ฟินแลนด์เตือน รัสเซียเร่งเสริมกำลัง
ฟินแลนด์เตือน รัสเซียเร่งเสริมกำลัง 'นิวเคลียร์และฐานทัพในอาร์กติก' ย้ำความมั่นคงขั้วโลกเหนือคือ 'หัวใจของยุโรป'
18-2-2026
Euronews รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหมของประเทศฟินแลนด์ แอนตตี แฮ็กกาเนน (Antti Häkkänen) เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Euronews ระหว่างการประชุม Munich Security Conference ว่า รัสเซียกำลังเสริมกำลังยุทธศาสตร์ในเขตอาร์กติก และสร้างสิ่งปลูกสร้างทางทหารแห่งใหม่ตามแนวชายแดนติดฟินแลนด์ พร้อมย้ำว่าอาร์กติกเป็นพื้นที่ “มีความสำคัญเชิงวิกฤต” ต่อการป้องกันยุโรป
แอนตตี แฮ็กกาเนน กล่าวว่า ความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติก (Arctic) มีความสำคัญสูงสุดต่อเสถียรภาพของยุโรป พร้อมเสริมว่าการหารือเกี่ยวกับมาตรการป้องปรามด้วยนิวเคลียร์ของยุโรปเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ยังไม่สามารถทดแทนองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ได้ในขณะนี้ โดยเขาระบุว่าประเทศรัสเซีย (Russia) กำลังเร่งเสริมกำลังทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ในอาร์กติก และก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆ ตลอดแนวชายแดนที่ติดกับฟินแลนด์ พร้อมย้ำว่าอาร์กติกคือจุด "วิกฤต" ต่อการป้องกันประเทศของยุโรป
“รัสเซียได้วางขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดส่วนใหญ่ไว้ในพื้นที่คาบสมุทรโกลา (Kola Peninsula) ทั้งในด้านนิวเคลียร์ เรือดำน้ำ และฝูงบินทิ้งระเบิดระยะไกล” อันตติ แฮกแกเนน (Antti Häkkänen) ให้สัมภาษณ์กับ Euronews นอกรอบการประชุมความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกล่าวเสริมว่า “พวกเขากำลังสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารใหม่ๆ ตามแนวชายแดนของเรา เช่นเดียวกับสมัยสงครามเย็น ซึ่งถือเป็นเรื่องฉลาดที่เราควรจะเฝ้าระวังอาร์กติกและสร้างขีดความสามารถในอาร์กติกขึ้นมา” เพื่อใช้ในการป้องปราม
ทั้งนี้ คาบสมุทรโกลา (Kola Peninsula) ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาด 100,000 ตารางกิโลเมตรทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของรัสเซีย เป็นสถานที่ประจำการคลังแสงนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ทางเรือส่วนใหญ่ของประเทศ เช่น เรือดำน้ำ รวมถึงทรัพยากรด้านการบินระยะไกล โดยแฮกแกเนน (Antti Häkkänen) ซึ่งประเทศของเขาตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ในการเข้าร่วม NATO หลังจากรัสเซียบุกยูเครน (Ukraine) ได้แสดงความยินดีต่อการรื้อฟื้นแผนป้องกันประเทศของ NATO ในภูมิภาคขั้วโลกเหนือ (High North) โดยชี้ไปที่การเริ่มต้นกิจกรรมเฝ้าระวังที่เพิ่มขึ้นภายใต้รหัส Arctic Sentry แต่เขาก็ตั้งข้อสังเกตว่าความมั่นคงของภูมิภาคนี้ควรจะถูกยกให้เป็นวาระเร่งด่วนตั้งแต่หลายปีก่อนแล้ว เนื่องจากเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่
เขากล่าวว่ากองกำลังของประเทศฟินแลนด์ (Finland) มีความพร้อมระดับ “Fully Arctic” และยินดีที่จะแบ่งปันความเชี่ยวชาญร่วมกับพันธมิตรเพื่อการปกป้องพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) แห่งสหรัฐฯ เคยเสนอความเห็นว่ายุโรปไม่สามารถดำเนินการโดยลำพังได้ โดยเขาได้เสนอแนวคิดในการซื้อเกาะกรีนแลนด์ (Greenland) ซึ่งประเทศเดนมาร์ก (Denmark) คัดค้านและได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรป (EU)
