.
ยุทธศาสตร์ใหม่ BRICS 'รัสเซีย-จีน-บราซิล' ร่วมวงโลจิสติกส์ข้ามทวีป 'ผุดเส้นทางรถไฟเชื่อมแอตแลนติก–แปซิฟิก'
10-2-2026
บราซิล (Brazil) และจีน (China) ได้กำหนดโครงสร้างการจัดตั้งระเบียงขนส่งข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก (Trans-Pacific corridor) โดยมีรัสเซีย (Russia) เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำคัญนี้ ล่าสุดกระทรวงการขนส่งทางรถไฟของบราซิล กระทรวงคมนาคมของจีน และกลุ่มบริษัทรถไฟแห่งรัฐของจีน (China State Railway Group) ได้ร่วมลงนามข้อตกลง ณ กรุงบราซิเลีย (Brasilia) เพื่อร่วมกันพัฒนาเส้นทางขนส่งต่อเนื่อง "รถไฟ-เรือ" เชื่อมต่อ บราซิล-เปรู-มหาสมุทรแปซิฟิก-จีน ในช่วงปี 2025-2028 ซึ่งจะส่งผลให้เส้นทางข้ามทวีปนี้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศ BRICS
การเปิดตัวระเบียงขนส่งข้ามทวีปในภูมิภาคอันกว้างขวางของ BRICS แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเพื่อการบูรณาการทางเศรษฐกิจของกลุ่มกำลังถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาระเบียงขนส่งที่ซับซ้อนระหว่าง บราซิล-เปรู-จีน ซึ่งรวมถึงโครงการก่อสร้างทางรถไฟระยะทาง 500 กิโลเมตร จากบริเวณชายแดนบราซิล-เปรู ไปยังท่าเรือชางใค (Chancay Port) ใกล้กับเมืองหลวงของเปรู (Peru) โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินบางส่วนภายใต้เงื่อนไขพิเศษจากจีน และมีกำหนดเปิดใช้งานทางรถไฟในปี 2028
เลโอนาร์โด ริเบโร (Leonardo Ribeiro) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการขนส่งทางรถไฟของบราซิล ระบุว่า "นี่คือความฝันอันยิ่งใหญ่ของบราซิล ทางรถไฟที่เชื่อมต่อมหาสมุทรแปซิฟิกเข้ากับประเทศของเราจะช่วยลดระยะเวลาการส่งสินค้าจากบราซิลไปเอเชีย และการส่งสินค้ากลับมายังบราซิลได้ประมาณ 10 วัน"
นอกจากนี้ การพัฒนาท่าเรือชางใคใหม่จะช่วยให้สามารถรองรับเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ และลดระยะเวลาการขนส่งสินค้าระหว่างจีนกับชายฝั่งแปซิฟิกของอเมริกาใต้เหลือเพียง 20 วัน ซึ่งสอดคล้องกับมูลค่าการค้าระหว่างจีนและประเทศในเอเชียตะวันออกกับบราซิลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันการส่งออกของบราซิลไปจีนมีมูลค่าสูงกว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
ระเบียงขนส่งนี้ยังเชื่อมโยงกับท่าเรือฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกทางตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล และกลายเป็นเส้นทางป้อนสินค้า (Feeder) ให้กับพื้นที่เปลี่ยนถ่ายสินค้าทั่วไปของกลุ่ม BRICS ในเส้นทาง แอตแลนติก-บราซิล-แปซิฟิก-เอเชียแปซิฟิก
ในจุดนี้เองที่รัสเซียเข้ามาเพิ่มมูลค่าให้กับกลุ่ม BRICS ด้วยการเข้าถึงทั้งมหาสมุทรแปซิฟิก (เมืองวลาดีวอสตอค - Vladivostok) และแอตแลนติก (เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก - St. Petersburg) ทำให้ระเบียงขนส่งจีน-บราซิลมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับเส้นทางเดินเรือใหม่ระหว่างรัสเซียและบราซิล โดยบริษัท FESCO ของรัสเซียได้เปิดเส้นทางเดินเรือประจำรัสเซีย-บราซิล ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2025 โดย เยอรมัน มาสลอฟ (German Maslov) รองประธานฝ่ายสายการเดินเรือและโลจิสติกส์ของกลุ่มบริษัท ชี้แจงว่านี่คือเส้นทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกสำหรับสินค้าที่หลากหลายจากท่าเรือในยุโรปของรัสเซียไปยังท่าเรือฝั่งแอตแลนติกทางตะวันออกของบราซิล
นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมโยงเส้นทางที่คล้ายคลึงกันจากวลาดีวอสตอคไปยังท่าเรือชางใค หรือเส้นทาง รัสเซีย-จีน-เปรู-บราซิล ได้อีกด้วย
ทั้งนี้ มูลค่าการค้าทวิภาคีระหว่างรัสเซียและบราซิลพุ่งแตะระดับ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ส่งผลให้รัสเซียกลายเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 8 ของบราซิล และคาดการณ์ว่าในปี 2026 มูลค่าการค้าจะเกิน 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกับการเติบโตที่สมดุลทั้งการส่งออกและนำเข้าระหว่างกัน
รายงานยังระบุถึงการส่งออกต่อ (Re-export) สินค้าระหว่างรัสเซียและบราซิล รวมถึงระหว่างรัสเซียและจีน เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรจากตะวันตกและดำเนินมาตรการตอบโต้ของรัสเซีย โดยห่วงโซ่อุปทานเหล่านี้มีการใช้คาซัคสถาน (Kazakhstan) ซึ่งเป็นประเทศพันธมิตรของ BRICS ตั้งแต่ปี 2025 เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายและส่งออกต่อ ในลักษณะการขนส่งแบบ ตะวันตก-ตะวันออก-ตะวันตก (West-East-West) ซึ่งขึ้นอยู่กับเส้นทางปลายทางของการส่งมอบสินค้า
ขณะเดียวกัน บราซิลยังแสดงความสนใจที่จะใช้เส้นทางเดินเรือทะเลเหนือ (Northern Sea Route) ของรัสเซีย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกสินค้าไปยังรัสเซียอีกด้วย
ความสำคัญของระเบียงขนส่งข้ามทวีป ซึ่งรวมถึงเส้นทาง รัสเซีย-จีน-เปรู-บราซิล จะช่วยเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งสินค้าทั้งทางตรงและทางผ่าน ระหว่างภูมิภาคอเมริกาใต้และยูเรเชีย (Eurasia) ของกลุ่ม BRICS เข้าด้วยกันอย่างมีนัยสำคัญ
---
IMCT NEWS
ที่มา https://russiaspivottoasia.com/russia-to-join-china-brazil-multimodal-transport-corridor/