จีนคว่ำบาตร 7 บริษัทกลาโหมยุโรป
จีนคว่ำบาตร 7 บริษัทกลาโหมยุโรป หวังตัดวงจรห่วงโซ่อุปทาน "โดรน" เชื่อมโยง 'ไต้หวัน-ยูเครน'
1-5-2026
The Diplomat รายงานว่า จีนออกมาตรการคว่ำบาตรบริษัทกลาโหมยุโรป 7 แห่ง โดยมุ่งเป้าตัดการเชื่อมโยงระหว่างยุโรปกับไต้หวัน ซึ่งกำลังกลายเป็นแกนสำคัญของการพัฒนา “หลักนิยมสงครามโดรน” (drone doctrine) ใหม่ของยุโรปที่อิงประสบการณ์สนามรบของยูเครนและเทคโนโลยีขั้นสูงจากไต้หวัน
กระทรวงพาณิชย์ของจีน (China’s Commerce Ministry) ได้ประกาศสั่งห้ามส่งออกสินค้าที่ใช้งานได้สองทาง (Dual-use items) ให้แก่หน่วยงานในยุโรป 7 แห่ง พร้อมขึ้นบัญชีดำควบคุมการส่งออก โดยระบุเหตุผลว่าเป็นการตอบโต้วิธี "ขายอาวุธให้หรือสมรู้ร่วมคิดกับไต้หวัน" สำหรับรายชื่อผู้ที่ถูกคว่ำบาตรประกอบด้วยบริษัท Hensoldt AG จากเยอรมนี (Germany), บริษัทผู้ผลิตอาวุธ FN Herstal และ FN Browning จากเบลเยียม (Belgium) รวมถึงบริษัทจากสาธารณรัฐเช็ก (Czechia) อีก 4 แห่ง ได้แก่ Excalibur Army, Omnipol, VZLU Aerospace และ SpaceKnow
ยุทธศาสตร์การตัดวงจรห่วงโซ่อุปทาน
การจำกัดความเคลื่อนไหวของบริษัทป้องกันประเทศในยุโรปที่ร่วมมือกับไต้หวันในครั้งนี้ ปักกิ่งกำลังดำเนินการมากกว่าเพียงแค่การบังคับใช้ "หลักการจีนเดียว" (One China Principle) แต่เป็นการตัดโอกาสของยุโรปในการเข้าถึงส่วนผสมอันล้ำค่าระหว่าง "องค์ความรู้โดรนจากสมรภูมิจริงในยูเครน" และ "ชิ้นส่วนไฮเทคจากไต้หวัน" ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้คือหัวใจของหลักนิยมการสงครามที่มีต้นทุนต่ำแต่อยู่ในระดับที่ขยายขนาดได้ (Scalable) ซึ่งยุโรปมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ความเคลื่อนไหวนี้นับว่าเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากหัวหน้าคณะกรรมาธิการความมั่นคงของรัฐสภายุโรปเดินทางเยือนไทเป ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าสหภาพยุโรป (EU) ตระหนักถึงความสำคัญของไต้หวันต่อการป้องกันประเทศของยุโรป โดยหลายประเทศในยุโรปได้ซุ่มพัฒนาหลักนิยมด้านโดรนใหม่ที่สร้างขึ้นจากประสบการณ์สนามรบกว่า 4 ปีในยูเครน ผสมผสานกับชิ้นส่วนไฮเทคจากไต้หวัน ทั้งชิป แบตเตอรี่ และมอเตอร์ ที่จัดหาจากภายนอกห่วงโซ่อุปทานของจีน
การเปลี่ยนโฉมหน้าสงครามทางอากาศ
สงครามในยูเครนได้เขียนกฎเกณฑ์พื้นฐานของการสงครามทางอากาศขึ้นใหม่ โดยวงจรการพัฒนาโดรนถูกลดระยะเวลาลงจากหลายเดือนเหลือเพียง 4 ถึง 6 สัปดาห์ ผ่านระบบการจัดซื้อแบบกระจายศูนย์และการนำข้อมูลจากแนวหน้ามาปรับปรุงวิศวกรรมแบบเรียลไทม์ ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแนวทางราคาแพงของสหรัฐฯ (US) ในความขัดแย้งกับประเทศอิหร่าน (Iran) ที่ต้องยิงขีปนาวุธ Patriot ราคานับล้านดอลลาร์เพื่อสกัดกั้นโดรน Shahed ราคาถูก
ไต้หวันได้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาหลักนิยมการสงครามใหม่นี้ โดยบริษัทไต้หวันจัดหาชิ้นส่วนที่ทั้งยูเครนและยุโรปต้องการอย่างเร่งด่วนเพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาจีน ตามรายงานของ The Economist เมื่อเดือนมีนาคม 2026 พบว่าภาคการส่งออกโดรนของไต้หวันเติบโตขึ้นถึงร้อยละ 749 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยเฉพาะการส่งออกไปยังสาธารณรัฐเช็กที่เพิ่มขึ้นจากระดับที่น้อยมากสู่ระดับ 20,000 ลำต่อเดือนในเดือนตุลาคม 2025 และพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวที่ 40,000 ลำในเดือนมกราคม 2026 ขณะที่โปแลนด์ (Poland) เป็นอีกหนึ่งผู้รับรายสำคัญเพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งต่อไปยังยูเครนและเพื่อการใช้งานทางทหารของตนเอง ส่งผลให้เกิดการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับโดรนในไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทถึง 270 แห่ง
ความร่วมมือที่มากกว่าการค้า
