.
“ดุลอำนาจกำลังเปลี่ยน” มัสก์กล่าวถึงการเติบโตของ GDP อินเดียและจีน ข้อมูล IMF ชี้สองประเทศเอเชียแซงหน้าสหรัฐในฐานะผู้ขับเคลื่อนการเติบโตเศรษฐกิจโลก
3-2-2026
อีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา กล่าวว่า ดุลอำนาจของโลกกำลังเปลี่ยนแปลง โดยอ้างอิงข้อมูลจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งระบุว่า อินเดียและจีนมีแนวโน้มจะเป็นประเทศที่มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของ GDP จริงของโลกมากที่สุดในปี 2026 แซงหน้าสหรัฐอเมริกา
“ดุลอำนาจกำลังเปลี่ยนไป” มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีรายนี้เขียนบนแพลตฟอร์ม X เพื่อตอบกราฟิกที่อ้างอิงข้อมูลของ IMF โดยข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า จีนเป็นผู้มีส่วนร่วมสูงสุดต่อการเติบโตของ GDP จริงของโลกที่ 26.6% รองลงมาคืออินเดียที่ 17% และสหรัฐที่ 9.9%
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินเดีย นีร์มาลา สีตารามัน ตอบโพสต์ของมัสก์ โดยกล่าวว่า อินเดียและจีนรวมกันคิดเป็น 43% ของการเติบโต GDP โลกโดยประมาณ ตามรายงานของ Financial Express
กระทรวงการคลังอินเดียระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เศรษฐกิจของประเทศมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2026–27 โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศที่แข็งแกร่ง แม้จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐ
รายงานการสำรวจเศรษฐกิจของอินเดียคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะเติบโต 7.4% ในปีงบประมาณ 2026 และอยู่ในช่วง 6.8% ถึง 7.2% ในปีงบประมาณ 2027
“แนวโน้มนี้ชัดเจนมาระยะหนึ่งแล้ว — อินเดียและจีนเติบโตเร็วกว่าส่วนอื่นของโลก” อนิล วัดวา อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย กล่าวกับ RT
วัดวากล่าวว่า เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศมีทั้งลักษณะเกื้อหนุนและแข่งขันกัน โดยในอดีตทั้งสองเคยส่งออกสินค้าที่คล้ายกันในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น
“โครงสร้างเศรษฐกิจของจีนได้เปลี่ยนทิศทางไปแล้ว ดังนั้นเราจึงเห็นสถานการณ์ที่เศรษฐกิจของอินเดียและจีนมีความเกื้อหนุนกันมากขึ้นเรื่อย ๆ” เขากล่าว พร้อมเสริมว่า จีนเป็นผู้จัดหาสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงและเครื่องจักรความแม่นยำสูง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมใช้แรงงานเข้มข้นของอินเดียกำลังหาตลาดในจีน
วัดวากล่าวอีกว่า ส่วนแบ่งตลาดสิ่งทอของอินเดียในจีนเพิ่มขึ้น หลังจากสหรัฐกำหนดภาษีกับอินเดียจากการที่นิวเดลีซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เมื่อปีที่แล้ว อินเดียได้ลงนามข้อตกลงการค้ากับสหราชอาณาจักร โอมาน และนิวซีแลนด์ และเพิ่งสรุปข้อตกลงกับสหภาพยุโรปเมื่อต้นเดือนนี้ เพื่อกระจายความสัมพันธ์ทางการค้าออกจากการพึ่งพาสหรัฐ
เกี่ยวกับคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ที่จะกำหนดภาษีกับประเทศกลุ่ม BRICS วัดวากล่าวว่า กลุ่มดังกล่าวมี “จุดแข็งภายในตัวเอง” และมีทรัพยากรเพียงพอที่จะเติบโตต่อไปได้แม้เผชิญแรงกดดันจากภายนอก เขาเสริมว่า เป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ประเทศซึ่งอุตสาหกรรมพัฒนาแล้วมานานหลายทศวรรษจะชะลอการเติบโตจากฐานที่สูง ขณะที่ประเทศตลาดเกิดใหม่ยังมีพื้นที่ให้ขยายตัวจากระดับที่ต่ำกว่า
ในขณะเดียวกัน SpaceX ของมัสก์อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเริ่มให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink ในอินเดีย และได้ลงนามข้อตกลงกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดสองรายของประเทศ ได้แก่ Reliance Jio และ Airtel ตามรายงานข่าว
เทสลาเข้าสู่ตลาดอินเดียในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ Model Y และมีโชว์รูมในกรุงนิวเดลีและมุมไบ
--------------------
IMCTNews