.
จีนปักหมุดท่าเรือ 78 แห่งใน 32 ชาติแอฟริกา สร้างโครงข่ายโลจิสติกส์–การทหารท้าทายอิทธิพลตะวันตก
19-2-2026
Geopolitics in the picture รายงานเชิงวิเคราะห์ว่า ทำไมเครือข่ายท่าเรือของจีนในแอฟริกาจึงเป็น 'จุดเปลี่ยนเกม' ระดับโลก? จีนกำลังก่อร่าง “โครงข่ายท่าเรือแอฟริกา” ที่ไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐานการค้า แต่เป็นเครื่องมือเชื่อมอำนาจเศรษฐกิจ การทหาร และการทูตของปักกิ่งบนเส้นทางเดินเรือหลักของโลก
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จีนได้ขยายอิทธิพลในท่าเรือต่าง ๆ ทั่วทวีปแอฟริกาอย่างมีนัยสำคัญ จนเกิดเป็นเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งการค้าโลกและดุลอำนาจทางภูมิรัฐศาสตร์
จากการวิเคราะห์ในปี 2025 โดยรายงานจากศูนย์แอฟริกาเพื่อยุทธศาสตร์ศึกษา (Africa Center for Strategic Studies) ระบุว่า รัฐวิสาหกิจของจีนมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในการก่อสร้าง การจัดหาเงินทุน หรือการบริหารจัดการท่าเรือประมาณ 78 แห่งใน 32 ประเทศทั่วแอฟริกา ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของสิ่งอำนวยความสะดวกในท่าเรือหลักของแอฟริกา การขยายตัวนี้มุ่งเน้นไปที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญบนเส้นทางเดินเรือโลกเป็นหลัก
จุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญประกอบด้วย:
อียิปต์ (คลองสุเอซ): เส้นทางที่การค้าโลกกว่า 12% ต้องไหลผ่าน จีนมีอิทธิพลอย่างสูงในท่าเรือหลายแห่ง เช่น ไอน์ โซคนา (Ain Sokhna), พอร์ตซาอิด (Port Said) และอาบูเกียร์ (Abu Qir) โดยเฉพาะบริษัท Hutchison Ports ของจีนที่ได้รับสัมปทานระยะยาวในเทอร์มินัลซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของกองทัพเรืออียิปต์โดยตรง
จิบูตี (ช่องแคบแบ็บเอลมันเดบ): จุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างทะเลแดงและมหาสมุทรอินเดีย จีนได้สร้างฐานทัพเรือในต่างประเทศแห่งแรกในปี 2017 ติดกับท่าเรือพาณิชย์โดราเลห์ (Doraleh) ซึ่งบริษัทจีนเป็นผู้ร่วมทุนและบริหารจัดการ
ช่องแคบโมซัมบิก: เส้นทางเดินเรือทางเลือกในกรณีที่ทะเลแดงถูกปิด โดยจีนกำลังลงทุนในท่าเรือมาปูโต (Maputo), ไบรา (Beira) และนากาลา (Nacala) เพื่อเสริมความมั่นคงทางโลจิสติกส์ในการเลี่ยงพื้นที่ความเสี่ยง
ยุทธศาสตร์การใช้งานแบบสองทาง (Dual-use) และการแผ่อิทธิพลทางทหาร
ท่าเรือหลายแห่งเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อ "การใช้งานแบบสองทาง" (Dual-use) คือทำหน้าที่บริการการค้าพลเรือน แต่มีพารามิเตอร์ทางเทคนิค (เช่น ความลึกของน้ำ ความยาวท่าเทียบเรือ ศักยภาพด้านโลจิสติกส์ และการเชื่อมต่อทางรถไฟเข้าสู่แผ่นดินใหญ่) ที่เอื้อต่อการใช้งานทางทหารในอนาคต
รายงานช่วงปี 2025-2026 บ่งชี้ว่า ท่าเรือแอฟริกาหลายสิบแห่งที่มีจีนเข้าร่วมได้รองรับการแวะจอดของเรือรบจากกองทัพเรือปลดปล่อยประชาชนจีน (PLAN) หรือการซ้อมรบร่วม โดยในช่วงปี 2024–2025 กองทัพเรือจีนได้สร้างสถิติการเข้าจอดเทียบท่าในแอฟริกาอย่างน้อย 15 ครั้ง ซึ่งเป็นสัญญาณของการขยายขอบเขตการปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว
มิติทางเศรษฐกิจและการเมือง
ในเชิงเศรษฐกิจ โครงการนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับจีนในห่วงโซ่อุปทานโลก เนื่องจากจีนควบคุมการขนส่งคอนเทนเนอร์และการต่อเรือเป็นจำนวนมาก ท่าเรือในแอฟริกาภายใต้ระเบียงเศรษฐกิจ BRI (Belt and Road Initiative) จึงกลายเป็นเส้นทางทางเลือกที่เปราะบางน้อยกว่าต่อมาตรการคว่ำบาตรหรือการปิดล้อมจากชาติตะวันตก
ในเชิงเมือง หลายประเทศในแอฟริกาต้องพึ่งพาเงินทุนและโครงสร้างพื้นฐานจากจีน ซึ่งสะท้อนออกมาในการลงมติหรือจุดยืนภายในองค์กรระหว่างประเทศ นักวิเคราะห์จากตะวันตก (สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป) ต่างออกมาเตือนถึงความเสี่ยงจาก "กับดักหนี้" การสูญเสียอธิปไตยเหนือโครงสร้างพื้นฐานหลัก และความเป็นไปได้ที่สิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์จะถูกเปลี่ยนเป็นฐานทัพทหารในสถานการณ์วิกฤต
ในขณะเดียวกัน รัฐบาลแอฟริกามักมองโครงการนี้เป็นโอกาสในการพัฒนาประเทศให้ทันสมัยอย่างรวดเร็ว โดยปราศจากเงื่อนไขทางการเมืองที่ซับซ้อนซึ่งมักถูกกำหนดโดยผู้บริจาคชาวตะวันตก
บทสรุป
เครือข่ายท่าเรือของจีนในแอฟริกาจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการค้าขายเท่านั้น แต่เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ช่วยให้ปักกิ่งมีความยืดหยุ่นในการควบคุมเส้นเลือดใหญ่ทางทะเลของโลก พร้อมกับสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระดับมหาอำนาจโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
---
IMCT NEWS
ที่มา https://x.com/geogeolite/status/2023294041752797550?s=20