รัสเซียส่งเรือรบคุ้มกันเรือสินค้าติดคว่ำบาตร
รัสเซียส่งเรือรบคุ้มกันเรือสินค้าติดคว่ำบาตรผ่านช่องแคบอังกฤษ อังกฤษเฝ้าติดตาม 3 วัน ไร้เหตุปะทะ ก่อนส่งต่อ NATO
31-8-2026
Geopolitics in The Picture รายงานว่า เรือรบของประเทศรัสเซีย (Russia) ได้ดำเนินการแล่นคุ้มกันกองเรือขนส่งสินค้าผ่านพื้นที่ทะเลเหนือ (North Sea) และช่องแคบอังกฤษ (English Channel) เป็นระยะเวลา 3 วัน ก่อนจะทำการส่งมอบภารกิจการจับตาเฝ้าระวังให้แก่กลุ่มชาติพันธมิตร NATO บริเวณใกล้น่านน้ำประเทศฝรั่งเศส (France) ขณะที่กองทัพเรืออังกฤษ (Royal Navy) ทำได้เพียงส่งเรือรบและเฮลิคอปเตอร์เข้าติดตามสะกดรอยโดยไม่มีการเข้าปฏิบัติการยึดอายัดเรือแต่อย่างใด
ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นตลอดช่วงระยะเวลา 3 วัน โดยกองเรือของประเทศรัสเซีย (Russia) ประกอบด้วยเรือปราบเรือดำน้ำขนาดใหญ่รุ่น Admiral Levchenko ทำหน้าที่แล่นคุ้มกันเรือสินค้าที่ตกอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรจำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือ General Skobelev และเรือ Sparta พร้อมทั้งมีเรือฟริเกต Neustrashimy เข้าร่วมสมทบในกลุ่มกองเรือดังกล่าว
ทางด้านกองทัพเรืออังกฤษ (Royal Navy) ได้ส่งกำลังทางเรือและอากาศเข้าทำการเฝ้าระวังติดตามอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย เรือทำลายล้าง HMS Duncan, เรือฟริเกต HMS St Albans, เรือลาดตระเวน HMS Severn และเฮลิคอปเตอร์รุ่น Merlin โดยเมื่อกองเรือของประเทศรัสเซีย (Russia) เดินทางถึงบริเวณเกาะอูชองต์ (Ushant) กองทัพเรืออังกฤษก็ได้ทำการส่งมอบภารกิจการเฝ้าระวังต่อไปยังชาติพันธมิตร NATO ขณะเดียวกัน เรือรบอีกหนึ่งลำของประเทศอังกฤษ (UK) ได้ทำการติดตามสะกดรอยเรือส่งน้ำมัน Akademik Pashin ของประเทศรัสเซีย (Russia) ในเวลาขนานกัน
รายงานระบุยืนยันว่า ในปฏิบัติการครั้งนี้ไม่มีการเข้ายึดอายัดเรือ ไม่มีการยิงปะทะ และไม่มีการขึ้นควบคุมบนดาดฟ้าเรือแต่อย่างใด โดยเป็นเพียงปฏิบัติการสะกดรอยตามมาตรฐานในเส้นทางน้ำที่มีความคั่งคั่งของการเดินเรือมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
สำหรับสาเหตุที่ปฏิบัติตัวแตกต่างจาก "การเข้าบุกยึดตามปกติ" นั้น เนื่องจากประเทศอังกฤษ (UK) ไม่ไม่ได้ทำการเข้ายึดเรือในเครือข่ายกองเรือเงา (Shadow Fleet) ในทุกครั้งที่มีการเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยประเทศอังกฤษ (UK) เคยปฏิบัติตามภารกิจยึดอายัดเรือลักษณะนี้ด้วยตนเองเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2026 (2569) ต่อเรือส่งน้ำมัน Smyrtos ซึ่งในครั้งนั้นเรือดังกล่าวไม่มีเรือรบทางการทหารของประเทศรัสเซีย (Russia) แล่นคุ้มกัน และฝ่ายประเทศอังกฤษ (UK) พิจารณาว่าเรือดังกล่าวเป็นเรือที่ไร้สัญชาติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยอาศัยฐานทางกฎหมายตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UN Convention on the Law of the Sea (UNCLOS) มาตรา 110 และกฎระเบียบว่าด้วยมาตรการคว่ำบาตรของประเทศอังกฤษ (UK)
ทว่าในเหตุการณ์ล่าสุดนี้ กองเรือสินค้ามีการแล่นคุ้มกันโดยเรือรบทางการทหารอย่างชัดเจน ซึ่งการเข้าแทรกแซงหรือปฏิบัติการต่อเรือพาณิชย์ที่อยู่ภายใต้การคุ้มกันของเรือรบจากประเทศรัสเซีย (Russia) จะไม่ถือเป็นเพียงการขึ้นตรวจค้นโดยตำรวจน้ำหรือเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นการเผชิญหน้าทางทหารโดยตรงกับกองทัพเรือของอีกรัฐมหาอำนาจ ประกอบกับพื้นที่ช่องแคบอังกฤษ (English Channel) มีสถานะเป็นเส้นทางเดินเรือสากล (International corridor) ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะใช้เป็นเหตุผลทางกฎหมายในการเข้ายึดอายัดเรือท่ามกลางการคุ้มกันทางทหาร
นอกจากนี้ หลังจากการปฏิบัติการยึดเรือในเดือนมิถุนายน ฝ่ายประเทศอังกฤษ (UK) ระบุว่า ส่วนหนึ่งของกองเรือเงาได้เริ่มทำการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ และประเทศรัสเซีย (Russia) ได้เริ่มจัดสรรเรือรบทางการทหารเข้ามาทำหน้าที่คุ้มกันกองเรือสินค้า ส่งผลให้การส่งกำลังเรือรบของประเทศอังกฤษ (UK) เพื่อติดตามตรวจสอบเรือของประเทศรัสเซีย (Russia) ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นราวหนึ่งในสี่ (25%) ในปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025 (2568) ทั้งนี้ หลังจากเดินทางผ่านช่องแคบอังกฤษสำเร็จ กองเรือของประเทศรัสเซีย (Russia) พร้อมเรือคุ้มกัน Admiral Levchenko ได้เดินทางมุ่งหน้าลงใต้ต่อไปยังทิศทางของช่องแคบยิบรอตาร์ (Gibraltar)
อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล:
สำนักข่าว BBC News ฉบับวันที่ 29 สิงหาคม 2026 — Royal Navy warships and helicopter track Russian vessels in three-day operation
สำนักข่าว UK Defense Journal ฉบับวันที่ 29 สิงหาคม 2026 — British warships shadow Russian vessels for 72 hours
สำนักข่าว Navy Lookout ฉบับวันที่ 29 สิงหาคม 2026 — Royal Navy tracks more Russian vessels amid 25% rise in monitoring operations
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/geogeolite/status/2093689220741152875?s=20