ทรัมป์ส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อคิวบารอบใหม่
ทรัมป์ส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อคิวบารอบใหม่ ลั่นอาจส่งทหารบุกหลังเสร็จศึกตะวันออกกลาง ขณะข้อตกลงยุติสงครามอิหร่านยังไร้ข้อสรุป
16-4-2026
Yahoo News รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เริ่มกลับมาแสดงความต้องการที่จะเข้าแทรกแซงประเทศคิวบา (Cuba) อีกครั้ง แม้ว่าในขณะเดียวกันเขาจะยังคงดิ้นรนอย่างหนักเพื่อหาทางบรรลุข้อตกลงยุติสงครามในประเทศอิหร่าน (Iran) ก็ตาม
ประธานาธิบดีทรัมป์ในวัย 79 ปี ถูกตั้งคำถามเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาถึงท่าทีที่เปลี่ยนไป หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาเคยระบุว่าไม่มีปัญหาหากประเทศใดจะส่งเชื้อเพลิงให้แก่คิวบา ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการเปลี่ยนใจในตอนแรก แต่ล่าสุดประธานาธิบดีกลับหันมาใช้ท่าทีข่มขู่ว่าจะส่งทหารบุกโจมตีอีกครั้ง
“เราจะได้เห็นกันว่ากลุ่มคิวบาจะเป็นอย่างไร” ทรัมป์กล่าวขณะยืนอยู่หน้าห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ระหว่างรอรับการส่งอาหารแมคโดนัลด์ (McDonald’s) “เรื่องของคิวบามันเป็นหนังคนละม้วน”
ประธานาธิบดีอ้างว่าคิวบาเป็นประเทศที่ “บริหารจัดการได้แย่มากมาเป็นเวลานาน” และมี “ระบบที่เลวร้าย” “มันเป็นระบบที่กดขี่อย่างมาก อย่างที่พวกคุณทราบ และเรามีชาวอเมริกันเชื้อสายคิวบาที่ยอดเยี่ยมจำนวนมาก ซึ่งเกือบทุกคนโหวตให้ผม” ทรัมป์อ้าง “พวกเขาถูกปฏิบัติอย่างเลวร้ายมาก ในหลายกรณีสมาชิกในครอบครัวถูกฆ่าตาย พวกเขาถูกทุบตีและถูกปล้น และเรื่องเลวร้ายอื่นๆ เกิดขึ้นในคิวบา” “คิวบาเป็นประเทศที่ล้มเหลว และเรากำลังจะทำเรื่องนี้ เราอาจจะแวะไปที่คิวบาหลังจากที่เราเสร็จสิ้นจากภารกิจนี้ (สงครามอิหร่าน) แล้ว” ทรัมป์กล่าว พร้อมระบุว่าคิวบาเป็นประเทศที่ “บริหารได้อย่างย่ำแย่มาหลายปีโดยคาสโตร (Castro)”
เมื่อปลายเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์เคยส่งสัญญาณว่าเขาได้ผ่อนปรนมาตรการปิดล้อมและระบุว่า “ไม่มีปัญหา” หากประเทศใดจะส่งน้ำมันไปยังประเทศที่เป็นเกาะแห่งนี้ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤต ในขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันของประเทศรัสเซีย (Russia) ที่บรรทุกน้ำมันดิบ 730,000 บาร์เรลกำลังมุ่งหน้าสู่คิวบา
“หากประเทศใดต้องการส่งน้ำมันเข้าคิวบาในตอนนี้ ผมไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นรัสเซียหรือไม่ก็ตาม” ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One)
ท่าทีดังกล่าวก่อนหน้านี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์เคยสั่งขัดขวางไม่ให้ประเทศเวเนซุเอลา (Venezuela) ส่งมอบน้ำมันให้แก่เกาะในแคริบเบียนแห่งนี้ หลังจากที่กองทัพสหรัฐอเมริกา (US) ได้เข้าควบคุมตัวอดีตประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร (Nicholas Maduro) ไปก่อนหน้านี้
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้ปรามประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคไม่ให้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างด้านอุปทาน แม้ว่าเหล่านักวิจารณ์จะเตือนว่าคิวบากำลังเผชิญกับวิกฤตมนุษยธรรมจากการเกิดไฟฟ้าดับซ้ำซากก็ตาม แม้จะมีการส่งมอบน้ำมันจากรัสเซีย แต่ทรัมป์ยังคงยืนกรานว่าคิวบานั้น “จบสิ้นแล้ว” และการส่งมอบน้ำมันจะไม่มีผลอะไร
ประธานาธิบดีได้ขู่ซ้ำหลายครั้งว่าสหรัฐฯ จะบุกคิวบาเป็นราย “ต่อไป” หลังจากที่ได้เริ่มการโจมตีในอิหร่านไปแล้ว อย่างไรก็ตาม สงครามของทรัมป์ในตะวันออกกลางกลับส่งผลให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้ ซึ่งทรัมป์เองก็ได้อ้างว่าเขารู้สึกประหลาดใจกับระดับของการตอบโต้
ปัจจุบัน ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย หลังจากที่การเจรจาสันติภาพซึ่งนำโดยรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ (JD Vance) ณ ประเทศปากีสถาน (Pakistan) เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงกับฝ่ายอิหร่าน
ในทางกลับกัน ทรัมป์ได้ประกาศมาตรการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เริ่มตั้งแต่วันเช้าจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากที่การขนส่งผ่านเส้นทางน้ำสายสำคัญนี้เกือบจะหยุดชะงักลงอยู่แล้ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เขาเริ่มเปิดฉากสงคราม
แม้ว่าแวนซ์จะยอมรับว่าพวกเขาล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงในช่วงสุดสัปดาห์ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงยืนกรานเมื่อวันจันทร์ว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลง “ผมบอกคุณได้เลยว่าเราได้รับการติดต่อจากอีกฝ่ายหนึ่ง พวกเขาอยากทำข้อตกลงอย่างมาก อย่างมากที่สุด” ทรัมป์กล่าวอ้าง ก่อนจะเปิดเผยว่าจุดที่ยังเห็นไม่ตรงกันคือประเด็นที่ว่า “พวกเขาจะต้องไม่มีวันมีอาวุธนิวเคลียร์” ซึ่งถือเป็นประเด็นขัดแย้งที่ใหญ่มากและยากจะหาข้อยุติได้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.yahoo.com/news/articles/trump-zeroes-next-target-despite-181714159.htmlฃ