นายพลนาวิกฯ สหรัฐฯเตือน "จีน" ก้าวขึ้นเป็นคู่แข่ง
นายพลนาวิกฯ สหรัฐฯเตือน "จีน" ก้าวขึ้นเป็นคู่แข่งที่ทัดเทียมอเมริกาในแทบทุกมิติ ทั้งสงครามในวันนี้และในอนาคต
1-5-2026
The War Zone รายงานว่า พล.ท. สตีเฟน สเกลนกา (Lt. Gen. Stephen Sklenka) รองผู้บัญชาการฝ่ายสถานประกอบการและส่งกำลังบำรุง กองนาวิกโยธินสหรัฐฯ (USMC) ออกแถลงการณ์เตือนอย่างเคร่งครัดว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน (China) ไม่ใช่เพียง "ภัยคุกคามที่เกือบใกล้เคียง" (Near-peer threat) อีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นคู่แข่งที่ทัดเทียมกับสหรัฐฯ ในทุกมิติของอิทธิพลระดับชาติ และมีความพร้อมเต็มกำลังสำหรับการเผชิญหน้าทางทหารในอนาคต
ในระหว่างการประชุม Modern Day Marine Expo 2026 ณ กรุงวอชิงตัน พล.ท. สเกลนกา ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก (U.S. INDOPACOM) ระบุว่า วิสัยทัศน์ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง (Xi Jinping) นั้นมุ่งเป้าชัดเจนในการทำลายโครงสร้างระหว่างประเทศเดิมเพื่อก้าวขึ้นมาแทนที่สหรัฐฯ ในฐานะผู้นำโลก ซึ่งเป้าหมายนี้ได้กลายเป็นโจทย์หลักในการวางยุทธศาสตร์การสงครามสมัยใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิก
บทเรียนจากวิกฤตอิหร่านสู่สมรภูมิแปซิฟิก
พล.ท. สเกลนกา ยกตัวอย่างปฏิบัติการ Epic Fury ในความขัดแย้งกับอิหร่าน (Iran) ที่ยังคงดำเนินอยู่ โดยระบุว่าแม้สหรัฐฯ จะมีความได้เปรียบทางอากาศและทางทะเล แต่ประเทศมหาอำนาจระดับกลางอย่างอิหร่านยังสามารถสร้างความสูญเสียต่อกำลังพลสหรัฐฯ และพันธมิตร (อิสราเอล, ซาอุดีอาระเบีย, กาตาร์, คูเวต และจอร์แดน) ผ่านการโจมตีฐานทัพด้วยโดรนและขีปนาวุธ ซึ่งหากเกิดการปะทะกับจีน ผลกระทบจะรุนแรงกว่าหลายเท่าเนื่องจากจีนมีศักยภาพทางเศรษฐกิจและฐานอุตสาหกรรมที่เหนือกว่าอิหร่านอย่างเทียบไม่ได้
วิเคราะห์เปรียบเทียบขีดความสามารถ:
กำลังการผลิตทางอุตสาหกรรม: ฐานการผลิตของจีนแซงหน้าสหรัฐฯ มานานกว่า 10-15 ปี โดยเฉพาะด้านการต่อเรือที่มีรายงานว่าสูงกว่าสหรัฐฯ ถึง 230 เท่า
การขยายแสนยานุภาพ: จีนเร่งสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า พร้อมขยายคลังแสงขีปนาวุธและนิวเคลียร์อย่างรวดเร็วที่สุดในโลก
เทคโนโลยีอัจฉริยะ: การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ฝูงโดรน (Drone swarms) และการสงครามในโดเมนทางปัญญา (Cognitive domain) เพื่อครองความได้เปรียบทั้งในและนอกภูมิภาคแปซิฟิก
ยุทธศาสตร์ใหม่: เปลี่ยนฐานทัพเป็นหน่วยรบแนวหน้า
พล.ท. สเกลนกา เน้นย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องเร่งเปลี่ยนสถานะของฐานทัพ ค่ายทหาร และสถานีรบต่างๆ จากเดิมที่เป็นเพียงพื้นที่สนับสนุนด้านธุรการ (Administrative sanctuaries) ให้กลายเป็น "โครงสร้างการรบ" (Warfighting formations) ที่มีขีดความสามารถในการป้องกันตนเองและตอบโต้ เช่นเดียวกับกองพลหรือหน่วยรบเคลื่อนที่เร็ว
นอกจากนี้ เขายังเตือนถึงภัยคุกคามต่อฐานทัพภายในสหรัฐฯ (CONUS) ซึ่งอาจเผชิญกับการโจมตีแบบ "ไม่ใช่ทางกายภาพ" (Non-kinetic attacks) ที่สร้างความเสียหายร้ายแรงได้เท่ากับการโจมตีด้วยอาวุธ เช่น การโจมตีทางไซเบอร์ต่อโครงข่ายไฟฟ้า, การบิดเบือนข้อมูลเพื่อสร้างความสับสนต่อครอบครัวทหาร หรือการใช้ฝูงโดรนก่อกวนภายในพื้นที่ตั้ง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความระส่ำระสายในช่วงเริ่มต้นของสงคราม
"ประวัติศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า สังคมที่สามารถฉายอำนาจและธำรงกำลังรบได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จะเป็นฝ่ายกำชัยชนะในท้ายที่สุด" พล.ท. สเกลนกา กล่าวสรุป พร้อมย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ ต้องก้าวข้ามวิธีการรบแบบเดิมในยุค 80 และ 90 เพื่อรับมือกับคู่แข่งที่ท้าทายสหรัฐฯ ในทุกโดเมนพร้อมกันอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.twz.com/sea/china-is-americas-military-equal-now-and-in-any-future-fight-marine-general-warns