จีนเลี่ยงภาษีผ่านประเทศที่สามทำสหรัฐฯ สูญรายได้
ทำเนียบขาวชี้จีนเลี่ยงภาษีผ่านประเทศที่สาม ทำสหรัฐฯ สูญรายได้ $26,000ล้าน/ปี ไทยอยู่ในกว่า 40 ประเทศกลุ่มเสี่ยง
17-8-2026
Yahoo Finance รายงานโดยอ้าง AP ว่า ทำเนียบขาวแห่งประเทศสหรัฐฯ (US) ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เปิดเผยรายงานฉบับใหม่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ระบุว่า หลายประเทศกำลังดำเนินการส่งออกสินค้าผ่านประเทศที่สามเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการภาษีศุลกากรของประเทศสหรัฐฯ (US) โดยประเมินว่าการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความสูญเสียต่อรายได้ภาษีของรัฐบาลคิดเป็นมูลค่าตั้งแต่ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึง 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
รายงานดังกล่าวระบุเน้นย้ำเป็นพิเศษว่า ประเทศจีน (China) ได้ตอบโต้มาตรการภาษีใหม่ที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2018 ด้วยการส่งสินค้าไปยังประเทศอื่นๆ ซึ่งมี phạm vi ตั้งแต่ประเทศเม็กซิโก (Mexico) ไปจนถึงประเทศมาเลเซีย (Malaysia) เพื่อทำบรรจุภัณฑ์และประกอบสินค้าเพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่เรียกว่าการส่งผ่านสินค้าเพื่อหลบเลี่ยงภาษี (Transshipment) รูปแบบดังกล่าวส่งผลให้ตัวเลขการนำเข้าสินค้าของประเทศสหรัฐฯ (US) จากประเทศจีน (China) ดูเหมือนจะลดลง แต่ในความเป็นจริงกลับช่วยให้กรุงปักกิ่งสามารถขยายภาคการผลิตของตนได้อย่างต่อเนื่อง ในลักษณะที่ส่งผลกระทบท้าทายต่อโรงงานและการจ้างงานในประเทศสหรัฐฯ (US)
นายปีเตอร์ นาวาร์โร (Peter Navarro) ที่ปรึกษาด้านการค้าประจำทำเนียบขาว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวผ่านการประชุมทางโทรศัพท์ว่า ประเทศจีน (China) กำลังฟอกสินค้าส่งออกของตน (Laundering its exports) ผ่านประเทศต่างๆ มากกว่า 40 ประเทศ แม้เขาจะระบุว่าประเด็นที่ยกขึ้นมาในรายงานนั้นมุ่งเน้นไปที่การที่ประเทศอื่นๆ ยินยอมให้เกิดการหลบเลี่ยงภาษีมากกว่าก็ตาม
"เป็นเวลาหลายปีแล้วที่การกลโกงการส่งผ่านสินค้าขนาดใหญ่ ได้เปิดโอกาสให้ประเทศจีน (China) คอมมิวนิสต์ฟอกสินค้าส่งออกของตนเอง" นายปีเตอร์ นาวาร์โร (Peter Navarro) กล่าว
ทั้งนี้ การเปิดเผยรายงานฉบับดังกล่าวมีขึ้นก่อนกำหนดการเดินทางเยือนประเทศสหรัฐฯ (US) ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) ผู้นำประเทศจีน (China) ที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้เคยกล่าวชื่นชมผู้นำจีนด้วยถ้อยคำยกย่องในระหว่างการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งของตนเองเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้อธิบายความสัมพันธ์กับประเทศสหรัฐฯ (US) ว่าเป็นความสัมพันธ์ที่มุ่งเน้น "ความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์" (Strategic stability) แต่ทว่านโยบายของรัฐบาลจีนที่สนับสนุนการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม กลับสร้างความสั่นคลอนและส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ โลหะ และอิเล็กทรอนิกส์ทั้งในประเทศสหรัฐฯ (US) ทวีปยุโรป (Europe) ประเทศญี่ปุ่น (Japan) รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลก
นายปีเตอร์ นาวาร์โร (Peter Navarro) กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศอินเดีย (India) ก็อาจใช้วิธีการส่งผ่านสินค้าเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการภาษีใหม่เช่นเดียวกัน พร้อมระบุว่ากรอบข้อตกลงทางการค้าใหม่ที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) กำลังเร่งผลักดัน จะมีการบรรจุข้อกำหนดเพื่อลงโทษพันธมิตรทางการค้าที่เข้าร่วมหรือเอื้ออำนวยให้เกิดพฤติกรรมดังกล่าวอย่างเข้มงวด
รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรในอัตราสูงกับหลายประเทศทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศสหรัฐฯ (US) ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งประเทศพันธมิตรและประเทศคู่แข่งทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี มาตรการภาษีดังกล่าวก่อ ให้เกิดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อระลอกใหม่ภายในประเทศสหรัฐฯ (US) เช่นกัน
นอกจากนี้ ในรายงานยังได้รวมการประเมินขนาดและมูลค่าของการส่งผ่านสินค้าเพื่อหลบเลี่ยงภาษี โดยอ้างอิงข้อมูลจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งประเมินว่ามีมูลค่าสินค้าระหว่าง 3.42 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึง 3.03 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐที่ถูกส่งผ่านในแต่ละปี ทั้งนี้ รายงานได้ใช้ตัวเลขกลางที่มูลค่าสินค้า 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นเกณฑ์ในการคำนวณมูลค่ารายได้จากภาษีที่รัฐบาลต้องสูญเสียไป
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา นายปีเตอร์ นาวาร์โร (Peter Navarro) เปิดเผยว่า หน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (U.S. Customs and Border Protection: CBP) ได้เริ่มนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาทดลองใช้ในโปรแกรมต้นแบบเพื่อตรวจจับและระงับการส่งผ่านสินค้าที่ไม่ถูกต้อง โดยหากพบว่าผู้นำเจตนารายใดแจ้งข้อมูลแหล่งกำเนิดสินค้าเป็นเท็จ สินค้านำเข้าของผู้นำเข้ารายนั้นจะถูกดำเนินมาตรการภาษีย้อนหลังเป็นเวลานานถึง 1 ปี
อย่างไรก็ตาม มาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีทรัมป์ในการดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ต้องเผชิญกับข้อท้าทายทางกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลฎีกาสหรัฐฯ (Supreme Court) ได้มีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีบางรายการ ทั้งนี้ แม้ว่าประเทศสหรัฐฯ (US) ยังคงมีมูลค่าการนำเข้าสินค้าสูงกว่าการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แต่ยอดการขาดดุลการค้าล่าสุดในปีนี้ ซึ่งอยู่ที่ 3.71 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าปรับตัวลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วประมาณ 1.89 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.yahoo.com/news/politics/articles/trump-white-house-says-losing-163701417.html