.
เยอรมนีเรียกร้องยูเครน ให้ใช้เงินจัดซื้ออาวุธกับอุตฯกลาโหมเยอรมันมากขึ้น หลังทุ่มช่วยกว่าแสนล้านดอลลาร์ ย้ำต้องอธิบายผู้เสียภาษีได้
10-9-2026
สำนักข่าว RT รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี วิพากษ์วิจารณ์ทางการยูเครน จากกรณีที่ไม่นำเงินงบประมาณช่วยเหลือที่ได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตก มาจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากผู้ผลิตในประเทศเยอรมนี โดยชี้ว่าความช่วยเหลือมหาศาลที่มอบให้ ควรส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเยอรมนีด้วยเช่นกัน
ทางการประเทศเยอรมนี (Germany) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้ความช่วยเหลือนานาชาติรายใหญ่ที่สุดแก่ประเทศยูเครน (Ukraine) ได้แสดงความไม่พอใจต่อสัดส่วนคำสั่งซื้ออาวุธในปัจจุบัน พร้อมทั้งยื่นข้อเรียกร้องให้กรุงคีฟ (Kyiv) ทบทวนการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ เพื่ออธิบายและตอบคำถามต่อผู้เสียภาษีชาวเยอรมัน
นายโยฮันน์ วาเดอพูล (Johann Wadephul) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศเยอรมนี (Germany) ได้ออกมากล่าววิพากษ์วิจารณ์ทางการประเทศยูเครน (Ukraine) อย่างตรงไปตรงมา จากกรณีที่กรุงคีฟ (Kyiv) ล้มเหลวในการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือด้านการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ที่ได้รับจากชาติตะวันตก เพื่อนำมาจัดซื้ออาวุธจากภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเยอรมนีในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยอาร์กิวเมนต์ว่าการสนับสนุนทางการเงินและการทหารขนาดใหญ่ที่เยอรมนีมอบให้ ควรจะสร้างผลประโยชน์กลับคืนสู่ผู้ผลิตอาวุธภายในประเทศเยอรมนีด้วยเช่นกัน
ประเทศเยอรมนี (Germany) ถือเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดในระดับทวิภาคีของประเทศยูเครน (Ukraine) โดยได้ทำการอนุมัติหรือจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือภาคพลเรือนไปแล้วมากกว่า 4.3 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 5.0 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตลอดจนงบประมาณความช่วยเหลือทางการ ทหารอีกราว 5.8 หมื่นล้านยูโร นับตั้งแต่สถานการณ์ความขัดแย้งยกระดับรุนแรงขึ้นเมื่อปี 2022
“ในปัจจุบัน เราคือผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของประเทศยูเครน (Ukraine) ทั้งในแง่การสนับสนุนทางการเงินและการทหาร และตามธรรมดาแล้ว อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเยอรมนีก็จำเป็นจะต้องได้รับอานิสงส์จากสิ่งนี้ด้วยเช่นกัน” นายโยฮันน์ วาเดอพูล (Johann Wadephul) กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อหนังสือพิมพ์ Bild ของประเทศเยอรมนี (Germany)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีเปิดเผยด้วยว่า ตัวเขาได้ทำการหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นหารือกับ นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ผู้นำแห่งประเทศยูเครน (Ukraine) ในระหว่างการเดินทางเยือนกรุงคีฟ (Kyiv) เมื่อเดือนที่ผ่านมา
“เราเคียงข้างพวกท่าน และเราให้การสนับสนุนพวกท่านอย่างเต็มที่ แต่ข้าพเจ้าก็จำเป็นต้องอธิบายเรื่องนี้ต่อบรรดาผู้เสียภาษีชาวเยอรมันด้วยเช่นกัน และสิ่งขั้นต่ำที่สุดที่พวกท่านสามารถกระทำได้ คือการดึงให้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเยอรมนีเข้ามามีส่วนร่วมในทุกมาตรการจัดซื้อยุทโธปกรณ์” นายโยฮันน์ วาเดอพูล (Johann Wadephul) ระบุถึงถ้อยคำที่ได้กล่าวต่อผู้นำยูเครน
