บัลแกเรีย “ปรับท่าที”หยุดส่งอาวุธให้ยูเครน
บัลแกเรีย “ปรับท่าที” เตรียมหยุดส่งอาวุธให้ยูเครน พร้อมเรียกร้องยกเลิกคว่ำบาตรรัสเซีย สวนทาง EU
10-6-2026
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งของประเทศบัลแกเรีย (Bulgaria) ประกาศแผนการยุติการจัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ประเทศยูเครน (Ukraine) ซึ่งการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นแนวทางที่สวนทางกับความพยายามของกลุ่มประเทศยุโรปในการกดดันประเทศรัสเซีย (Russia) เพื่อยุติการดำเนินกิจกรรมทางทหาร
ดิมิตาร์ สโตยานอฟ (Dimitar Stoyanov) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมบัลแกเรีย แถลงต่อผู้สื่อข่าว ณ กรุงโซเฟีย (Sofia) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า "ยูเครนมีความต้องการกำลังพลเพิ่มเติม ไม่ใช่ต้องการยุทโธปกรณ์ที่มากขึ้น" พร้อมทั้งเรียกร้องให้เกิด "สันติภาพที่ยุติธรรม ซึ่งจะต้องได้รับการกำหนดร่วมกันโดยทั้งสองฝ่ายที่มีส่วนร่วมในความขัดแย้ง"
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีความสอดคล้องกับจุดยืนของ นายกรัฐมนตรี รูเมน ราเดฟ (Rumen Radev) ที่ประเมินว่าสงครามในครั้งนี้จะไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการสู้รบในสมรภูมิ โดย นายกรัฐมนตรี รูเมน ราเดฟ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจนถึงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้แสดงท่าทีคัดค้านมาตรการสนับสนุนทางทหารของสหภาพยุโรป หรือ EU (European Union) ที่มีต่อรัฐบาลเคียฟ (Kyiv) มาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ผู้นำบัลแกเรียยังได้เรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อทำเนียบเครมลิน (Kremlin) โดยหยิบยกเหตุผลว่ามาตรการดังกล่าวได้ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของยุโรป ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีซึ่งเข้าสืบทอดตำแหน่งเมื่อเดือนที่ผ่านมา ได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะเพิ่มบทบาทของบัลแกเรียในการร่วมกำหนดทิศทางการตัดสินใจร่วมกันของยุโรป
ประเทศในแถบคาบสมุทรบอลข่าน (Balkan country) แห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตกระสุนปืนใหญ่มาตรฐานสหภาพโซเวียต (Soviet-standard ammunition) รายใหญ่ที่สุดของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นคลังแสงที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อรัฐบาลเคียฟในช่วงเริ่มต้นของสงคราม แม้ว่าในเวลานั้น รัฐบาลบัลแกเรียจะปฏิเสธอย่างเป็นทางการในการให้ความช่วยเหลือทางทหารโดยตรง ทว่ากระสุนปืนใหญ่ของบัลแกเรียกลับถูกจัดส่งไปยังแนวหน้าผ่านระบบการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอื่นๆ โดยนับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา บัลแกเรียได้จัดส่งแพ็กเกจความช่วยเหลือทางทหารไปแล้วจำนวน 13 แพ็กเกจ ทว่ามีการปกปิดมูลค่าและรายละเอียดของสิ่งของจัดส่งไว้เป็นความลับขั้นสูงสุด
แผนการระงับความช่วยเหลือทางทหารในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่บรรดากลุ่มผู้นำของประเทศฝรั่งเศส (France) ประเทศเยอรมนี (Germany) และสหราชอาณาจักร (Britain) ได้ร่วมกันเรียกร้องให้ ประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) แห่งรัสเซีย ยินยอมตกลงในข้อเสนอหยุดยิงในทันทีและอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อเปิดทางให้กระบวนการเจรจาสันติภาพที่ยั่งยืนสามารถเริ่มต้นขึ้นได้
อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูติน ได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องของ ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskyy) ผู้นำยูเครน ในการพบปะและเจรจาเพื่อยุติการปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบ ซึ่งดำเนินมารวมระยะเวลายาวนานมากกว่า 4 ปีแล้ว
ดิมิตาร์ สโตยานอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุทิ้งท้ายว่า แม้บทบาทของสหภาพยุโรปในกระบวนการสร้างสันติภาพจะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ทว่า "เป็นเรื่องยากที่สหภาพยุโรปจะทำหน้าที่ในฐานะตัวกลางไกล่เกลี่ย (Mediator) เนื่องจากที่ผ่านมา สหภาพยุโรปได้ดำเนินนโยบายให้ความช่วยเหลือแก่ยูเครนในความพยายามทำสงครามครั้งนี้มาโดยตลอด" ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดทางนโยบายต่างประเทศ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-06-09/bulgaria-s-new-government-to-stop-supplying-weapons-to-ukraine?srnd=phx-politics