.
Thailand
“ปืน vs เนย”: IMF เตือนรัฐบาลทั่วโลกเผชิญทางเลือกยาก เมื่อเพิ่มงบกลาโหม
17-4-2026
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกมาเตือนถึงภาวะ “ปืนกับเนย” (guns versus butter) ที่กำลังก่อตัวขึ้นทั่วโลก ขณะที่หลายประเทศเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหม ส่งผลให้รัฐบาลต้องเผชิญการตัดสินใจที่ยากลำบากเกี่ยวกับหนี้สาธารณะและงบประมาณภาครัฐ แนวคิด “ปืนกับเนย” หมายถึงภาวะที่รัฐบาลต้องเลือกระหว่างการจัดสรรทรัพยากรไปยังงบด้านความมั่นคง/กลาโหม หรือโครงการสวัสดิการและสังคม
ในรายงาน World Economic Outlook ล่าสุด ไอเอ็มเอฟระบุว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศทั่วโลกได้เพิ่มงบประมาณทางทหาร และยอดขายอาวุธของบริษัทกลาโหมรายใหญ่ของโลกได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า (ในเชิงมูลค่าจริง) ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา
IMF เตือนว่า แนวโน้มนี้มีแนวโน้มจะดำเนินต่อไปจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น และอาจทำให้การใช้จ่ายด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะด้านสังคมถูกเบียดออก (crowding out)
จากการวิเคราะห์ข้อมูลของ 164 ประเทศนับตั้งแต่หลัง World War II IMF พบว่า ช่วงที่งบกลาโหมพุ่งสูง มักทำให้ฐานะการคลังและดุลบัญชีภายนอกอ่อนแอลง และตามมาด้วยการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะ รวมถึงการลดลงของการใช้จ่ายด้านสังคมอย่างมีนัยสำคัญ
มุมมองจากผู้กำหนดนโยบาย
Ajay Banga ประธาน World Bank กล่าวว่า งบกลาโหมได้กลายเป็น “ลำดับความสำคัญ” ของหลายประเทศ ขณะที่เงินช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศกลับลดลง อย่างไรก็ตาม เขายังแสดงความเชื่อมั่นในระบบ โดยชี้ว่า การลงทุนในประเทศกำลังพัฒนาสามารถสร้างชนชั้นกลาง เพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจ และลดการอพยพผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นผลประโยชน์ต่อประเทศพัฒนาแล้วด้วย
ด้าน Roland Lescure รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศส ยอมรับว่าความขัดแย้งระหว่างงบกลาโหมกับงบสังคม อาจก่อให้เกิดแรงต่อต้านทางการเมือง โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งปี 2027 อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่าการใช้จ่ายด้านกลาโหมอาจสร้าง “ผลตอบแทนสองต่อ” (double dividend) ทั้งในแง่การเสริมอธิปไตย และการสร้างงานในประเทศ
แนวโน้มในยุโรปและความเสี่ยง
สหภาพยุโรปได้ยกระดับความสำคัญของความมั่นคงและกลาโหมมากขึ้น ส่วนหนึ่งจากสงครามของรัสเซียในยูเครน โดยคาดว่าการใช้จ่ายด้านกลาโหมของกลุ่มจะเพิ่มขึ้นเป็น 381,000 ล้านยูโรในปี 2025 ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่าน อาจทำให้ความพยายามเสริมกำลังทางทหารของยุโรปซับซ้อนยิ่งขึ้น และลดความเชื่อมั่นต่อบทบาทของสหรัฐฯ ในฐานะผู้ค้ำประกันความมั่นคงของยุโรป
Andrzej Domański รัฐมนตรีคลังโปแลนด์ ระบุว่า แม้เป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหมที่ 5% ของ GDP จะถือว่าสูงมาก แต่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ความมั่นคงเป็น “ลำดับความสำคัญสูงสุด”
สรุปแล้วIMF เตือนว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่รัฐบาลต้องเลือกอย่างยากลำบากระหว่าง “ความมั่นคง” กับ “สวัสดิการประชาชน”
คำถามสำคัญคือ การเพิ่มงบกลาโหมจะช่วยสร้างเสถียรภาพ หรือจะยิ่งเพิ่มภาระหนี้และความไม่เท่าเทียมในระยะยาว
ที่มา CNBC
© Copyright 2020, All Rights Reserved