ญี่ปุ่นระดมพันธมิตรG7รับมือจีนคุมส่งออกแรร์เอิร์ธ
Thailand
ญี่ปุ่นระดมพันธมิตร G7 รับมือจีนคุมเข้มส่งออกแรร์เอิร์ธ หลังปมการเมืองไต้หวันพ่นพิษสะเทือนห่วงโซ่อุปทานไฮเทค
13-1-2026
SCMP รายงานว่า สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นและจีนกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อภาคอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นต้องเริ่มมาตรการกักตุนแร่หายากหรือ "แรร์เอิร์ธ" เพื่อเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่รัฐบาลปักกิ่งอาจสั่งระงับการส่งออกทรัพยากรสำคัญนี้ โดยมีชนวนเหตุสำคัญมาจากความขัดแย้งทางการเมืองเรื่องไต้หวัน ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ ต้องเร่งยกระดับประเด็นดังกล่าวเข้าสู่เวทีการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่ม G7 ที่กรุงวอชิงตัน เพื่อหาทางออกร่วมกับนานาชาติในการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาจีนเพียงแหล่งเดียว
ความกังวลครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังของญี่ปุ่น ออกมาระบุถึงความเสี่ยงในการขาดแคลนแรร์เอิร์ธซึ่งเป็นหัวใจหลักของอุตสาหกรรมการผลิต ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า โดยปัจจุบันจีนถือครองสัดส่วนการแปรรูปแรร์เอิร์ธทั่วโลกสูงถึงร้อยละ 90 และเริ่มมีการใช้มาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าที่ "ใช้ได้สองทาง" (Dual-use) เพื่อเป็นการตอบโต้ทางนโยบายต่างประเทศ แม้ทางการจีนจะยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสกัดกั้นการสะสมกำลังทางทหารและไม่กระทบต่อการค้าภาคพลเรือน แต่บริษัทเอกชนหลายแห่งในญี่ปุ่นเริ่มได้รับสัญญาณเตือนจากการที่ซัพพลายเออร์จีนปฏิเสธการต่อสัญญาฉบับใหม่
นักวิเคราะห์จากมหาวิทยาลัยโตเกียวและสถาบันวิจัยในสิงคโปร์ต่างเห็นตรงกันว่า ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เนื่องจากแม้จะพยายามลดการพึ่งพาแรร์เอิร์ธจากจีนลงจากร้อยละ 90 ในปี 2010 เหลือร้อยละ 60 ในปัจจุบัน แต่การเปลี่ยนไปใช้แหล่งวัตถุดิบอื่น เช่น ออสเตรเลีย หรือแคนาดา ยังคงทำได้ช้าและมีต้นทุนที่สูงกว่ามาก ซึ่งหากจีนใช้มาตรการ "บีบ" การส่งออกอย่างเป็นทางการ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตญี่ปุ่นทันที
ในขณะที่รัฐบาลปักกิ่งเริ่มใช้มาตรการกดดันในหลายมิติ ทั้งการแบนการนำเข้าอาหารทะเลและการออกประกาศเตือนการเดินทางมายังญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากความไม่พอใจในคำกล่าวเกี่ยวกับไต้หวันของผู้นำญี่ปุ่น ญี่ปุ่นจึงพยายามใช้เวที G7 เพื่อเร่งสร้างข้อตกลงพหุภาคีในการกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน โดยมุ่งหวังที่จะสร้างความมั่นใจว่าอุตสาหกรรมระดับโลกจะไม่ต้องตกเป็นตัวประกันในเกมภูมิรัฐศาสตร์เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในเหตุการณ์กระทบกระทั่งบริเวณหมู่เกาะพิพาทเมื่อปี 2010 ที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนั้นญี่ปุ่นต้องเผชิญกับการตัดขาดการส่งออกแรร์เอิร์ธนานถึงสองเดือนจนกลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่อุตสาหกรรมญี่ปุ่นยังคงจดจำได้ดี
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/economy/global-economy/article/3339615/japan-firms-seen-stockpiling-rare-earths-tokyo-looks-g7-face-china-controls?module=top_story&pgtype=section
© Copyright 2020, All Rights Reserved