ฟินแลนด์เป็นหนึ่งใน 18 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) ที่ยื่นขอเงินทุนภายใต้โครงการเงินกู้เพื่อการป้องกันประเทศมูลค่า 1.5 แสนล้านยูโรของกลุ่ม โดยคำขอเงินทุนจำนวน 1 พันล้านยูโรของฟินแลนด์ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เมื่อเดือนที่ผ่านมา และคาดว่าบรรดารัฐมนตรีจะให้การอนุมัติขั้นสุดท้ายในสัปดาห์นี้ ซึ่งแฮกแกเนน (Antti Häkkänen) ระบุว่าเงินจำนวนมากจะถูกนำไปลงทุนในกองทัพบกเพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงรถหุ้มเกราะและโดรน (Drones)
เมื่อปีที่ผ่านมา รัฐบาลเฮลซิงกิ (Helsinki) ได้เริ่มแผนการปฏิรูปครั้งใหญ่เพื่อยกเครื่องการป้องกันประเทศทางบกก่อนปี 2035 โดยมุ่งเน้นที่การเพิ่มขีดความสามารถในการโจมตี การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาระบบไร้คนขับ (Unmanned Systems) และการปรับปรุงความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านวัสดุอุปกรณ์ภายใต้สภาวะฉุกเฉิน
'เราต้องการสหรัฐฯ ในระยะสั้น'
แฮกแกเนน (Antti Häkkänen) ระบุว่าสหภาพยุโรป (EU) กำลังถอดบทเรียนที่ถูกต้องจากสงครามในยูเครน (Ukraine) และกำลังดำเนินการเพื่อเสริมสร้างการป้องกันประเทศ รวมถึงแบกรับความรับผิดชอบด้านความมั่นคงของตนเองมากขึ้น แต่เขาก็พยายามลดกระแสความกังวลที่ว่าประเทศสหรัฐฯ (US) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของ NATO จะไม่ผูกพันกับการป้องกันร่วมกันของยุโรปเหมือนในอดีต
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้สร้างความตึงเครียดเพิ่มขึ้นเมื่อเดือนที่ผ่านมา เมื่อเขาขู่ว่าจะใช้กำลังทหารเพื่อเข้าควบคุมกรีนแลนด์ (Greenland) ซึ่งเป็นดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์ก (Denmark) ที่เป็นพันธมิตร NATO ก่อนที่จะถอนคำพูดในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่เมืองดาโวส (Davos) โดยโต้แย้งว่าเขาไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น ซึ่งข้อพิพาทดังกล่าวได้ลดระดับลงหลังจากสหรัฐฯ กรีนแลนด์ และเดนมาร์ก เข้าสู่การเจรจาสามฝ่าย กระนั้นก็ตาม คำขู่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนของวอชิงตันต่อพันธมิตร NATO ด้วยกัน ได้กลายเป็นตัวเร่งการหารือเพื่อเสริมสร้าง "เสาหลักยุโรป" (European Pillar) ภายในกลุ่มพันธมิตร
อย่างไรก็ตาม แฮกแกเนน (Antti Häkkänen) ยืนยันความเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ ยังคงมีพันธสัญญาที่ “แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า” ต่อหลักประกันหลักของ NATO ภายใต้มาตรา 5 (Article 5) ว่าด้วยการป้องกันร่วมกัน โดยเสริมว่า “ในระยะสั้น นั่นคือทางเลือกเดียวสำหรับยุโรป” เพื่อรับประกันการป้องปรามอย่างเต็มรูปแบบ และในระยะยาว ยุโรปควรมีขีดความสามารถที่แข็งแกร่งเป็นของตนเอง แต่ในระยะสั้นถึงระยะกลาง เรายังต้องการสหรัฐฯ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของยุโรป
การสนับสนุนของสหรัฐฯ ยังครอบคลุมถึงขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ด้วย โดยรัฐมนตรีฟินแลนด์ระบุว่า แม้ข้อเสนอจากประเทศฝรั่งเศส (France) และสหราชอาณาจักร (UK) ในการขยายขอบเขตการป้องปรามด้วยนิวเคลียร์ไปยังส่วนที่เหลือของทวีปจะเป็น “ข่าวดี” แต่ก็ไม่ควรถูกมองว่าเป็นสิ่งที่จะมาทดแทน "ร่มเง่านิวเคลียร์" ของสหรัฐฯ ได้ และเขาทิ้งท้ายว่า “นั่นไม่ใช่คำถามสำหรับตอนนี้”
---
IMCT NEWS
ที่มา https://www.euronews.com/my-europe/2026/02/16/russia-reinforcing-nuclear-and-arctic-assets-near-finnish-border-defence-minister-warns