ทรัมป์ขู่ถอนทหารสหรัฐฯ จากยุโรป
ทรัมป์ขู่ถอนทหารสหรัฐฯ จากยุโรป แต่ทำจริงไม่ง่าย ติดทั้งกฎหมาย งบประมาณ และฐานทัพยุทธศาสตร์
2-5-2026
Al Jazeera รายงานว่า ท่ามกลางความตึงเครียดข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากกรณีสงครามอิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้ออกมาขู่ว่าจะปรับลดจำนวนทหารสหรัฐฯ ในเยอรมนี (Germany) โดยในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทรัมป์ระบุว่าเขากำลังพิจารณาถอนกำลังพลที่ประจำการอยู่ในเยอรมนี อิตาลี (Italy) และสเปน (Spain) เนื่องจากความขัดแย้งที่เพิ่มสูงขึ้นกับบรรดาประเทศในยุโรปที่วิพากษ์วิจารณ์การจัดการสงครามกับอิหร่านของเขา
เมื่อต้นสัปดาห์ นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช เมิร์ซ (Friedrich Merz) แห่งเยอรมนี ได้กล่าวว่าสหรัฐฯ กำลังถูกอิหร่านทำให้ "อับยศ" (humiliated) ในสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ พร้อมเสริมว่ารัฐบาลทรัมป์ "ไม่มียุทธศาสตร์ที่น่าเชื่อถืออย่างแท้จริง" ในการยุติความขัดแย้ง โดยนายเมิร์ซได้กล่าวต่อกลุ่มนักศึกษาในเมืองมาร์สเบิร์ก (Marsberg) เมื่อวันจันทร์ว่า สงครามครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตทางเศรษฐกิจและสร้างภาระต้นทุนมหาศาล ซึ่งทรัมป์ได้ตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันอังคารว่า นายเมิร์ซไม่รู้ในสิ่งที่ตนเองกำลังพูดถึง และตามมาด้วยการโพสต์ว่าสหรัฐฯ กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการลดจำนวนทหารในเยอรมนี ซึ่งจะมีการตัดสินใจในระยะเวลาอันใกล้นี้
เมื่อถูกตั้งคำถามเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเขาพิจารณาถอนทหารจากอิตาลีและสเปนด้วยหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า "น่าจะเป็นเช่นนั้น" พร้อมระบุว่าอิตาลีไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆ และสเปนนั้น "แย่มาก" (horrible) ขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูงในทำเนียบขาวว่า ทรัมป์ได้หารือกับที่ปรึกษาถึงการถอนทหารบางส่วนออกจากยุโรปแล้ว ซึ่งปัจจุบันเยอรมนี อิตาลี และสเปน เป็นประเทศที่รองรับทหารสหรัฐฯ รวมกันเกือบ 53,000 นาย
สถานะกำลังพลสหรัฐฯ ในยุโรป
จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลกำลังพลฝ่ายป้องกันประเทศ (DMDC) ของเพนตากอน (Pentagon) ณ เดือนธันวาคม 2025 สหรัฐฯ มีบุคลากรทางทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ประจำในยุโรปประมาณ 68,064 นาย กระจายอยู่ตามฐานทัพถาวร 31 แห่ง และสถานที่ทางทหาร 19 แห่ง ภายใต้การกำกับดูแลของกองบัญชาการยุโรปแห่งสหรัฐฯ (USEUCOM) ซึ่งประสานงานกับพันธมิตรนาโต (NATO) ประกอบด้วย 6 ส่วนเหล่าทัพ รวมถึงหน่วยรบพิเศษและกองทัพอวกาศ (Space Force) ที่เพิ่งจัดตั้งใหม่ โดยเยอรมนีเป็นจุดที่ใหญ่ที่สุดด้วยกำลังพล 36,436 นาย ตามมาด้วยสหราชอาณาจักร (United Kingdom) 10,156 นาย และอิตาลี 12,662 นาย ขณะที่สเปนมี 3,814 นาย ส่วนในโปแลนด์ (Poland) และโรมาเนีย (Romania) มีทั้งกำลังพลประจำการและกองกำลังหมุนเวียนภายใต้โครงการริเริ่มการป้องปรามยุโรป (European Deterrence Initiative)
ใครเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ?
ตามปกติประธานาธิบดีและกระทรวงกลาโหมจะเป็นผู้ตัดสินใจจำนวนกำลังพล แต่สภาคองเกรส (Congress) มีบทบาทสำคัญในการยับยั้งหรือขัดขวางการถอนกำลังพลผ่านข้อกฎหมายและการควบคุมงบประมาณ เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในปี 2020 ที่ทรัมป์เคยขู่ถอนทหาร 12,000 นายจากเยอรมนี แต่ถูกสภาคองเกรสคัดค้านและนายโจ ไบเดน (Joe Biden) ได้ยกเลิกการตัดสินใจนั้นในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ร่างกฎหมายอำนาจป้องกันประเทศ (NDAA) ประจำปี 2026 ยังระบุข้อกำหนดห้ามลดจำนวนทหารสหรัฐฯ ในยุโรปให้ต่ำกว่า 75,000 นายเป็นการถาวร
เบื้องหลังคำขู่ของทรัมป์
สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และยังไม่มีข้อยุติ ได้ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ถูกปิดตายและกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง ทรัมป์ได้แสดงความเกรี้ยวกราดต่อผู้นำยุโรปที่ไม่สนับสนุนสหรัฐฯ ในสงครามครั้งนี้ รวมถึงการวิจารณ์ นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) แห่งสหราชอาณาจักรว่า "ไม่ใช่ วินสตัน เชอร์ชิลล์" หลังจากสตาร์เมอร์ปฏิเสธไม่ให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในสหราชอาณาจักรเพื่อโจมตีอิหร่านในช่วงแรก รวมถึงการวิจารณ์ นายกรัฐมนตรี จอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) แห่งอิตาลีที่วิพากษ์วิจารณ์สงครามครั้งนี้
ความสำคัญของฐานทัพในยุโรป
ฐานทัพเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความมั่นคงของยุโรปเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางโลจิสติกส์ของสหรัฐฯ ในการทำสงครามในตะวันออกกลาง รวมถึงในอิรัก อัฟกานิสถาน และอิหร่านในปัจจุบัน โดยประเทศเจ้าภาพมักให้การสนับสนุนผ่านการให้ใช้ที่ดินโดยไม่คิดค่าเช่าและรับผิดชอบค่าจ้างบุคลากรในท้องถิ่น นอกจากนี้ ศูนย์การแพทย์ภูมิภาคแลนด์สตูห์ล (LRMC) ในเยอรมนียังเป็นโรงพยาบาลอเมริกันที่ใหญ่ที่สุดนอกมาตุภูมิ ทำหน้าที่เป็นศูนย์ส่งกลับและรักษาพยาบาลหลักสำหรับกองกำลังสหรัฐฯ ในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา
---
IMCT NEWS
ที่มา https://aje.news/dkour7