'EU สั่งแบนนักวิจัยและองค์กรจากจีน'
'EU สั่งแบนนักวิจัยและองค์กรจากจีน' พ้นโครงการเทคโนโลยีขั้นสูง ครอบคลุม AI-เซมิคอนดักเตอร์ 'หวั่นถูกใช้ในเชิงทางทหาร'
23-2-2026
SCMP รายงานว่า นักวิจัยจากประเทศจีนถูกสั่งห้ามเข้าร่วมในโครงการความร่วมมือด้านเทคโนโลยีขั้นสูงระดับแนวหน้าของสหภาพยุโรป (European Union - EU) อย่างเป็นทางการแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบระบุว่า ผลกระทบจากการสั่งแบนในครั้งนี้อาจมีจำกัด เนื่องจากความร่วมมือในบางสาขาได้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ก่อนแล้ว
สหภาพยุโรปได้สั่งห้ามองค์กรที่มีฐานที่ตั้งในจีนจากการยื่นขอรับทุนวิจัยในโครงการ Horizon Europe มูลค่า 9.3 หมื่นล้านยูโร (ประมาณ 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในส่วนของ “สาขาที่สำคัญระดับวิกฤต” (Critical areas) โดยอ้างเหตุผลด้านความกังวลเรื่องความปลอดภัยในงานวิจัยและการถูกนำไปใช้ในเชิงทางทหาร โดยคำสั่งแบนที่มีผลบังคับใช้ในปีนี้ครอบคลุมสาขาปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยีควอนตัม (Quantum technologies), เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors) และเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)
นอกจากนี้ นักวิจัยนอกประเทศจีนที่ยื่นขอรับทุนในสาขาเหล่านี้ จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสถาบันพันธมิตรที่เข้าร่วมนั้นไม่ได้ถูกถือหุ้นโดยตรงหรือถูกควบคุมโดยองค์กรของจีน
กฎระเบียบใหม่ที่พุ่งเป้าไปที่ปักกิ่ง
กฎระเบียบใหม่ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ได้อุทิศเนื้อหาถึง 5 หน้ากระดาษเพื่อระบุข้อจำกัดต่อประเทศจีนโดยเฉพาะ
นายอู๋ จี้ (Wu Ji) นักวิทยาศาสตร์อาวุโสด้านอวกาศและประธานสมาคมวิจัยอวกาศแห่งประเทศจีน (Chinese Society of Space Research) แสดงความเห็นว่า นโยบายนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อจีนมากนัก แต่อาจจะทำให้ “ยุโรปดูโดดเดี่ยวมากขึ้น” แทน
นายอู๋ เคยมีบทบาทสำคัญในภารกิจดาวเทียม Double Star ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างจีนและยุโรปเมื่อกว่า 2 ทศวรรษก่อน แต่เขากล่าวว่าความร่วมมือลักษณะดังกล่าวได้รับการปิดฉากลงแล้ว โดยโครงการดาวเทียม SMILE ซึ่งเป็นโครงการวิทยาศาสตร์อวกาศร่วมลำสุดท้ายของทั้งสองฝ่ายเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์และโลก มีกำหนดจะถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในเดือนเมษายนนี้
โครงการ Horizon Europe: จากความร่วมมือสู่การแข่งขันทางยุทธศาสตร์
Horizon Europe คือโครงการเรือธงด้านการวิจัยและนวัตกรรมของสหภาพยุโรป ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ทศวรรษ 1980 และดึงดูดผู้สมัครจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ในรอบการให้ทุนครั้งก่อน (ปี 2014-2020) ที่มีงบประมาณราว 8 หมื่นล้านยูโร พบว่าสหรัฐอเมริกา (US) และจีนเป็นผู้เข้าร่วมจากนอกกลุ่มสหภาพยุโรปในระดับต้นๆ โดยมีสาขา AI และเทคโนโลยีควอนตัมเป็นประเด็นสำคัญอันดับต้นๆ ภายใต้โครงการนี้
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนกลายเป็นผู้ผลิตงานวิจัยด้าน AI รายใหญ่ที่สุดของโลก และกำลังแข่งขันกับสหรัฐฯ เพื่อชิงความเป็นผู้นำในเทคโนโลยีควอนตัม
นายเฉา ฉง (Cao Cong) ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม (University of Nottingham) ในเมืองหนิงป่อ ระบุว่าสหภาพยุโรปบ่นมานานแล้วว่าโครงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลจีนนั้นไม่ได้เปิดกว้างให้นักวิจัยยุโรปเข้าไปมีส่วนร่วม
“ในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาหล่อหลอมความสัมพันธ์ด้านงานวิจัยมากขึ้น การเปลี่ยนทิศทางนโยบายของสหภาพยุโรปจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนัก” นายเฉากล่าว
ขณะที่ จอย จาง (Joy Zhang) นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัยเคนต์ (University of Kent) ชี้ว่า จีนเองก็มีความเปิดกว้างน้อยลงในการแบ่งปันข้อมูลกับนักวิจัยนานาชาติ โดยนับตั้งแต่ปี 2021 ปักกิ่งได้กระชับการควบคุมการส่งออกข้อมูลด้านสุขภาพและพันธุกรรมโดยอ้างความปลอดภัยของชาติ ซึ่งแนวโน้มนี้อาจแย่ลงจากการเปลี่ยนแปลงในโครงการ Horizon Europe
ตรรกะ ‘สวนเล็กแต่รั้วสูง’ ในรูปแบบยุโรป
เดนิส ไซมอน (Denis Simon) นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันควินซี (Quincy Institute) ระบุว่ามาตรการของสหภาพยุโรปครั้งนี้เป็นการ “สะท้อนตรรกะ ‘Small yard, high fence’ (สวนขนาดเล็กแต่รั้วสูงชัน) ของสหรัฐฯ ที่ถูกนำมาปรับใช้ในรูปแบบของสหภาพยุโรปเอง”
การสั่งตัดสิทธิ์ในครั้งนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านจากการเป็นหุ้นส่วนไปสู่การแข่งขันทางยุทธศาสตร์ โดยนายไซมอนเตือนว่า ข้อจำกัดเหล่านี้อาจลดความสามารถของสหภาพยุโรปในการเข้าถึงบุคลากรที่มีความสามารถของจีน และจำกัดโอกาสของจีนในการสัมผัสกับห้องปฏิบัติการแนวหน้าของยุโรป ซึ่งจะส่งผลให้ภูมิทัศน์งานวิจัยของโลกเกิดความแตกแยกมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม จีนยังไม่ได้ถูกแบนจากโครงการ Horizon Europe อย่างเบ็ดเสร็จ โดยนักวิจัยในสาขาต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์ภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อาหาร เกษตรกรรม และความหลากหลายทางชีวภาพ ยังคงสามารถยื่นขอรับทุนสนับสนุนได้ตามปกติ ดังเช่น นายชาน อวี้ลี่ (Shan Yuli) นักวิจัยด้านความยั่งยืนจากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม (University of Birmingham) ที่ระบุว่างานวิจัยและความร่วมมือของเขากับเพื่อนร่วมงานชาวจีนยังไม่ได้รับผลกระทบในขณะนี้
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.scmp.com/news/china/science/article/3344199/eu-bans-chinese-bodies-critical-tech-programmes-including-ai-and-chips?module=latest_china_science&pgtype=section