.
เมื่อมหาอำนาจเปิดโต๊ะคุย: อะไรคือเดิมพันของการเยือนจีนของทรัมป์?
12-5-2026
โดนัลด์ ทรัมป์มีกำหนดเดินทางถึงกรุงปักกิ่งในวันพุธนี้ เพื่อเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วัน นับเป็นการเยือนจีนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งแรกในรอบ 8 ปี ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลกที่กำลังยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ ซึ่งถูกกำหนดโดยสงครามอิหร่าน ความขัดแย้งทางการค้า และการแข่งขันด้านเทคโนโลยี
กำหนดการเยือนคาดว่าจะรวมถึงการพบหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงในเช้าวันพฤหัสบดี ตามด้วยการเยี่ยมชม Temple of Heaven งานเลี้ยงรับรองระดับรัฐ และอาหารกลางวันในวันศุกร์ ก่อนที่ทรัมป์จะเดินทางกลับสหรัฐฯ
Anna Kelly รองโฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้เป็น “การเยือนที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างมหาศาล” พร้อมส่งสัญญาณว่าจะมี “ข้อตกลงดีๆ เพิ่มเติมเพื่อประเทศของเรา”
สงครามอิหร่านและน้ำมัน
สงครามอิหร่านและวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซคาดว่าจะเป็นประเด็นหลักในการเจรจา โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งเปิดเผยว่า ทรัมป์น่าจะ “กดดัน” จีนเรื่องการซื้อน้ำมันอิหร่าน รวมถึงข้อกล่าวหาว่าจีนส่งมอบชิ้นส่วนที่อาจใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหารให้กับเตหะราน สัญญาณของแนวทางนี้เห็นได้ชัดเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมันจีนที่ซื้อน้ำมันดิบอิหร่าน รวมถึงองค์กรในจีนที่ถูกกล่าวหาว่าให้ภาพถ่ายดาวเทียมแก่กองทัพอิหร่านเพื่อใช้โจมตีกองกำลังสหรัฐฯ
จีนตอบโต้ทันที ด้วยการสั่งให้บริษัทของตนเพิกเฉยต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ซึ่ง Max Meizlish จาก Foundation for Defense of Democracies เรียกว่าเป็น
“มาตรการต่อต้านของปักกิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
ทรัมป์ยังคาดว่าจะขอให้สีใช้อิทธิพลของจีนเหนืออิหร่าน เพื่อกดดันให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลประมาณ 20% ของโลกก่อนเกิดสงคราม โดยจีนเองก็มีผลประโยชน์โดยตรงในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดจากอ่าวเปอร์เซีย
“5 Bs” แห่งสงครามการค้า
ผู้นำทั้งสองยังเตรียมหารือสิ่งที่ถูกเรียกว่า “Five Bs” ได้แก่:
Boeing โบอิ้ง
Beef เนื้อ
Soybeans ถั่วเหลือง
Board of Trade หอการค้า
Board of Investments คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
ในส่วนของ Boeing มีรายงานว่าจีนอาจอนุมัติการซื้อเครื่องบิน 737 MAX สูงสุด 500 ลำ และเครื่องบินลำตัวกว้างอีกประมาณ 100 ลำ มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ โดย Kelly Ortberg ซีอีโอของ Boeing ก็ร่วมคณะเดินทางของสหรัฐฯ ด้วย ด้านถั่วเหลือง จีนยังคงเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดของโลก และเคยซื้อถั่วเหลืองสหรัฐฯ ถึงครึ่งหนึ่งของการส่งออกทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันถั่วเหลืองสหรัฐฯ ถูกเก็บภาษีรวม 13% ในจีน ขณะที่ของบราซิลเสียเพียง 3%
ประเด็นไต้หวัน
ไต้หวันยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวที่สุดในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ โดยหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน เรียกไต้หวันว่า “จุดเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด” ของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
มีรายงานว่าจีนต้องการให้ทรัมป์กล่าวอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯ “คัดค้าน” การประกาศเอกราชของไต้หวัน แทนภาษาทางการทูตแบบเดิม ทำให้เจ้าหน้าที่ในไทเปกังวลว่าทรัมป์อาจยอมตามข้อเรียกร้องนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งบอกกับ Financial Times ว่า “เราไม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายสหรัฐฯ ต่อไต้หวัน” แม้รัฐบาลทรัมป์ยังคงขายอาวุธให้ไต้หวัน แต่ตัวทรัมป์เองเคยแสดงความสงสัยเกี่ยวกับการปกป้องเกาะแห่งนี้ และกล่าวหาไต้หวันว่า “ขโมย” อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของอเมริกา
แร่หายากและภาษี
จีนยังถือไพ่สำคัญจากการควบคุมห่วงโซ่อุปทานแร่หายากเกือบทั้งหมดของโลก นักวิเคราะห์มองว่าปักกิ่งอาจเสนอข้อตกลงระยะยาวเพื่อให้สหรัฐฯ เข้าถึงแร่เหล่านี้ได้ หากรับประกันว่าจะไม่ถูกนำไปใช้ทางทหาร
ประเด็นนี้กลายเป็นจุดปะทะสำคัญมาหลายปี โดยการจำกัดการส่งออกแร่หายากของจีนในปี 2025 เคยสร้างความปั่นป่วนให้ภาคเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐฯ อย่างหนัก
แม้ทั้งสองฝ่ายจะมี “พักรบทางการค้า” ชั่วคราวจนถึงเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่ผู้นำอุตสาหกรรมอเมริกันยังคงร้องเรียนเรื่องความล่าช้าในการออกใบอนุญาตส่งออกและความผันผวนของห่วงโซ่อุปทาน
สมรภูมิ AI
การเยือนของทรัมป์เกิดขึ้นในช่วงที่ทำเนียบขาวกล่าวหาจีนว่า “ขโมย” เทคโนโลยี AI ผ่านปฏิบัติการในระดับอุตสาหกรรม เพื่อดึงความสามารถจากโมเดล AI ของบริษัทอเมริกันไปพัฒนาโมเดลราคาถูกของจีน สถานทูตจีนในวอชิงตันตอบโต้ว่า ปักกิ่ง “คัดค้านการกดขี่บริษัทจีนอย่างไร้เหตุผลของสหรัฐฯ” พร้อมย้ำว่าจีนให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
จีนยังประท้วงมาโดยตลอดต่อสิ่งที่มองว่าเป็นการปราบปรามบริษัทเทคโนโลยีจีนของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดต่อ Huawei หรือความพยายามผลักเทคโนโลยีจีนออกจากรถยนต์ที่เชื่อมต่อระบบในอเมริกา ซึ่งถูกมองว่าเป็นการโจมตีอุตสาหกรรมรถ EV ของจีนโดยตรง
ที่มา RT