตหะรานและกรุงมัสกัตเกี่ยวกับเส้นทางคมนาคมทางน้ำ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์คอขวดหลักของโลกในการส่งออกพลังงาน มีความคืบหน้าอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยประเทศโอมาน (Oman) ตั้งเป้าที่จะเชิญบรรดารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ กลุ่มประเทศสภาความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council: GCC) มาร่วมประชุมกันในวันจันทร์ ณ เมืองซาลาลาห์ (Salalah) เมืองทางตอนใต้ของประเทศโอมาน
การหารือประวัติศาสตร์นอกรอบ BRICS และเงื่อนไขของอิหร่าน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ มกุฎราชกุมารเชค คาเลด บิน โมฮัมเหม็ด อัล นัคยาน (Sheikh Khaled bin Mohamed Al Nahyan) แห่งนครอาบูดาบี ได้เข้าร่วมการหารือสาธารณะระดับสูงซึ่งหาได้ยากกับ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) แห่งประเทศอิหร่าน (Iran) นอกรอบการประชุมสุดยอด กลุ่มประเทศ BRICS (BRICS) ณ ประเทศอินเดีย (India)
อย่างไรก็ดี ทางการกรุงเตหะรานส่งสัญญาณชัดเจนว่า ข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ได้หมายถึงการเปิดเส้นทางเดินเรืออย่างเต็มรูปแบบ และสิทธิ์ในการตัดสินใจอนุญาตให้เรือลำใดสามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้นั้น ยังคงเป็นสิทธิ์ขาดของประเทศอิหร่าน (Iran)
ด้าน นายอับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศอิหร่าน (Iran) ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ อัล อาเรบี อัล จาดิด (Al Araby Al Jadid) โดยระบุว่า การประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้นถือเป็น "เหตุการณ์สำคัญ" และเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความไว้วางใจระหว่างกันในภูมิภาค
กระนั้นก็ตาม ยังคงไม่มีความชัดเจนแน่ชัดว่าประเทศใดบ้างจะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โดยประเทศบาห์เรน (Bahrain) ได้ประกาศตัดสิทธิ์การเข้าร่วมอย่างสิ้นเชิง โดยอ้างถึงเหตุการณ์โจมตีพื้นที่ในอ่าวอาหรับโดยกลุ่มที่ได้รับ การสนับสนุนจากอิหร่านเมื่อเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกัน สถานการณ์การสู้รบที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) และ กลุ่มฮูธี (Houthis) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธในประเทศเยเมน (Yemen) ที่ได้รับการค้ำจุนจากอิหร่าน อาจกลายเป็นปัจจัยแทรกซ้อนที่ทำให้แผนการดังกล่าวซับซ้อนยิ่งขึ้น
ด้านสำนักข่าวทางการของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ WAM (WAM) รายงานว่า มกุฎราชกุมารเชค คาเลด บิน โมฮัมเหม็ด อัล นัคยาน (Sheikh Khaled bin Mohamed Al Nahyan) และ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการผ่อนคลายความตึงเครียด ส่งเสริมการลดระดับการเผชิญหน้า และเสริมสร้างเสถียรภาพภายในภูมิภาค
ขณะที่ นายอันวาร์ การ์กาช (Anwar Gargash) ที่ปรึกษาประธานาธิบดีแห่งประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน (Masoud Pezeshkian) ได้แสดงจุดยืนที่ "สมดุลและมีเหตุผล" ตลอดช่วงเวลาของวิกฤตการณ์ที่ยืดเยื้อนี้
วิกฤตสู้รบกระทบตลาดพลังงาน และหุ้น Saudi Aramco ดิ่งหนัก
ชนวนความขัดแย้งซึ่งเปิดฉากขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ จากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิสราเอล (Israel) ใส่สาธารณรัฐอิสลามแห่งประเทศอิหร่าน (Iran) ได้ส่งผลกระทบสะเทือนต่อโครงสร้างเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างรุนแรง หลังจากกรุงเตหะรานตอบโต้ด้วยการปิด ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)
ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศสหรัฐฯ (US) และประเทศอิหร่าน (Iran) ได้เปิดศึกโจมตีตอบโต้ใส่เรือบรรทุกน้ำมันในบริเวณอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf) เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา และสถานการณ์ความตึงเครียดในบริเวณช่องแคบได้ปะทุขึ้นอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย หน่วยปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (UK Maritime Trade Operations: UKMTO) เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บนเรือพาณิชย์ลำหนึ่ง หลังจากถูกยิงด้วยวัตถุระเบิดเมื่อวันก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์การเมืองของรัฐบาลอิหร่าน IRIB (IRIB) ได้รายงานเหตุ "การโจมตีจากฝ่ายศัตรู" ใส่เรือพาณิชย์บริเวณนอกชายฝั่งเกาะเกชม์ (Qeshm) และเกาะเฮงกัม (Hengam) ของประเทศอิหร่าน (Iran) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย
ผลกระทบขยายวงกว้างไปถึงตลาดทุน โดยราคาหุ้นของบริษัท ซาอุดี อารามโค (Saudi Aramco) ปรับตัวลดลงเกือบ 1.1% ในวันอาทิตย์ ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม หลังจากที่ทางการประเทศซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabia) จำเป็นต้องสั่งปิดท่อส่งน้ำมันข้ามประเทศสาย East-West pipeline ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสายหลักทางเลือกทดแทนการขนส่งผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อันเนื่องมาจากถูกโจมตีด้วยโดรนโดยกลุ่มติดอาวุธที่มีฐานปฏิบัติการในประเทศอิรัก (Iraq)
ยุทธศาสตร์ ‘ป้องกันคู่การทูต’ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ตลอดช่วงความขัดแย้ง ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีหลักในภูมิภาค ทว่าสามารถยิงสกัดกั้นวัตถุระเบิดและขีปนาวุธจำนวนหลายพันลูกที่ยิงมาจากประเทศอิหร่าน (Iran) ได้สำเร็จ
ประเทศในแถบอ่าวอาหรับแห่งนี้ได้ดำเนินมาตรการที่แข็งกร้าวต่อกรุงเตหะรานในช่วงสงคราม โดยทางการนครอาบูดาบีได้ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกัน ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ยังคงเรียกร้องให้มีการแสวงหาทางออกทางการเมืองควบคู่กันไป
เมื่อเดือนที่ผ่านมา นายอันวาร์ การ์กาช (Anwar Gargash) ได้ระบุว่า สภาวะ "ไม่เกิดสงครามและไม่เกิดสันติภาพ" (State of neither war nor peace) ถือเป็นสภาวะที่ไม่สามารถคงอยู่ได้ในระยะยาว พร้อมทั้งเรียกร้องให้เร่งหาทางออกเพื่อฟื้นฟูเส้นทางเดินเรือตามปกติผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
นายอันวาร์ การ์กาช (Anwar Gargash) สรุปทิ้งท้ายบนแพลตฟอร์ม X โดยชี้ว่า การพบปะเจรจา ณ ประเทศอินเดีย (India) สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางยุทธศาสตร์ของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่ผสานการป้องกันเข้ากับการทูต โดยระบุว่า "การปราบปรามช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่การทูต ในขณะที่การทูตคือนำไปสู่ความสำเร็จ"
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-09-13/uae-iran-leaders-meet-as-push-to-resolve-hormuz-standoff-grows?utm_source=website&utm_medium=share&utm_campaign=copy