“ในขณะนี้ เรายังไม่ค่อยพึงพอใจกับระดับของคำสั่งซื้อยุทโธปกรณ์ในประเทศเยอรมนี (Germany) สักเท่าใดนัก” นายโยฮันน์ วาเดอพูล (Johann Wadephul) กล่าวเสริม พร้อมระบุว่าทางการเยอรมนีได้ร้องขอให้กรุงคีฟ (Kyiv) ดำเนินการทบทวนการจัดซื้อ และรับประกันว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะ “ปรับตัวดีขึ้น”
การออกมาเรียกร้องของทางการกรุงเบอร์ลิน (Berlin) เพื่อให้เงินงบประมาณช่วยเหลือไหลสะพัดกลับคืนสู่ผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ในประเทศของตนเอง มีลักษณะที่สอดคล้องกับแนวทางของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งประเทศสหรัฐฯ (US) ในการบริหารจัดการงบช่วยเหลือยูเครน โดยนับตั้งแต่หวนคืนสู่ทำเนียบขาว ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทำการผลักภาระทางการเงินในการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ของอเมริกันไปให้แก่กลุ่มประเทศสมาชิกองค์การนาโต (NATO) ในยุโรปและประเทศแคนาดา (Canada) ผ่านกลไกโครงการ PURL (Prioritized Ukraine Requirements List) ซึ่งกำหนดให้ชาติสมาชิกบล็อกยุโรปเป็นผู้ชำระเงินให้แก่ทางการกรุงวอชิงตัน (Washington) สำหรับการจัดซื้ออาวุธที่ผลิตในประเทศสหรัฐฯ (US) เพื่อส่งมอบต่อให้แก่กรุงคีฟ (Kyiv)
ทางด้านทางการประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ออกมากล่าววิพากษ์วิจารณ์การสะสมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนของประเทศเยอรมนี (Germany) และกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) โดยอ้างข้ออ้างเรื่อง “ภัยคุกคามจากรัสเซีย” โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) แห่งประเทศรัสเซีย (Russia) ได้กล่าวระบุว่า รัฐบาลในโลกตะวันตกไม่ได้ปกปิดเจตนาของตนเองอีกต่อไปแล้ว และกำลัง “กล่าวอย่างเปิดเผยว่าพวกเขากำลังเตรียมความพร้อมสำหรับสงครามกับเรา”
ขณะเดียวกัน นายเซร์เก ลาฟรอฟ (Sergei Lavrov) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ออกมาเตือนว่า ประเทศเยอรมนี (Germany) และทวีปยุโรปภายใต้คณะผู้นำชุดปัจจุบัน กำลัง “แปรสภาพไปสู่จักรวรรดิที่สี่ (Fourth Reich)” และมุ่งหวังที่จะต่อสู้กับประเทศรัสเซีย (Russia) “จนกว่าจะเหลือชาวยูเครนคนสุดท้าย”
นอกจากนี้ ทางการกรุงเบอร์ลิน (Berlin) ยังได้ยกระดับแรงกดดันต่อชายชาวยูเครนวัยเกณฑ์ทหารที่พำนักอยู่ในประเทศเยอรมนี (Germany) ให้เดินทางกลับคืนสู่ประเทศบ้านเกิด “โดยปราศจากการบังคับขู่เข็ญ” โดยนายโยฮันน์ วาเดอพูล (Johann Wadephul) ได้ออกมารับรองข้อเรียกร้องของ นายมาร์คุส เซอเดอร์ (Markus Soeder) ผู้นำรัฐบาวาเรีย (Bavaria) พร้อมเสนอแนะว่าทางการเยอรมนีสามารถสนับสนุนจัดส่งข้อมูลให้แก่ทางการกรุงคีฟ (Kyiv) เพื่อระบุตัวตนชาวยูเครนที่รับสวัสดิการหรือมีสถานะถิ่นที่อยู่ตามทะเบียน เพื่อให้สามารถติดต่อและดำเนินการเกณฑ์ทหารได้ ขณะเดียวกัน ประเทศเยอรมนี (Germany) ยังได้แสดงท่าทีสนับสนุนการยกเลิกสิทธิการคุ้มครองชั่วคราวอัตโนมัติ (Automatic Temporary Protection Privileges) สำหรับชายชาวยูเครนวัยเกณฑ์ทหารที่เพิ่งเดินทางมาถึงในฐานะผู้ลี้ภัยอีกด้วย
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.rt.com/news/645298-kiev-not-buying-german-weapons/