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เพียงความร่วมมือเชิงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม อดีตทหารผ่านศึกชาวยูเครน (ซึ่งไม่เปิดเผยยศเพื่อความปลอดภัย) ได้ขึ้นกล่าวต่อสภานิติบัญญัติของไต้หวัน (Legislative Yuan) พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญด้านโดรนและการบิดเบือนข้อมูล โดยมี Liberal Democratic League of Ukraine เป็นผู้ร่วมจัดงาน เพื่อแบ่งปันประสบการณ์จากสมรภูมิจริงให้แก่รัฐสภาไต้หวันโดยตรง
ต่อมาในวันที่ 23 เมษายน เพียงหนึ่งวันก่อนการประกาศคว่ำบาตรของปักกิ่ง สถาบันวิจัยเพื่อประชาธิปไตย สังคม และเทคโนโลยีเกิดใหม่ (DSET) ซึ่งเป็นคลังสมองระดับชาติภายใต้สภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติของไต้หวัน ได้เปิดตัวรายงานวิจัยใหม่สองฉบับ ได้แก่ "Drone Superpower: Ukraine’s UAV Success and Where Taiwan-Ukraine Cooperation Fits In" และ "The Invisible Drone Wall: Taiwan’s Quiet Support for a China-Free European Drone Supply Chain" โดยรายงานชี้ให้เห็นว่าโดรนเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บล้มตายถึงร้อยละ 95 ในสงครามรัสเซีย-ยูเครน และในปี 2025 ไต้หวันได้ส่งออกโดรนเกือบ 130,000 ลำไปยังโปแลนด์และสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งส่วนใหญ่ถูกส่งต่อไปยังยูเครน และในไตรมาสแรกของปี 2026 ตัวเลขการส่งออกไปยังยุโรปกลางและตะวันออกได้พุ่งสูงเกินกว่าระดับดังกล่าวแล้ว
สัญญาณจากยุโรปและการตอบโต้ของเช็ก
ยุโรปตระหนักถึงคุณค่าของสายสัมพันธ์ใหม่นี้ โดยเมื่อต้นเดือนเมษายน 2026 นางมารี-แอ็กเนส สทรัค-ซิมเมอร์มันน์ (Marie-Agnes Strack-Zimmermann) ประธานคณะกรรมการด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศของรัฐสภายุโรป ได้นำคณะผู้แทนเดินทางเยือนไทเปเพื่อเข้าพบ ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ (Lai Ching-te), รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หลิน เจียหลง (Lin Chia-lung), เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ โจเซฟ อู๋ (Joseph Wu) และประธานสภานิติบัญญัติ ฮั่น กั๋วอวี๋ (Han Kuo-yu)
สทรัค-ซิมเมอร์มันน์ ระบุต่อผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่า ยุโรปมีความสนใจในการพัฒนาขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศร่วมกันและความร่วมมือทางอุตสาหกรรมกับไต้หวัน ซึ่งการเยือนครั้งนี้เป็นสัญญาณเชิงสถาบันว่ายุโรปต้องการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ "ระเบียงโดรนไต้หวัน-ยูเครน" ในฐานะผู้มีส่วนร่วม ไม่ใช่เพียงผู้สังเกตการณ์
ความโดดเด่นของสาธารณรัฐเช็กในบัญชีคว่ำบาตรของปักกิ่งสะท้อนให้เห็นว่ากรุงปรากเดินหน้าไปไกลเพียงใดในเส้นทางนี้ เนื่องจากบริษัทที่ถูกคว่ำบาตร 4 จาก 7 แห่งเป็นบริษัทเช็ก ซึ่งเป็นผลจากการมีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งกับไต้หวัน ทั้งในด้านการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ การทูตผ่านรัฐสภา และเครือข่ายคลังสมอง นอกจากนี้เช็กยังเป็นหนึ่งในไม่กี่รัฐในยุโรปที่มี "ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก" ของตนเอง ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ยาน ลิปอฟสกี (Jan Lipavský) ผู้ซึ่งเดินทางเยือนไต้หวันในเดือนมีนาคม 2026 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสาธารณรัฐเช็กไม่ได้บังเอิญติดอยู่ในบัญชีคว่ำบาตรของปักกิ่ง แต่จงใจก้าวเข้าไปเอง
แม้มาตรการคว่ำบาตรจะมุ่งเป้าไปที่ "การขายอาวุธ" โดยโฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุว่า "หน่วยงานของสหภาพยุโรปที่ซื่อสัตย์และปฏิบัติตามกฎหมายไม่จำเป็นต้องกังวล" แต่ผลกระทบในทางปฏิบัติได้ลุกลามไปถึงความเชื่อมโยงทางอุตสาหกรรม การไหลเวียนของชิ้นส่วน และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่กำลังก่อร่างสร้างหลักนิยมโดรนใหม่ของยุโรป ซึ่งทำให้การเข้าถึงการผสมผสานระหว่างไต้หวันและยูเครน ซึ่งเป็นแหล่งเดียวของหลักนิยมโดรนยุคใหม่ที่ผ่านการทดสอบในสนามรบ กลายเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและยากลำบากยิ่งขึ้นสำหรับยุโรปในขณะนี้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://thediplomat.com/2026/04/chinas-sanctions-hit-europes-emerging-drone-doctrine/